กาลครั้งหนึ่งที่นราธิวาส: มนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติวิถีและศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น

มนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติวิถีและวัฒธรรมของชุมชนจุฬาภรณ์: คุณค่าแห่งนราธิวาส

วันหนึ่ง ฉันเดินเข้าป่า ....

คงไม่บ่อยครั้งนัก สำหรับเด็กหนุ่มอย่างผม ในวัย 37 ปี ที่จะมีโอกาสเยือนจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใคร ๆ ก็ต้องรู้จักกันดี

การตัดสินใจเดินทางร่วมกับคณะนักท่องเที่ยว จาก CBTI ดูเหมือนจะเป็นความท้าทายหนึ่งของผม กับการเดินทางสู่แดนใต้ครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ คงเพราะความกระหายส่วนตัวถึงสิ่งที่จะได้พานพบประสบเจอที่นั้น

เส้นทางสู่ที่หมาย ดูเหมือนจะมีอุปสรรค ทั้งเครื่องล่าช้า จนต้องเปลี่ยนเครื่อง ฝนฟ้าที่ไม่เป็นใจ และเส้นทางที่แสนจะทรหด คดเคี้ยว จนน่าเวียนหัว แต่นั้นเป็นเพียงบทพิสูจน์ของนักเดินทางตัวน้อย ๆ อย่างผม เพราะคิดในใจเสมอว่า มันคือ บุญผลา หรือบุสเพสันนิวาสที่ยิ่งใหญ่ที่ดลให้ผมได้เดินทางมาครั้งนี้ ร่วมกับคณะนักท่องเที่ยว ที่เพิ่งได้รู้จักกันได้เพียง 1 วัน โดยการสื่อสารผ่านไลน์

ก้าวแรกของผมกับความประทับใจ คือ การต้อนรับอย่างเป็นกันเองของชุมชนมุสลิม “หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา12” สีหน้ายิ้มแย้ม การรับรองด้วยน้ำดอกอัญชันหวานฉ่ำ ช่างเย็นชื่นใจจริง ๆ ประหนึ่งผม กำลังอยู่ที่โรงแรมห้าดาวสักแห่งในโลกนี้

จุฬาภรณ์พัฒนา12 ตั้งอยู่ ม.13 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ในหุบเขา ใกล้เทือกเขาบาลา เป็นหมู่บ้านที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาเกี่ยวเนื่องกับพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ซึ่งได้ยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธและสลายกองกำลังเป็นพัฒนาชาติไทย และได้จัดตั้ง 4 หมู่บ้านสันติ โดยในวันที่ 28 มิ.ย. 2536 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัคราชกุมาร องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงมีพระประสงค์ที่จะพัฒนาโครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่ตามแนวชายแดน

วิถีชีวิตของชุมชนแห่งนี้ สะท้อนถึงความผูกพันกับธรรมชาติ ในทุกมิติ โดยเฉพาะอาหาร ที่หาได้จากทุนท้องถิ่น ที่มีอยู่อย่างเพียงพอต่อการดำเนินชีวิตของคนในท้องถิ่น รวมถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นได้อย่างน่ามหัศจรรย์ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันของชุมชนอิสลาม เป็นวิถีชีวิตที่ไม่ค่อยพบเห็นมากนักในปัจจุบัน ทำเลที่ตั้งที่ของชุมชน คล้ายกับอยู่ในหุบเขา มีต้นไม้สูงใหญ่ เรียงรายโดยรอบ มีลำธารอยู่ใกล้ ๆ  ที่พัก ซึ่งจัดแบบเรียบง่าย ได้ยินเสียงลำธาร เสียงนก ในรุ่งอรุณของทุกวัน หมอกสีขาวบาง ๆ บนท้องฟ้า ปรากฎขึ้นตรงหน้าพร้อมกับอากาศบริสุทธิ์ ไร้มลพิษที่ให้ทุกคนได้สูดเต็มปอด เพื่อเพิ่มพลังงานชีวิตให้ดำเนินต่อไปอีกหลาย 10 ปี

ความประทับใจอีกอย่าง คือ เมนูอาหารที่ชุมชน พิถีพิถันจัดเตรียมไว้ในทุกมื้อด้วยความใส่ใจรายละเอียด รสชาติไม่คุ้นชิน แต่สัมผัสลิ้นแล้วอร่อยลงตัว โดยเฉพาะซุปคอมมิวนิสต์ จนหลายคน ต้องถามสูตรกันเลยทีเดียว วัตถุดิบหาได้ในท้องถิ่น โดยคนในถิ่นเอง อีกทั้งผลไม้สดจากต้น จากสวนผลไม้ของชุมชนที่แตกต่างไปตามฤดูกาลพร้อมรับรองนักท่องเที่ยวจากต่างแดน

