สวัสดี เฟิน10 ปีผ่านไปเร็วจัง แวะมาทักทายหากเธอได้อ่านข้อความนี้ขอบอกให้รู้ว่าฉันสบายดี อาจมีความกังวลเรื่องงาน เรื่องเรียน เรื่องความสัมพันธ์ บ้าง แต่รู้มั้ยเรื่องพวกนี้สร้างความตื่นเต้นและท้าทายในการจัดการจริงๆ

2-3 วันที่ผ่านมามีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมาย หากไม่เก็บมาคิดทบทวนก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย คิดไปคิดมาอดคิดถึงเธอไม่ได้จริงๆ

จำวันแรกๆที่ไปทำงานได้มั้ย ….ฉันจำภาพเธอที่เดินไป ER ภาพสาวน้อยอวบระยะสุดท้ายยืนกอดอกในขณะที่กำลังถามถึงกุญแจบ้านจากเจ้าหน้าที่ ได้ข่าวว่าท่ากอดอกของเธอเป็นที่เลื่องลือในกลุ่มเจ้าหน้าที่ ไม่รู้ว่าเลื่องลือยังไง แต่เค้าคงชอบท่านี้มั้งถึงได้เอาไปเม้ากัน 55555

เค้าไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นเธอกลัวจะตาย กลัวการเริ่มต้นในที่ๆเธอไม่รู้จักมาก่อน …. การกอดอกจึงเป็นการแสดงความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวของเธอ แต่น่าแปลกที่บางคนกลับตีความท่าทาง กะอีแค่ “กอดอก” ไปต่างๆนานา

ฉันจะบอกให้นะ การรับรู้ของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน บางครั้งการสื่อสารเรื่องหนึ่งออกไป ไม่แปลกที่จะไม่ได้รับการรับสารตามที่ต้องการทุกครั้ง แต่บางครั้งกลับถูกตีความและเข้าใจต่างไปจากที่ต้องการสื่อ ฉันถึงเห็นภาพเธอบ่นอุบอิบทุกครั้งที่เวลาคุยกับใครแล้วเค้าไม่เข้าใจเธอ แม้ตอนนี้ฉันเองก็มักจะถามคนตรงหน้าเวลาคุยด้วยว่า “เข้าใจตรงกัน ?” เป็นประจำ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าใจตรงกันจริงๆ ต้องถามซ้ำๆยืนยันโดยเฉพาะเรื่องที่ละเอียดอ่อนเสี่ยงกับการตีความที่ไม่ตรงกัน

ทำงานปีแรกๆมันหนักเนอะ งานอาจไม่ยากมากแต่ความไม่มั่นใจ ความกังวล ความกลัวเป็นความรู้สึกเพิ่มความเครียดในการทำงาน เด็กคนนึงที่เป็นน้องจากรั้วมหาลัยต้องกลายมาเป็นคนตัวใหญ่ในที่ทำงานแห่งหนึ่ง มีความคาดหวังจากคนรอบข้างว่าเราจะต้องช่วยคนให้ได้ เราจะต้องปฏิบัติตามกฎกติกาในองค์กร เป็นน้องที่เคารพพี่ ให้เกียรติคนรอบข้าง เป็นตัวอย่างที่ดี ……เพลีย

