เร่งเสริมทักษะเอาตัวรอดให้เด็กไทย หลังพบปิดเทอมจมน้ำตายเกือบพัน

เด็กไทยต้องเปี่ยมเอาตัวรอดด้วยทักษะ 10 ด้าน

นักวิชาการเผยปิดเทอมเสี่ยงตาย หลังพบเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงสุดถึง 740 รายในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ขณะที่อุบัติเหตุเด็กตายบนท้องถนนอีกปีละ 700 ราย เร่งถ่ายทอดองค์ความรู้สู่อปท. หวังกระจายสู่ท้องถิ่น ชี้เด็กไทยต้องเปี่ยมเอาตัวรอดด้วยทักษะ 10 ด้าน

            รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยภายหลังการจัดกิจรรมค่าย 10 ทักษะความปลอดภัยเพื่อฝึกทักษะการอยู่รอดปลอดภัยจากอุบัติเหตุของเด็กชั้นป.1-ป.3 ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่าในแต่ละปีเด็กไทยอายุ 1-14 ปี จะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุจำนวนกว่า 2,500 รายต่อปี หรือเฉลี่ย 200 รายต่อเดือน และในแต่ละปีพบว่าเดือนที่มีเด็กตายจากอุบัติเหตุสูงสุดคือเดือนเมษายน หรือเฉลี่ย 350 รายต่อเดือน และการจมน้ำมีสถิติการตายถึงร้อยละ 33 หรือ 740 ราย ร้อยละ 31 ตายจากภัยทางถนน หรือ 700 ราย ที่เหลือร้อยละ 36 ตายจากสาเหตุอื่น และช่วงปิดเทอม4 เดือนยังเป็นช่วงอันตรายสูงสุด ส่วนการตายของเด็กวัย 4-12 ปีส่วนใหญ่ตายในละแวกบ้าน ในบริเวณชุมชนในขณะเล่นกับเพื่อน



    รศ.อดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาสถาบันฯได้ถ่ายทอดความรู้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ฝึกอบรมการเอาตัวรอดทางน้ำใช้เวลาฝึกอบรม 1 สัปดาห์ ซึ่งอปท.บางแห่งใช้งบประมาณในการสร้างสระน้ำเพื่ออบรมเด็ก โดยทำได้ในอายุ 6-7 ปี เรียนรู้ทักษะเพื่อป้องกันการจมน้ำ 5 ประการ ได้แก่ รู้จุดเสี่ยง ลอยตัวได้ 3 นาที เพราะจะโผล่ขึ้นมาหายใจได้และจะมีจังหวะที่มีคนมาช่วย หรือเพื่อนที่มาด้วยกันช่วยได้ เพราะเด็กจะเล่นน้ำในระดับริมตลิ่ง และเคลื่อนตัวในน้ำได้ 15 เมตร ช่วยผู้อื่นโดยการตะโกน โยน ยื่น และใช้ชูชีพเมื่อต้องเดินทางทางน้ำ ที่อยู่ในอายุ 7 ปีหรือ ป.1 ซึ่งในอนาคตจะปรับหลักสูตรเร่งรัดใช้เวลาอบรม 1 ชั่วโมง เพื่อเอาตัวรอดในน้ำให้ได้

            นอกจากนี้พบว่าอุบัติเหตุจราจรเป็นการตายอันดับ 2 ของเด็ก ทั้งการเดินทางไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ซ้อนมอเตอร์ไซด์ ถูกรถชนในละแวกบ้าน เพราะพื้นที่เล่นของเด็กไม่แยกออกจากถนน รวมทั้งการซ้อนมอเตอร์ไซด์เด็กไม่ได้สวมหมวกกันน็อค โดยมีคำแนะว่าในเด็กก่อนวัย 6 ขวบไม่ควรซ้อนรถจักรยานยนต์ เพราะยังอยู่ในวัยที่ดูแลตัวเองไม่ได้ ยังไม่เข้าใจความเสี่ยง แม้จะสวมใส่หมวกกันน็อค แต่เด็กต่ำกว่า 6 ขวบยังไม่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายควรใช้รถจักรยานยนต์ได้เมื่อขาวางถึงที่วางเท้า เพราะตามกฎหมายมอเตอร์ไซด์จะโดยสารได้แค่ 2 คนคือคนขับและคนซ้อนเท่านั้น

            ทั้งนี้ทักษะความปลอดภัย 10 อย่าง ประกอบด้วย 1.ทักษะความปลอดภัยทางน้ำ 2.ทักษะการเดิน ขี่จักรยาน และการโดยสารยานยนต์ 3.ทักษะการเล่นของเล่น 4.ทักษะการพูดคุยกับคนแปลกหน้า 5.ทักษะความปลอดภัยในบ้าน 6.ทักษะการใช้ไอทีอย่างปลอดภัย 7.ทักษะการปฐมพยาบาล 8.ทักษะการกู้ชีพเบื้องต้น 9.ทักษะการข้ามถนน และ 10. ทักษะ Home alone

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สร้างสรรค์โอกาส สสส.



ความเห็น (1)

เชิญชมวิดีโอ การตายของเด็กจากอุบัติเหตุในช่วงปิดเทอม และ 10 ทักษะความปลอดภัยที่เด็ก ป.1-ป.3 ต้องมี https://iptv.mahidol.ac.th/topic/75544