หลักการและเหตุผล

  ในช่วงแรกของศตวรรษที่ 20 จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) นักการศึกษาชาวอเมริกันซึ่งเป็นนักปรัชญา นักจิตวิทยา และนักปฏิรูปการศึกษาชาวอเมริกัน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยเวอร์มอนต์ ในปี ค.ศ. 1879 หลังจากนั้นใช้เวลาว่างช่วงสั้นๆ เป็นอาจารย์สอนพิเศษที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ก่อนจะกลับมาศึกษาต่อจนจบปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ในปี ค.ศ. 1884 ดิวอี้เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิชาปรัชญา จิตวิทยา และการสอน ของมหาวิทยาลัยชิคาโก เขามีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกแนวคิดและวิธีการสอนแบบใหม่ๆ ทั้งยังได้สร้างโรงเรียนสาธิตขึ้นเพื่อใช้สำหรับทดสอบพัฒนาและวิเคราะห์ทฤษฎีเกี่ยวกับการเรียนการสอนและที่สำคัญ ยังถือได้ว่าเขาเป็นนักปรัชญาทางการศึกษาแนวหน้าของโลก โดยมีปรัชญามากมายซึ่งเกี่ยวข้องกับการศึกษาที่แตกแขนงออกไปอย่างมากมาย (Pongsak ksm, 2017, https://th.wikipedia.org/) และ PBL ก็เป็นหนึ่งในทฤษฎีที่จอห์น ดิวอี้คิดค้นขึ้น วิธีสอนแบบแก้ปัญหาผู้เสนอแนวคิดที่ว่า การเรียนรู้เกิดจากการปฏิบัติ หรือ ได้ลงมือ กระทำ ด้วยตนเอง (Learning by doing) จากแนวคิดนี้ ได้นำไปสู่แนวคิดของการสอนในรูปแบบต่าง ๆ ดังที่ ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

          แนวคิดของ PBL ก็มีรากฐานมาจากแนวคิดของ ดิวอี้ เช่นเดียวกัน PBL มีการพัฒนาขึ้นครั้งแรกโดยคณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Faculty of Health Sciences) ของ มหาวิทยาลัย McMaster ที่ประเทศแคนาดา ได้ถูกนำมาใช้ในกระบวนการติว (tutorial process) ให้กับ นักศึกษาแพทย์ฝึกหัด วิธีการดังกล่าว ต่อมาได้กลายเป็นรูปแบบการเรียนรู้(Learning model) ที่ทำให้ มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกานำไปเป็นแบบอย่างในการจัดการเรียนรู้ โดยเริ่มจากปลายปี ค.ศ. 1950 มหาวิทยาลัย Case Western Reserve ได้นำมาใช้เป็นแห่งแรกและได้จัดตั้งห้องทดลอง พหุวิทยาการ (Multi-disciplinary Laboratory) เพื่อทำเป็นห้องปฏิบัติการสำหรับทดลองรูปแบบการสอนใหม่ ๆ รูปแบบ การสอนที่มหาวิทยาลัย Case Western Reserve พัฒนาขึ้นมานั้นได้กลายมาเป็นพื้นฐานในการพัฒนา หลักสูตรของโรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ทั้งในระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษา และบัณฑิต วิทยาลัย ในช่วงปลายทศวรรษที่ 60 มหาวิทยาลัย McMaster ได้พัฒนาหลักสูตรแพทย์ที่ใช้ PBL ในการ สอนเป็นครั้งแรก ทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นที่ยอมรับและรู้จักกันทั่วโลกว่า เป็นผู้นำทางด้าน PBL (world class leader) โรงเรียนแพทย์ที่มีชื่อเสียงอย่างเช่น Harvard Medical School และ Michigan State University, College of Human Medicine ก็ได้นำรูปแบบ PBL ไปใช้ จึงทำให้โรงเรียนแพทย์ใน มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ให้การยอมรับรูปแบบ PBL ในการสอนมากขึ้น จนกระทั่งกลางปี ค.ศ. 1980 เทคนิคการสอนโดยใช้รูปแบบ PBL ได้เริ่มขยายออกไปสู่การสอนในสาขาอื่น ๆ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาศาสตร์ สังคมศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์ เป็นต้น PBL จึงเป็นที่นิยม กันแพร่หลาย และมีการนำไปใช้สอนตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มากขึ้น ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่นำ PBL ไปใช้ ในการเรียนการสอน อาทิเช่น Harvard, New Mexico, Bowman Gray, Boston  เป็นต้น  นอกจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาแล้ว มหาวิทยาลัยของประเทศแทบทุกส่วนของโลกก็ให้ ความสนใจในการนำรูปแบบ PBL ความนิยม PBL ในการสอนที่ต่างประเทศนั้น สามารถเห็นได้ชัดเจนจากการเชื่อมโยงเครือข่ายการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย ต่างๆ ที่ใช้ PBL ในการสอนเหมือนกันทางอินเตอร์เน็ตและจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) โดยมีการ เผยแพร่ทั้งตำรา เอกสาร และบทความจำนวนมาก