จำได้ว่าตอนนั้นเธอเจอเคสห้องคลอดเด็กเอาเท้าออกมา fully เธอเดินวุ่นโทรหาพี่ๆตอนตีห้า ……. อนิจจาพี่คนที่หนึ่งไม่รับสาย คนที่สองเหมือนกัน คนที่สามอยุ่สทิงพระกว่าจะมาถึงก็เป็นชั่วโมง เธอลนลาน มือสั่น ควานหาหนังสือเรื่องการทำคลอดว่าต้องทำยังไง แต่อ่านแล้วก็ไม่get จนพี่พยาบาลบอกว่าเลิกเปิดเถอะมาอยู่ข้างๆพี่ เดชะบุญที่เด็กตัวเล็กและเป็นท้องหลัง การคลอดวันนั้นจึงผ่านไปอย่างปลอดภัย ตอนนั้นเธอบอกตัวเองเลยใช่มั้ยว่าการคลอดไม่เป็นอย่างที่คิด เธอคงต้องจบชีวิตการเป็นแพทย์แน่ๆ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสนุกที่ทุกคนฟังแล้วผ่านไป แต่สำหรับคนที่เจอสถานการณ์นั้นมันไม่ง่าย เธอได้เรียนรู้ความกลัว ความไม่มั่นคง ในกาารทำงาน ตอนนั้นเธออยากให้มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยและทำให้เธอมั่นใจว่าเธอจะไม่โดเดี่ยวในการทำงาน แต่สุดท้ายก็ไม่มี เจ็บอ่ะ…. สิ่งที่ทำได้คือพัฒนาตัวเองให้เก่งและดีขึ้นแทนการไปคาดหวังกับใคร

เธอถามบ่อยๆใช่มั้ยว่าทำไมเราถึงต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น เราถูกแกล้ง? คนอื่นอู้? แต่จริงๆแล้วอ่ะ ทุกคนต่างมีหน้าที่นะเฟิน …. หน้าที่งานตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ งานส่วนตัวที่สำคัญต่อตัวเองหรือคนอื่นมากกว่าที่ทำงาน ทุกคนไม่ได้อยากทำงานหนักเหมือนกันนะ เพราะในชีวิตเค้าอาจจะมีงานที่หนักกว่านอกเหนือจากที่ทำงานก็ได้ บางคนแบกร่างมาทำงานพร้อมจิตใจบอบช้ำจากความสัมพันธ์ที่บ้าน หนี้สิน การถูกละเลย ภาระงาน …บางคนสู้เต็มที่ที่ทำงาน บางคนสู้เต็มที่ที่บ้าน เค้ามีภาระที่เราไม่รู้ทั้งหมด หรือที่จริงแล้วมันเกิดจาก…จากความคิดของเราที่ไม่ได้มองสภาพความเป็นจริง แล้วไปคาดหวังคนอื่นอย่างรึเปล่า ???

หลายปีที่ผ่านมาเราขอบคุณสิ่งดีๆนะที่ทำให้เราได้เห็นเรื่องราวต่างๆและเข้าใจความเป็นจริง ทำให้เราแปลสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ดีขึ้น เหมือนกับที่เรามักโทษว่าเราโดนกินแรง แต่จริงแล้วอาจจะมาจากความรับผิดชอบต่องานในแต่ละคนต่างกัน แถมเรื่องสุขภาพแต่ละคนก็ต่างกันทำให้บางคนทำงานได้ไม่เหมือนกับเรา พออายุมากขึ้นก็รู้ว่าเราโง่ลง รู้น้อยลง อึดน้อยลง เรื่องโดนกินแรงที่เธอบ่นน่ะตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วล่ะ การมองภาพให้กว้างและคิดถึงเหตุผลหลากหลายที่เป็นไปได้ จะทำให้เธอเข้าใจปัญหาและอยู่กับมันได้ดีกว่าการตีกรอบความคิดที่มีแต่คำตอบเดียว สิบปีนี้ฉันเรียนรู้คำว่า อคติและมองไม่ครบองค์มากขึ้น อยากให้เธอเข้าใจโลกแห่งความเป็นจริงเพื่อที่จะอยู่บนโลกนี้ให้ได้

