1.อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง IOT
อินเตอร์เน็ตจะเป็นเครือข่ายข้อมูลกลางที่แทรกซึมไปในทุกสรรพสิ่งที่ มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงแต่สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ แต่จะรวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในบ้าน อาทิ ตู้เย็นไมโครเวฟ โทรทัศน์ ยวดยานพาหนะ หรือแม้แต่ไฟส่องสว่างในบ้าน

2.บล็อกเชน
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจะนำมาซึ่งความเสี่ยงทางโลกไซเบอร์แบบใหม่ ทำให้ระบบการจัดเก็บข้อมูลและการรักษาความปลอดภัยต้องยกระดับไปด้วย หนึ่งในนั้นเป็นเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่มีการกระจายสำเนาข้อมูลไปยังผู้ใช้ ทุกคนแบบเรียลไทม์ ทำให้นักเจาะระบบเจาะข้อมูลได้ยากขึ้น โดยเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้แล้วในระบบธุรกรรมบางส่วน และสกุลเงินออนไลน์ชื่อดังต่างๆ

3.ปัญญาประดิษฐ์ AI
ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ที่บรรดายักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมไอทีต่างแข่งขันกันพัฒนานั้นจะเริ่มมีขีดความสามารถเหนือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นดีพ มายด์ และกูเกิล แอสซิสแทนต์ ของค่ายกูเกิล อเล็กซา ของอะเมซอน สิริ ของแอปเปิ้ล คอร์ทาน่า ของไมโครซอฟท์ และอีกหลากหลายค่าย ซึ่งพัฒนาตัวเองได้จากการเรียนรู้พฤติกรรมของมนุษย์ผู้ใช้งาน เนื่องจากข้อมูลที่มากขึ้น ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ที่สูงขึ้นส่งผลให้เอไอเหล่านี้ทำงานได้ไวและแม่นยำมากขึ้นไปอีก

4.เทคโนโลยีการสื่อสาร 5 จี
ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีข้างต้นทำให้ต้องใช้แพล็ตฟอร์มเครือข่ายการสื่อสารที่มีขีดความสามารถสูงขึ้น ปีนี้จะเป็นการมาถึงของเครือข่ายการสื่อสารและผลิตภัณฑ์อุปกรณ์สื่อสารที่สนับสนุน 5 จี ซึ่งจะทำให้การส่งและรับข้อมูลไร้สายมีความเร็วสูง และสร้างเสถียรภาพให้กับไอโอที มีความเร็ว สูงกว่า 4 จีร้อยละ 15-50 มีเอกชนยักษ์ใหญ่เป็นผู้ผลักดันอาทิ ซัมซุงจากเกาหลีใต้ หัวเว่ยจากจีน อีริกส์สันจากสหรัฐอเมริกา และชาร์ปจากญี่ปุ่น (เรียงตามลำดับปริมาณสิทธิบัตรทางเทคโนโลยี 5 จี)

5.อักเมนต์–เวอร์ชวล เรียลลิตี้
ปฏิสัมพันธ์แบบใหม่ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยีจะแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะระบบอักเมนต์ เรียลลิตี้หรือเออาร์ ซึ่งเป็นการสร้างภาพกราฟิกแทรกเข้ามาในสภาพแวดล้อมจริง และเวอร์ชวล เรียลลิตี้ หรือ วีอาร์ ซึ่งเป็นการจำลองสภาพแวดล้อมใหม่ทับของเดิม ทั้งสองเทคโนโลยีนี้จะมีความสมจริงมากขึ้น และทำงานได้รวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง ได้แก่ แว่นตาไมโครซอฟท์ โฮโลเลนส์ ที่เป็นระบบเออาร์ นอกจากนี้เออาร์ยังนำไปใช้ในที่อื่นๆ ได้อีก อาทิ กระจกรถยนต์ หน้าต่างอาคารขณะที่วีอาร์นั้นเน้นไปทางด้านเพื่อความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็น แว่นซัมซุงเกียร์ วีอาร์ แว่นพีเอส วีอาร์ ของเครื่องเพลย์ สเตชั่น เอชทีซี ไวฟ์ และออคูลัส ริฟต์

6.หุ่นโดรนและจักรกลสงคราม
โดรนบังคับและอัตโนมัติจะมีราคาถูกลง และแพร่หลายมากขึ้น รวมทั้งมีความสามารถมากขึ้นทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับรัฐบาลและกองทัพ สะท้อนจากการเร่งพัฒนาหุ่นยนต์ของบรรดาชาติมหาอำนาจในโลก จะก่อให้เกิดธุรกิจแบบใหม่ โดยเฉพาะในด้านการขนส่ง รวมถึงอาชญากรรมรูปแบบใหม่ นำไปสู่การจัดระเบียบสังคมในหลายประเทศ ขณะที่การพัฒนาจักรกลเพื่อการทำสงครามจะเป็นประเด็นปัญหาที่ได้รับการถกเถียงอย่างหนักในเวทีสหประชาชาติ
หลังจีนจัดตั้งโครงการผลิตนักศึกษาที่จะเติบโตไปเป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นแรกเพื่อพัฒนาหุ่นรบและเอไอสงครามครั้งแรกของโลก ส่วนสหรัฐนั้นมีโครงการวิจัยและพัฒนาแล้ว แต่ยังไม่มีการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ทางด้านวิทยาศาสตร์

