การดูแลและส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ
การดูแลสุขภาพจิตของผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุรับรู้เข้าใจถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อภาวการณ์เจ็บป่วยที่เกิดขึ้น และสามารถหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาของตนเองได้อย่างเหมาะสม ทำให้ผู้สูงอายุรับมือกับสภาวะอารมณ์ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ โดยคุณค่า และศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเพื่อให้เกิดความเข้าใจในปัญหาหรือภาวะโรค และมีแนวทางการปรับตัวต่อปัญหาหรือความเจ็บป่วย การส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิต โดยใช้การสื่อสารการสนับสนุนทางสังคมและการสร้างสัมพันธภาพเป็นกลไกสำคัญ
การดูแลทางด้านสังคมจิตใจของผู้สูงอายุจำแนกได้ดังนี้
- กลุ่มติดสังคม เป็นกลุ่มที่ช่วยตัวเองได้ดีไม่ค่อยมีปัญหาทางด้านจิตใจ การผลักดันให้ผู้สูงอายุกลุ่มนี้เข้าร่วมชมรมผู้สูงอายุหรือชมรมต่างๆที่ผู้สูงอายุสนใจ เพื่อพัฒนาทักษะทางกาย พัฒนาความคิด พัฒนาทักษะที่จำเป็นในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และกิจกรรมที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ควรเป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้สูงอายุให้เกิดความภาคภูมิใจ โดยเฉพาะในกลุ่มติดสังคมสามารถเปลี่ยนภาระให้เป็นพลังของชุมชนได้เช่น
กิจกรรมช่วยเด็กเล็ก ด้วยการพัฒนาเด็กเล็ก ได้แก่ ทำให้เด็กเล็กในชุมชนได้ความสนุกด้วยการใช้การละเล่นในอดีตเล่นกับเด็กหรือสอนครูพี่เลี้ยง การฝึกวิธีการตั้งคำถามแล้วให้เด็กเล็กตอบ/เล่านิทานให้เด็กฟังทำให้เด็กเกิดความฉลาด ทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจ จากที่มีการยกย่องชมเชยจากผู้สูงวัย
กิจกรรมช่วยวัยรุ่น โดยให้ผู้สูงอายุเป็นสื่อกลางกับคนต่างวัย สร้างความสัมพันธ์กับวัยรุ่น เปิดโอกาสให้วัยรุ่นได้แสดงออกกับผู้สูงอายุ
กิจกรรมการเพิ่มขีดความสามารถของผู้สูงอายุเพื่อช่วยเหลือชุมชน เช่น ให้ผู้สูงอายุเพื่อให้เป็นที่ปรึกษากับคนต่างวัย หรือให้ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆในชุมชน
- กลุ่มติดบ้าน เป็นกลุ่มที่อาจมีปัญหาสุขภาพจิตได้ ถ้ามีปัญหาทางด้านจิตใจต้องให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องนั้นๆก่อน การเยี่ยมบ้านจึงต้องมีข้อมูลของผู้สูงอายุรายนั้นๆ และต้องเตรียมคำถามที่สามารถสร้างความมีคุณค่าและกระตุ้นให้เกิดความภาคภูมิใจในผู้สูงอายุกลุ่มนี้ เมื่อไปเยี่ยมบ้านในกลุ่มนี้บุคลากรสาธารณสุขต้องเป็นฝ่ายฟังเพื่อให้ผู้สูงอายุระบายปัญหาแล้วจึงร่วมกันวางแผนแก้ปัญหา
- กลุ่มติดเตียง เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต การเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุกลุ่มนี้ต้องรู้ข้อมูลของผู้สูงอายุและต้องเตรียมเรื่องที่จะพูดคุยกับผู้สูงอายุ เมื่อไปถึงบ้านผู้สูงอายุควรจัดท่าให้ดูสุขสบาย ผ่อนคลาย ต้องกระตุ้นให้ผู้สูงอายุพูดคุยเล่าเรื่องมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายพูดเสียเอง ควรมีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้สูงอายุเคยประสบความสำเร็จภาคภูมิใจในอดีต เพื่อเป็นประเด็นการตั้งคำถามและให้ผู้สูงอายุเล่าเรื่องให้ฟัง
การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและจิตใจของผู้สูงอายุก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตดังนี้