เธอขี้หงุดหงิดและปล่อยพลังความโกรธเหมือนจุดพลุในคืนวันปีใหม่เลยนะ พลุนับพันลูกสามารถพุ่งขึ้นได้ในคืนนึง เหมือนกับความเหวี่ยงของเธอที่พุ่งพล่านในไม่กี่นาที ฉันไม่ได้บอกนะว่าความโกรธไม่ดี ความโกรธทำให้เรารู้ว่าเราต้องการสิ่งที่ดีกว่านี้ แต่ความโกรธก็สามารถทำลายบรรยากาศและความรู้สึกคนรอบข้างให้วอดวาย … ราบพนาสูรได้ (โห!!!) ฉันไม่ได้จะว่าเธอนะ ฉันเป็นห่วงเพราะความโกรธไม่เพียงทำร้ายคนรอบข้างแต่กลับมาทำร้ายตัวเราเองได้ ไม่ว่าจะเป็นทำให้เราคิดวนไปมาตลอด ไม่มีความสุข ปวดหัว ความดันขึ้น ทั้งหมดมาจากอารมณ์โกรธ แม้พลุจะเป็นความสว่างไสว ในคืนมืดแต่ไม่มีใครอยากลองสัมผัสพลุลูกนั้นหรอก แรงระเบิดกับความร้อนทำให้คนหวาดกลัวและหนีไป ทั้งๆที่จริงๆแล้วเธอแค่อยากให้ทุกคนรับฟังปัญหา เข้าใจความกังวลและไม่มั่นใจของเธอ และมาช่วยปรับการทำงานให้ดีขึ้น

สิบปีนี้ฉันเรียนรู้เลยนะ ย้ำๆๆๆๆๆๆว่าการทำงานกับคนโดยการใช้อารมณ์ ไม่ช่วยทำให้งานคืบหน้า หรือถ้าคืบหน้าก็ไม่นาน ความสัมพันธ์ตะหากที่ทำให้งานเดินอย่างต่อเนื่อง การให้เกียรติ การทำความเข้าใจ การเอาใจเขามาใส่ใจเราตะหากที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ฉันรู้ว่าการจัดการกับพลุในใจไม่ใช่เรื่องง่าย ตอนนี้ก็ยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้มาก แต่ก้อดีกว่าตอน 10 ปีที่ผ่านมานะ อาจเป็นเพราะเรามองปัญหาได้กว้างและเข้าใจมากขึ้น อยากบอกเธอนะว่าทุกครั้งที่เธอเริ่มจุดพลุในใจ ให้กลับมาจัดการตัวเธอเองนะ อย่าให้พลุมันพุ่งทะยานไปนอกใจ ทำให้ทุกอย่างรอบข้างวอดวาย ทำงานคนเดียวไม่สนุกหรอก การทำงานที่สนุกคือมีเพื่อนมีทีม จะมีได้ก้อต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกียรติและเข้าใจกัน

เธอสงสัยอะไรในตัวเองรึเปล่า ฉันแค่แวะมาเล่าสู่กันฟังเธอมักจะบอกว่าอยากรู้ว่าตัวเองในอีกสิบปีข้างหน้าเป็นอย่างไร เสียดายที่ฉันไม่ได้มีโอกาสเจอเธอ ได้แต่ระลึกถึงเธอและทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาโดยใช้มุมมองที่กว้างขึ้นในการทำความเข้าใจ คนเรากว่าจะรู้หรือฉลาดได้ก็ต้องโง่ก่อนล่ะนะ อย่างน้อยการคิดถึงเธอทำให้ฉันได้คำตอบที่ทั้งฉันและเธอสงสัยมานานเพียงแค่เราไม่เคยค้นหาว่ามันคืออะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อารมณ์ สิ่งที่เราคิด มันเกิดจากอะไร ดีใจที่เหตุการณ์ในปัจจุบันที่ทำให้ฉันย้อนกลับคิดถึงเธอ ได้กลับไปทบทวนปัญหาเดียวกันที่เกิดกับตัวเอง หวังว่าการทบทวนครั้งนี้จะทำให้ฉันเข้มแข็ง เปิดใจ ยืดหยุ่น มากขึ้น

ขอบคุณนะ ถ้าไม่มีเธอ ไม่มีเรื่องราวในวันนั้น ฉันเองก็คงรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของตัวเองแบบทุกวันนี้อาจจะยังทำได้ไม่ดี แต่ฉันรู้ว่าฉันกำลังปรับตัวและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณนะ

เฟิร์น