สวัสดี คณาจารย์ และเพื่อนๆ สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม รวมทั้งผู้อ่านทุกท่าน ดิฉัน นางสาว รัตตะวัน พุ่มสวาท นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพการพัฒนาชุมชน หน่วยฝึกที่4 สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลทรงคนอง วันนี้จะมารายงานความก้าวหน้าของวันพุธที่ 24 กรกฏาคม 2562 โดยมีรายละเอียดดังนี้

       เริ่มต้นวันนี้ก็ตื่นนอนเวลา 06.30 น. แล้วก็แต่งตัวทำอะไรเสร็จก็ประมาณ 07.30 น. จากนั้นก็ไปรอเพื่อนเพื่อที่จะได้ไปพร้อมกัน วันนี้เราก็มาถึง อบต. ประมาณ 08.30 น.  พอไปถึงก็เซ็นลงชื่อเข้างานเหมือนกับทุกวัน ในช่วงของตอนเช้าก็ไม่มีอะไรมาก จะมีก็ตอนเกือบเที่ยงๆ คือพี่เลี้ยงได้มาพบพวกเราแล้วบอกว่าตอนบ่ายจะไปบริษัทต่างๆเพื่อจะไปขอคนหรือหน่วยงานหรือบริษัทที่อาสาจะช่วยเหลือคนป่วยหรือพิการที่ไม่สามารถดูแค่ตัวเองได้ในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ และก็ไปพูดนโยบายให้เขาฟังถ้าว่าหากเขาเข้าร่วมโครงการนี้ก็จะมีหนังสือส่งมาให้ทางบริษัทเพื่อกราบขอบคุณ และทางเราก็จะให้ทางตัวเจ้าของบริษัทหรือตัวแทนไปบริจาคพวก อาหาร นม หรือของอื่นๆ แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้วยตนเอง ส่วนคนที่ไม่อยากให้ความช่วยเหลือ ก็ไม่ได้อะไร เพราะจะได้ไม่ต้องทำหนังสือส่งมา ที่มานี่เพียงเพื่อมาบอกก่อนตามบริษัทต่างๆ แถบบริเวณของอำเภอสามพราน ยกตัวอย่างเช่น

1. บริษัทน้ำพริกเผาฉั๊วฮะเส็ง

2. บริษัทมอเตอร์789จำกัด

3. โกลบอลเฮ้าส์

4. โรงแรมอินน์เลิฟ

5. คลังสินค้า ปุ้มปุ้ย    เป็นต้น


      โดยเราก็ได้แบ่งคนเพื่อที่จะไปกับพี่เลี้ยงโดยให้เพื่อนที่อยู่หอแถวนี้แล้วมีรถยนต์ไป เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทางไปและกลับ และพอถึงเวลาพักเที่ยงเราก็ไปกินข้าวกันโดยแบ่งกันไปเพราะวันนี้พวกเราบางคนจะไปลองกินส้มตำที่ร้านที่เคยผ่านบ่อยๆแต่ยังไม่เคยลอง ซึ่งแน่นอนค่ะหนู คือ กลุ่มคนที่อยากกินส้มตำ เพราะว่าเบื่อข้าวแล้วไม่รู้จะสั่งอะไรกิน จากนั้นเราก็ออกเดินทางไปที่ร้าน พอไปถึงก็ต้องนั่งรอสักพักก่อนเพราะแม่ค้าติดลูกค้ารายอื่นอยู่ เราก็นั่งรอสักพักแล้วก็เอากระดาษมาเขียนรายการอาหารที่จะกินกัน แล้วคือ แม่ค้าทำอาหารให้ลูกค้ารายอื่นอยู่ในระหว่างนั้นกลิ่นมันช่างยั่วย้วนหนูซะเหลือเกิน เพราะตอนนั้น ณ เวลานั้น คือ หิวแบบสุดขีด ถึงขั้นต้องกินน้ำประทั่งไปก่อน จากนั้นเวลาที่เรารอคอยก็สิ้นสุดลง ใกล้จะได้กินแล้ว เขาก็ยกมาเสริฟ เหลือเพียงส้มตำอีกแค่ครกเดียวเท่านั้น แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับหนู โดยระหว่างรอส้มตำครกนั้นพ่อหนูก็ได้โทรมาด้วยน้ำเสียงที่แปลกๆ แล้วถามหนูว่าหนูลาพักเที่ยงได้ไหม พาพ่อไปหาหมอที เป็นไรไม่รู้เดินไม่ได้ คือ ในวินาทีนั้นบอกเลยว่าใจหนูไม่อยู่กับตัวแล้ว เพราะพ่ออยู่บ้านคนเดียว พอจบจากวางสาย หนูก็นั่งช็อคแปบนึงก่อนที่จะบอกให้เพื่อนที่มาด้วยกันลาพี่เลี้ยงให้พร้อมกับรีบขี่รถกลับมาบ้านทันที บอกเลยว่า ณ จุดนั้นคือ โคตรคิดว่าจะทำไงดีแต่ก็ยังคงบิดไม่หยุดด้วยใจที่ไปถึงบ้านแล้วแต่ตัวยังอยู่บนถนน และรีบถึงขนาดที่ไม่ได้เอากระเป๋ากลับมาด้วย พอถึงบ้านก็รีบเดินไปดูเลยว่าพ่ออยู่ไหน พอไปถึงเห็นพ่อแล้วพ่อก็ทำเป็นเข้มแข็ง แต่เรารู้นิสัยพ่อเราดี พ่อก็ทำเนียนหยิบเสื้อมาเช็ดน้ำตา แต่คือหนูเห็นแล้วว่าพ่อต้องเจ็บมากแน่ถึงขนาดร้อง พ่อต้องคิดว่าตัวเองจะเดินไม่ได้ บอกเลยว่าตอนนั้นหนูก็จะร้องแต่ด้วยความที่ต้องเข้มแข็งแล้วเห็นพ่อเป็นแบบนี้แล้ว หนูรู้สึกผิดมาก ว่าทำไมนะทำไมเราถึงไม่อยู่ตรงนั้นตอนที่พ่อต้องการ จากนั้นก็ไม่พูดอะไรเลยแต่พ่อก็ยังทำเป็นเล่นตลกพูดว่าบิดหน้าตั้งมาเลยเราะ หนูก็ทำได้แค่ขำ แล้วก็เอายาหม่องมานวดให้ทำอะไรให้สักพักก็เริ่มกลับมาเดินได้แต่ก็ยังงอขาไม่ได้ จึงพาไปหาหมอเพื่อให้ตรวจ ก็นั้นละค่ะชีวิตของหนูในวันนี้มีเรื่องระทึกใจดีจริงๆ และก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันนะคะ^^