ยามค่ำคืน มีบทเพลงบรรเลงขับกล่อมโดยการผสมผสานของเครื่องดนตรีใต้และจีน สะท้อนกลิ่นไอของวิถีศิลปะวัฒนธรรมชุมชนได้ชัดเจน การแสดงของเยาวชนและกลุ่มสตรีในท้องถิ่น ที่ได้ซักซ้อมเป็นอย่างดี อาจดูเขินอายบ้าง แต่นั้นก็เป็นมนต์เสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ในขณะที่การแสดงเริ่มต้นขึ้น สายตาจับจ้องและรอยยิ้มพลันปรากฎขึ้นบนใบหน้าด้วยความสุข เสียงหัวเราะ เริงร่า พี่น้องจากชุมชนหลั่งไหลมาชมการแสดงจนน่าประหลาดใจ บางช่วงเวลา ผมเอง ได้ไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงนั้นด้วย บอกเลยว่า ความเครียดทั้งปวง มลายหายสิ้น การนอนหลับในคืนนั้น ทำให้ผมรู้สึกผูกพันกับชุมชนแห่งนี้อย่างน่าประหลาดใจ

เช้าวันใหม่ของผมกับการผจญภัยโดยการล่องแก่งต้นน้ำสายบุรี ได้เริ่มต้นพร้อมกับน้ำใส ไหลเอื่อย ๆ เย็นสดชื่น ตลอดระยะทาง 6 กิโลเมตร มีฝนตกประปรายแต่ไม่ใช่อุปสรรคอะไร การพายเรือร่วมกับคณะนักท่องเที่ยว โดยมีคนในชุมชน ร่วมเดินทาง บางช่วงเวลา ลงเล่นน้ำและวิดน้ำใส่กันและกัน เป็นสีสันของการศึกษาธรรมชาติตลอดสองลำน้ำ ควบคู่กับการใส่ใจรายละเอียดด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

การเดินทางมุ่งสู่ชุมชนจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ครั้งนี้ นับเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตของผมเลยก็ว่าได้ การได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ การผจญภัยในป่า และการพึ่งพาธรรมชาติของชุมชน ในทุกมิติที่แสนจะลงตัว หลายร้อยโอกาสของชุมชนแห่งนี้ ที่จะเติบโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนของจังหวัดนราธิวาสดูไม่ใช่แค่ความฝัน การรับมือและเตรียมพร้อม คือ กุญแจสำคัญ ในการสร้างความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวของชุมชนแห่งนี้

ผม คงเป็นคนที่โชคดีที่สุดคนหนึ่ง ที่ถูกคัดเลือกให้ได้ไปเยือนที่นั้น พร้อมกับคณะนักท่องเที่ยวอีกหลายคนที่แสนจะน่ารัก ทั้งที่เราเพิ่งรู้จักกัน แต่ความผูกพันประหนึ่งหลายพันปี และหากมีโอกาส จะกลับที่นั้นอีกครั้งอย่างแน่นอน

ทุกครั้งที่หลับตา ภาพของชุมชนแห่งนี้ จะปรากฎขึ้นในหัวเสมอคงเป็นมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติวิถีและวัฒธรรมของชุมชนจุฬาภรณ์ก็อาจเป็นได้ 

“ธรรมชาติก่อเกิดแนววิถี ธรณีฐานรากสร้างสถาน ประวัติศาสตร์ก่อเกิดเป็นตำนาน เป็นหลักฐานให้ศึกษาสืบต่อมา ธรรมชาติให้อาหารเสริมเดินก้าว เป็นเรื่องราวเมนูน่าค้นหา แหล่งพักผ่อนพักร่างดังมนต์ตรา สะท้อนค่าของชุมชนจุฬาภรณ์”

# CBTI

# localalike

# unseallocal2018

#thank you for photos from trip team

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การเรียนรู้จากการเดินทาง

คำสำคัญ (Tags)#ประวัติศาสตร์#วัฒนธรรมท้องถิ่น#วิถึชีวิต#การผจญภัย#นราธิวาส#ความมั่นคงด้านอาหาร#หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12#การพึ่งพาธรรมชาติ

หมายเลขบันทึก: 653212, เขียน: 20 Sep 2018 @ 10:53 (), แก้ไข: 20 Sep 2018 @ 12:57 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)