common errors

การใช้ภาษาอังกฤษ ที่ถูกต้อง อ้างอิง มาตรฐานตามพจนานกรม  

ภาษาอังกฤษ ไม่กำหนดมาตฐาน ถือตามส่วนใหญ่ที่ใช้แต่ละท้องถิ่น

ความหมาย อาจยืดหยุ่น ขึ้นอยู่กับ ตำแหน่ง/หน้าที่ ในประโยค

Collin COBUILD English Usage:

ให้รายละเอียด การใช้ “every

ให้นำหน้า นามชนิดนับได้ รูปเอกพจน์ เพื่อแสดงว่า

คุณอ้างอิงถึง สมาชิกทุกคนในกลุ่มหนึ่ง และมิใช่เพียงบางคน เช่น

        “She spoke to every person at the party.”

        “I agree with every word Peter says.”

        “This new wealth can be seen in every village.”

บ่อยครั้งใช้ “every” หรือ “all” ในความหมายเดียวกัน

เช่นใน “Every student should attend”

มีความหมายเช่นเดียวกับ “All students should attend.”

อย่างไรก็ตาม ใช้ “every” ตามด้วย นาม รูปเอกพจน์

ขณะที่ เมื่อใช้ “all” ต้องตาม ด้วย นาม รูปพหูพจน์ เช่น

       “Every child is entitled to free education.”

       “All children love to build and explore.”

บางครั้ง แทนการใช้ “every” หรือ “all” ด้วยeach

โดยใช้ “each” เมื่อคิดเกี่ยวกับสมาชิกของกลุ่มเป็นรายตัว เช่น

       “Each customer has the choice of thirty colors.”

       “Each meal will be served in a different room.”

ตามปกติ ใช้ สรรพนาม เอกพจน์ เช่น “he” “she” “him” หรือ “her”

เมื่ออ้างอิงย้อนหลัง ถึงคำเริ่มต้นด้วย “every” เช่น

       “Every business woman would have a secretary if she could.”

อย่างไรก็ดี เมื่ออ้างอิงย้อนหลัง ถึงคำ

เช่น “every student” หรือ “every inhabitant
ที่มิได้ระบุเพศ เป็นการเฉพาะ ปกติใช้ “they” หรือ “them” เช่น

       “Every employee knew exactly what their job was.”

ใช้ “every” เพื่อแสดงว่า “บางสิ่งเกิดขึ้นสม่ำเสมอตามห้วงเวลา” เช่น

        “They met every day.”

        “Every Monday there is a staff meeting.”

ความหมาย “every” และ “allไม่เหมือนกัน เมื่อใช้กับคำแสดง เวลา

ตัวอย่างเช่น “ถ้าคุณทำบางอย่าง ‘every morning’

          หมายถึง “คุณทำสิ่งนั้น เป็นประจำทุกเช้า”

ถ้าคุณทำบางสิ่ง “all morning” หมายถึง

        “คุณใช้เวลาทั้งหมดตอนเช้าทำสิ่งนั้น” ้เช่น

        “He goes running every day.”

        “I was busy all day.”

ถ้าบางสิ่ง เกิดขึ้น “every other year” หรือ “every second year

หมายถึง “สิ่งนั้นเกิดขึ้นปีหนึ่ง แต่ไม่เกิดขึ้นในปีถัดไป

    หากแต่เกิดในอีกปี หลังจากนั้น” และต่อๆไป เช่น

    “We only save enough money to take a real vacation every other year.”

    “It seemed easier to shave every second day.”



American Heritage Dictionary:

ให้ข้อสังเกตุการใช้ “every”

คำที่เป็นตัวแทนของคำอังกฤษกลุ่มหนึ่ง

ที่แสดงรูป เอกพจน์

       หากแต่ใหัความรู้สึก ที่แสดงความเป็น พหูพจน์

เป็นกลุ่มที่รวม นาม วลี นำเสนอ

     โดย “every” “any” และ การใช้บางแบบ ของ “some”

     คำเหล่านี้ ใช้ กริยา เอกพจน์ เสมอ เช่น

    “Every car has (ไม่ใช่ have) been tested.”

    “Anyone is (ไม่ใช่ are) liable to fall ill.” และ

    “Some pizza is left over from the party.”

แต่ถ้าประโยค มี สรรพนาม ที่อ้างอิงถึง นาม วลี ก่อนหน้า

ที่เสนอด้วย “every”

ไวยากรณ์และความรู้สึก จะดึงให้เขวไปทางอื่น

ตามไวยากรณ์ คำเช่นนี้ ต้องใช้ “สรรพนาม เอกพจน์” เช่น

      “Every car must have its brakes tested.”

แต่บ่อยครั้ง ความหมาย มักชักนำผู้คน ให้ใช้ “สรรพนาม พหูพจน์” เช่น

      “Every car must have their brakes tested.”

การใช้ สรรพนาม พหูพจน์ แบบนี้

มีใช้ ทั่วไปในการพูด หากแต่ยัง ถือว่า ไม่ถูกต้องในการเขียน

อย่างไรก็ดี ความพยายาม ให้ถูก ไวยากรณ์

ทำให้เกิดความยุ่งยาก ซับซ้อน

เมื่อ สรรพนาม อ้างถึง วลี ประกอบด้วย “every หรือ “any”

ที่อยู่ภายใน วลี อิสระ ที่แตกต่าง ไม่อาจใช้ สรรพนาม เอกพจน์

ดังนั้น จึงไม่เป็น สำนวนเฉพาะ เมื่อกล่าวว่า

      “Every man left; he took his raincoat with him.”

และไม่ถูกไวยากรณ์ เมื่อกล่าวว่า

      “No one could be seen, could he?”

ถ้าดูเหมือนว่า รูป พหูพจน์ จะผิด ในตัวอย่างเหล่านี้ เช่น

      “Every man took their raincoat with them.”

ทางหนึ่ง ที่จะแก้ปัญหานี้ คือ จัดรูปประโยคใหม่

เพื่อให้ สรรพนามอยู่ในวลีเดียวกัน เช่น

       “Every man left, taking his raincoat with him.”

อีกทาง คือ แทน “every” หรือ “any” ด้วยคำอื่น

ตามปกติ ใช้วิธี ทำทั้งประโยค ให้เป็น พหูพจน์ เช่น

        “All the men left; they took their raincoats with them.”

ความยุ่งยากซับซ้อน อีกอย่าง ก็คือ ประเด็นเรื่อง เพศ

เมื่อวลี  ที่เสนอด้วย “every” หรือ “any”

อ้างอิง กลุ่มหนึ่ง ทีประกอบด้วย ชาย และ หญิง

ปัญหาคือ สรรพนาม เอกพจน์ ควรเป็น เพศใดมีคำตอบ ใน ข้อสังเกตุการใช้ “he” และ “they”