ทางด้านสังคม ได้แก่ การสูญเสียสถานภาพ บทบาททางสังคม ตำแหน่ง เพื่อนฝูง สภาวะทางการเงิน การมีบทบาทลดลงทำ ให้สูญเสียความมั่นคง ในสังคม สูญเสียความภาคภูมิใจในตนเอง ทำ ให้ผู้สูงอายุมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อตนเอง (Poor Self-Image) และรู้สึกว่าตนเองกำลังเริ่มเป็นภาระ
ทางด้านอารมณ์และจิตใจ ได้แก่
- การรับรู้ข้อมูล และการนำความรู้สู่การปฏิบัติได้ลดลง
- เจตคติความสนใจ และคุณค่าซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลซึ่งมีอิทธิพลมาจากเพศสังคม อาชีพ เชื้อชาติและวัฒนธรรม
- การรับรู้เกี่ยวกับตนเองและความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ส่วนใหญ่มักรับรู้ว่าตนเองอยู่ในวัยพึ่งพิงเพราะความเสื่อม ทำ ให้ความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองลดลง
- การเปลี่ยนแปลงด้านบุคลิกภาพจากการเปลี่ยนแปลงการยอมรับของสังคม สถานการณ์รอบๆตัวผู้สูงอายุ การรับรู้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
- การเรียนรู้จะลดลงมาก โดยสิ่งที่ผู้สูงอายุเรียนรู้ได้ดี และเร็ว คือการเรียนรู้เฉพาะอย่างโดยไม่ไปเร่งรัด
- การจดจำเกี่ยวกับสิ่งใหม่ๆลดลง การกระตุ้นความจำจึงต้องการปฏิบัติเป็นลำดับขั้นตอน หรือการจดบันทึกช่วยจำ
- การเสื่อมทางสติปัญญาจะค่อยเป็นค่อยไปไม่เท่ากันทุกคน เช่น การใช้เหตุผล การคำนวณบวกลบตัวเลข การคิดเรื่องนามธรรม การคิดสร้างสรรค์ การคิดตัดสินใจ
เทคนิคการ Approach ผู้สูงอายุ
- เริ่มต้นด้วยการให้ความเคารพและอ่อนน้อมต่อผู้สูงอายุไว้ก่อนโดยการยกมือไหว้ผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าได้รับการให้เกียรติ การยกย่องจากผู้อื่น เกิดความรู้สึกอบอุ่นและภาคภูมิใจ ถือเป็นทักษะการสร้างสัมพันธภาพที่ดีก่อนที่จะใช้ทักษะการสื่อสารอื่นๆ
- เริ่มต้นการสนทนาทุกครั้งโดยการยิ้ม ทักทาย และแนะนำตัวเพื่อสร้างมิตร เพื่อให้ทราบว่ากำลังสนทนากับใคร
- นั่งด้านหน้าผู้สูงอายุขณะสนทนา เพื่อให้มองเห็นหน้า และริมฝีปาก เนื่องจากผู้สูงอายุอาจใช้การอ่านริมฝีปากประกอบการทำความเข้าใจการสนทนา
- พูดให้ช้าลง ชัดเจน ใช้น้ำเสียงปกติ นุ่มนวล ไม่ควรใช้เสียงแหลมเล็ก หากผู้สูงอายุไม่ได้ยินควรขยับเข้าใกล้ พูดดังขึ้นเล็กน้อยไม่ควรตะโกน เนื้อหาที่พูดควรสั้น กระชับได้ใจความ
- ใช้ท่าทางที่แสดงความเป็นมิตร ไม่กอดอก ไขว้ขา ไม่แสดงความเร่งรีบ หรือไม่มีเวลาการยอมรับความสนใจ ตั้งใจ และเต็มใจที่จะรับฟังเรื่องราวของผู้สูงอายุ
- ใส่ใจที่จะรับฟังมากกว่าการพูด การให้คำแนะนำ โดยโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย พยักหน้าเพื่อแสดง
- ประสานสายตาขณะสนทนา เพื่อแสดงถึงความใส่ใจ ความเคารพ การให้เกียรติผู้สูงอายุ
- สัมผัสขณะสนทนา เช่นการแตะเบาๆ หรือจับมือเพื่อแสดงความเอาใจใส่ ยอมรับและเต็มใจ
- หากผู้สูงอายุปฏิเสธเรื่องราวต่างๆ ไม่ยอมรับว่าตนเองหลงลืม ควรหลีกเลี่ยงการยืนยันยอมรับ หรือตำหนิ
ปัญหาสุขภาพจิตในผู้สูงอายุ
สิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตผู้สูงอายุ เริ่มจากสัมพันธภาพร่วมกับผู้อื่นโดยเฉพาะคนในครอบครัวและการเสียหน้า การเสียคุณค่า และการเสียความเคารพจากผู้อื่น ซึ่งปัญหาสุขภาพจิตในผู้สูงอายุที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ความเครียด (Stress) เป็นสภาวะจิตใจและร่างกายที่เปลี่ยนแปลงจากการปรับตัวต่อสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้าที่คุกคามให้เกิดความทุกข์ ความไม่สบายใจ หรือความไม่พอใจ
