กระผมนายบุญฤทธิ์ พ่วงวงษ์ เป็นนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพสาขาการพัฒนาชุมชน หน่วยฝึกที่6 สำนักงานเทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อ วันนี้จะมารายงานความก้าวหน้าของการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ในวันศุกร์ ที่ 12 กรกฎาคม 2562 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

            วันนี้เป็นวันฝึกงานวันสุดท้ายของอาทิตย์แรก เวลา 8.15น. ผมได้เดินทางออกจากบ้านเพื่อมาฝึกประสบการณ์วิชาชีพสาขาการพัฒนาชุมชน ณ สำนักงานเทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม วันนี้ที่เทศบาลได้เข้าร่วมขบวนแห่เทียน ณ วัดหว้าเอน ในช่วงเวลา 9.00น. 

              ซึ่งผมและเพื่อนๆรวมถึงป้านวลและพี่ๆเจ้าหน้าที่ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปยังวัดหว้าเอนเมื่อไปถึงผมและเพื่อนๆไม่ได้เข้ารวมกับขบวนแห่แต่ไปหล่อเทียนพรรษาแทน ก่อนที่จะรีบไปร่วมกิจกรรมกับสภาเกษตรกร ณ กลุ่มแสงทองพันธ์ปลา

                 เมื่อไปถึงชาวบ้านและวิทยากรได้เริ่มสาธิตการทำปั้นขลิบไส้ปลา ปลาแดดเดียว และสาคูโดยให้ผมและเพื่อนๆร่วมทำด้วย เพื่อนๆต่างมีหน้าที่ที่ได้รับบางคนไปปอกเปลือกกระเทียม บางคนไปโขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยดำ และถั่วคั่ว บางคนไปสับหัวไซโป๊ ส่วนตัวผมมีหน้าที่คอยไล่แมลงวันให้เพื่อนๆ 

ชื่อโครงการที่ผมและเพื่อนๆเข้าร่วม

แผลกโขลก/ตำ

แผนกสับหัวไซโป๊

แผนกปอกกระเทียม

และผมกับหน้าสุดสำคัญในการไล่แมลงวัน

                   พอทำไปได้สักระยะหนึ่งก็ใกล้เที่ยงชาวบ้านจึงไปเตรียมส่วนผสมสำหรับการทำส้มตำมา โดยเพื่อนผมเป็นกลุ่มแรกที่ทำส้มตำกินกัน ใช้เวลาในการชิมพอสมควรก่อนที่จะได้รสชาติที่ทุกคนในกลุ่มพอใจ เมื่อเริ่มรับประทานชาวบ้านก็นำปลาแดดเดียวที่ทอดแล้วและข้าวเหนียวมาให้ด้วย เมื่อจานแรกผ่านไป จานสองจานสามก็ค่อยๆผ่านไป อิ่มกันเลยทีเดียว

                     ก่อนที่จะไปเริ่มปั้นไส้ของขลิบและสาคูพี่วิทยาก่อนได้แจกอาหารว่างมาให้คนละชุดประกอบไปด้วยขนมปังและอิชิตัน เมื่อปั้นไส้เสร็จชาวบ้านก็ได้หยุดรับประทานอาหารกลางวันและพี่วิทยากรก็ได้แจกอาหารมาให้พวกผมอีกคนชุดแต่ผมและเพื่อนๆไม่ได้ทานเลยแต่เก็บไว้ทานทีหลังเพราะยังรู้สึกแน่นท้องอยู่และยังแจกกระเป๋าผ้าให้อีกคนละใบลายสวยซะด้วย

                  ช่วงบ่ายทั้งชาวและพวกผมได้เริ่มปั้น โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกปั้นขลิบและกลุ่มที่สองปั้นสาคูโดยผมก็ยังมีหน้าที่เหมือนเดิมนั้นก็คือการไล่แมลงวันนั่นเองเป็นการทำงานที่หนักหน่วงมาก ในช่วงที่กำลังไล่แมลงวันอยู่นั้นผมก็รู้สึกอยากพักสักหน่อยจึงแอบไปอู้งาน ก่อนที่จะกลับมาช่วยปั้นสาคูในช่วงสุดท้าย การปั้นนั้นถ้ามองดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่ายเพราะต้องกะขนาดของแป้งให้พอดีกับไส้ไม่หนาและไม่บางไป ซึ่งลูกแรกๆที่ผมปั้นก็ค่อยข้างเละเทะพอสมควร แต่เมื่อมาเจอกับแป้งสีเขียวผมปั้นได้ลูกเดียวแล้วหยุดเลยเพราะแป้งสีเขียวมันติดมือปั้นไม่ค่อยเป็นทรงเท่าไหร่ เมื่อนำขลิบและสาคูไปทอดและต้มผลลับออกมากก็ดูหน้าตาน่ากินเลยทีเดียวบางลูกเล็ก บางลูกใหญ่ และบางลูกใหญ่มากเมื่อถึงตอนนี้ก็ได้เวลาชิมอีกครั้ง

ถึงเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปแต่หน้าที่ของผมยังเหมือนเดิมมีผู้คนมากมายร้องเรียกหาผมให้ช่วยไล่แมลงวัน

ขลิบไส้ปลาเพื่อนๆ ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าปั้นยาก

อันนี้ปั้นสาคูนะ (ไอหนุ่มนักไล่แมลงวันไปแอบอู้ซะละ)

ขลิบไส้ปลาเสร็จแล้วดูน่าทานอยู่นะ

อันนี้สาคูคัดลูกสวยๆมาแล้ว

                 ช่วงเวลา 14.00น. ป้านวลมีงานด่วนเข้ามาทำให้ผมต้องไปส่งป้านวลและกลับมายังเทศบาลก่อนเพื่อนๆ แต่เพื่อนและพี่เจ้าหน้าก็ตามกลับมาในเวลาไม่นาน ก่อนที่พวกผมจะย้ายไปนั่งที่ห้องทำงานและรับประทานอาหารกล่องที่วิทยากรแจกตามด้วยขนมขลิบไส้ปลาที่ทำมา สักพักพี่ออฟพี่เจ้าหน้าที่อยู่ด้วยกันที่ห้องป้านวลก็เข้ามาพูดคุยและแนะนำเรื่องต่างๆและวางสำหรับการทำโครงในวันพฤหัสบดีที่ 18 ก.ค. ก่อนที่จะถึงเวลาเลิกงานและทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เป็นอาทิตย์แรกของการฝึกที่เหนื่อยไม่มากเท่าไหร่ เป็นอาทิตย์ที่สนุกมากสัปดาห์หน้าจะเจอกับอะไรบ้างไว้มาดูกัน โปรดติดตามต่ออาทิตย์หน้า...