(ไพศาล สุวรรณน้อย , มปป, https://ph.kku.ac.th/thai/images/file/km/pbl-he-58-1.pdf)

          เมื่อดูจากรูปคำศัพท์ Problem – based Learning Problem แปลว่า ปัญหา based แปลว่าพื้นฐาน Learning  แปลว่า การเรียนรู้ Problem – based Learning หรือ PBL ก็คือ วิธีการเรียนรู้วิธีหนึ่ง ที่มีรูปแบบการเรียนรู้ โดยการนำปัญหามาเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เป็นเทคนิคการสอน ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง เผชิญหน้ากับปัญหาด้วยตนเอง จะทำให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะในการคิดหลายรูปแบบ เช่น การคิดวิจารณญาณ คิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ (ยรรยง สินธุ์งาม, 2014, http://www.vcharkarn.com/blog/37131)

          ปัจจุบันประเทศไทย มีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบ PBL ในการสอนทั้งระดับการศึกษาขั้น พื้นฐานและระดับอุดมศึกษาเป็นที่นิยมกันมากขึ้น มีงานวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ที่เรียกว่าการวิจัยใน ชั้นเรียนที่ใช้ PBL มากมาย มหาวิทยาลัยหลายแห่งที่ส่งเสริมและได้ทดลองนำไปใช้แล้ว โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีการ พัฒนารูปแบบ PBL ในการสอนร่วมกับ ผู้สอนจากมหาวิทยาลัย Stanford และ Vanderbuilt (ไพศาล สุวรรณน้อย , มปป, https://ph.kku.ac.th/thai/images/file/km/pbl-he-58-1.pdf) แต่เนื่องจากการสอนโดยใช้รูปแบบ PBL ในการสอนระดับปฐมวัยนั้นยังไม่แพร่หลาย ผู้รายงานจึงมีความสนใจจะทดลองนำแนวการสอนรูปแบบ PBL มาพัฒนาเป็นการสอนให้เหมาะสมกับเด็กในระดับปฐมวัย

          จากข้อมูลข้างต้นผู้รายงานได้เล็งเห็นความสำคัญของนวัตกรรม PBL (Problem Based Learning) ที่สามารถพัฒนาเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งช่วยพัฒนาการเรียนรู้ทั้ง 4 ด้าน คือ 1. ด้านร่างกาย 2. ด้านอารมณ์-จิตใจ 3. ด้านสังคม และ 4. ด้านสติปัญญา พัฒนาในเรื่องกระบวนการในการทำงานทั้งทำงานคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม พัฒนาทักษะต่างๆ อาทิเช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการสังเคราะห์ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น ช่วยพัฒนาเด็กในเรื่องของการแก้ไขปัญหา โดยใช้ปัญหาเป็นตัวนำมากระตุ้นให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ และเกิดทักษะการคิด การแก้ปัญหา นอกจากนี้ นวัตกรรม PBL (Problem Based Learning) ยังพัฒนาเด็กได้อีกหลายด้าน ดังนั้นข้าพเจ้าจึงได้จัดทำเล่มรายงานนี้ขึ้นมาเพื่อศึกษานวัตกรรม PBL เพิ่มเติม เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษา และเป็นประโยชน์แกบุคคลที่ต้องการจะศึกษาหรือสนใจในนวัตกรรม PBL (Problem Based Learning)

บรรณานุกรม

Pongsak ksm. (2017). “การศึกษาแบบ Problem Based Leaning”. https://th.wikipedia.org/.
          สืบค้นเมื่อ 29 กันยายน 2561.

ไพศาล สุวรรณน้อย. (มปป). “การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning: PBL)”.
          https://ph.kku.ac.th/thai/images/file/km/pbl-he-58-1.pdf. สืบค้นเมื่อ 29 กันยายน 2561.

ยรรยง สินธุ์งาม. (2014). “Problem Based Leaning”. http://www.vcharkarn.com/blog/37131.
          สืบค้นเมื่อ 29 กันยายน 2561.