7.การพิมพ์สามมิติ
การพิมพ์แบบ 3 มิติ หรือ ทรีดี พรินติ้ง จะมีผู้ใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้นทางในระดับอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ ไปจนถึงส่วนประกอบเครื่อง จักรกล และอาหาร เพื่อแก้ไขปัญหาต้นทุนการผลิต ซึ่งถือ เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่จะส่งผลต่ออัตราการเจริญเติบโต ของเอกชนและของประเทศทั่วโลกเพราะนอกจากมีคุณภาพ สะดวกรวดเร็ว ยังประหยัดวัตถุดิบ ทำให้ประหยัดต้นทุน และง่ายต่อการผสมดัดแปลงผลลัพธ์ เนื่องจากใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการจัดการ

8.ไบโอเมตทริกซ์
ข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลจะถูกจัดเก็บมากขึ้นเพื่อใช้ในการยืนยันสิทธิการเข้าถึงการใช้งาน หรือข้อมูลต่างๆรวมถึงบริการทั่วไปในภาคครัวเรือน ในจำนวนนี้ รวมถึงข้อมูลเสียงซึ่ง ถูกจัดเก็บโดยเอไอของกูเกิ้ล โดยจากผลการศึกษาพบว่า ผู้ใช้สมาร์ตโฟนในสหรัฐกว่าครึ่งชื่นชอบการใช้เสียงสั่งการและการใช้งานผ่านอัตลักษณ์บุคคลในด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลไม่ว่าจะเป็นลายนิ้วมือ ม่านตาใบหน้า และเสียง การแพร่หลายของเทคโนโลยีดังกล่าวจะทำให้มนุษย์ยุคใหม่ ที่เกิดมานั้นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วยเริ่มตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูลสูติบัตรที่รัฐจะเริ่มเข้ามามีส่วนจัดระเบียบในบางประเทศ

9.ระบบทำงานแบบอัตโนมัติ
เทคโนโลยีที่จะรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วในปีนี้ จะส่งผล ให้มีระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาทำงานอัตโนมัติแทนมนุษย์มากขึ้น อาทิ เครื่องจักรกลในโรงงาน หุ่นยนต์ และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อหลากหลายสาขาอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพแรงงานที่ต้องทำงานซ้ำๆ แบบรูทีน เนื่องจากการเข้ามาแทนที่มนุษย์ของเครื่องจักรกลอัจฉริยะเหล่านี้ เพราะการใช้เครื่องจักรกลแทนมนุษย์นั้นง่ายกับนายจ้างมากกว่าโดยผลการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า อาจส่งผลกระทบต่ออัตราการจ้างงานสูงถึงร้อยละ 50เทรนด์นี้จะมีแนวโน้มแบบเดียวกันทุกแห่งทั่วโลก

10.ควอนตัมคอมพิวเตอร์
การสิ้นสุดกฎของมัวร์ นำมาซึ่งอวสานของ รูปแบบการพัฒนาฮาร์ดแวร์ประมวลผลในคอมพิวเตอร์กำหนดว่าปริมาณของทรานซิสเตอร์บนวงจรรวมจะเพิ่มเป็นเท่าตัวประมาณทุกๆ สองปี ทว่าสถาปัตยกรรมการผลิตที่ล่าสุดถึงระดับ 7 นาโนเมตรแล้วนั้นทำให้บรรดาผู้พัฒนาเข้าใกล้จุดที่อนุภาคอิเล็กตรอนมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามศาสตร์ของฟิสิกส์ปกติ เนื่องจากที่ระดับดังกล่าวเป็นระดับ “ควอนตัม” ซึ่งบรรดานักวิทยาศาสตร์ต่างกำลังเร่งพัฒนาและเรียนรู้ศาสตร์ในระดับดังกล่าวในปีนี้ คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะเข้าใกล้รูปแบบที่จะมาปฏิวัติระบบคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งจะทำให้คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มแบบก้าวกระโดดยกตัวอย่าง การทดสอบคอมพิวเตอร์ควอนตัม ดี เวฟ 2 ของกูเกิ้ลและองค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐ หรือ นาซ่า พบว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ ทันสมัยที่สุดปัจจุบันถึง 3,600 เท่าและคอมพิวเตอร์ทั่วไปประมาณ 100 ล้านเท่า