อาการ หงุดหงิดง่าย ดูไม่มีความสุข อารมณ์ตึงเครียด ยิ้มไม่ออก หรือเบื่อหน่ายกับชีวิต ขาดความกระตือรือร้น ไม่ค่อยมีพลังหรือแรงกระตุ้นในการทำงาน นอนไม่หลับ รับประทานอาหารมากหรือน้อยกว่าปกติ
แนวทางการช่วยเหลือ
- สำรวจปัญหาความเครียดที่เกิดขึ้นด้วยการถามคำถามปลายเปิด เพื่อกระตุ้นให้ผู้สูงอายุได้สำรวจปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเองชัดขึ้น
- ใช้ทักษะการทวนซํ้า หรือการสะท้อนอารมณ์ เพื่อยืนยันความรู้สึก และทำให้ผู้สูงอายุมองเห็นและบอกเล่าความคิดความรู้สึกของตนเอง เช่น การใช้คำถาม “อะไร” หรือ “อย่างไร”
- สรุปข้อมูลเพื่อให้ผู้สูงอายุได้เข้าใจปัญหา
- ช่วยเหลือในการเชื่อมโยงที่มาของปัญหา ความเข้าใจในปัญหา และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยการให้ข้อมูล การบอกผลของสิ่งที่ทำ การตีความ การให้ข้อมูลย้อนกลับ
- กระตุ้นให้ผู้สูงอายุมีทางเลือกในการแก้ปัญหา ตระหนักถึงผลของการเลือกแนวทางการแก้ไขปัญหาแต่ละด้าน โดยการให้ความรู้ แนะแนวทาง การชักจูง แสดงวิธีการจัดการความเครียดที่เหมาะสม
- ความวิตกกังวล (Anxiety) เป็นความรู้สึกที่ต้องพึ่งพา ทำให้ขาดความมั่นใจ เกิดความกลัว
อาการ ขาดความมั่นใจ เกิดความกลัว เป็นลม แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก อาหารไม่ย่อย ไม่มีแรง
อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ
แนวทางช่วยเหลือ
- ประเมินให้รู้ว่าผู้สูงอายุวิตกกังวล เรื่องอะไร แก้อย่างไร
- ถ้าวิตกกังวลในเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ก็ให้คนอื่นช่วยแก้หรือให้ทำใจ โดยการการสอนวิธีปรับมุมมองให้กว้าง หรือแนะนำลูกหลานเข้ามาสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สูงอายุ
- รู้สึกว่าลูกหลานไม่เคารพ
แนวทางช่วยเหลือ
- รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น ให้ผู้สูงอายุระบายความรู้สึกพร้อมจับประเด็นความรู้สึกที่เป็นปัญหา
- แสดงความเห็นอกเห็นใจ และให้ผู้สูงอายุทบทวนพฤติกรรมการแสดงออกของตนเอง โดยการให้ผู้สูงอายุตั้งคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมของตนเอง
- ร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสม
- แนะนำให้ปรับวิธีการคิด ที่เน้นไม่ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง
- ให้ผู้สูงอายุเล่าเรื่องที่ตนภาคภูมิใจ พร้อมทั้งชื่นชม และให้กำลังใจ
- รู้สึกว่าตนเองถูกลูกหลานทอดทิ้ง
แนวทางการช่วยเหลือ
- สนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนบ้าน ในชุมชน
- ฝึกทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เช่น การเป็นผู้ให้ การเป็นผู้ฟัง
- ส่งเสริมให้ทำกิจกรรมที่สนใจ หรือกิจกรรมทางศาสนา
กรณีเป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน/ติดเตียง
แนวทางช่วยเหลือ
- ประสานเครือข่ายทางสังคมให้ดูแลช่วยเหลือ
- พูดคุยและให้กำลังใจ การใช้อุปกรณ์สื่อสารแทนการเยี่ยมหากไม่สะดวก หรือพูดคุยกับเพื่อนบ้าน
- ชักชวนให้ผู้สูงอายุทำ กิจกรรมที่สนใจต่างๆ
- สอนวิธีการตั้งคำถามเชิงบวก ที่ไม่ใช่การบ่น การตำ หนิการติเตียน
- จู้จี้ขี้บ่น
แนวทางการช่วยเหลือ
- รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้สูงอายุได้ระบายความไม่สบายใจหรือความคับข้องใจ
- ใช้คำถามเพื่อสะท้อนให้ผู้สูงอายุได้เห็นภาพของตนเอง
- ช่วยผู้สูงอายุฝึกวิธีการตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์
คำแนะนำ ลูกหลาน/ญาติ/ผู้ดูแล
- รับฟังผู้สูงอายุที่บ่นในช่วงแรก
- เป็นฝ่ายชวนคุย หมั่นซักถามเพื่อให้ผู้สูงอายุตอบคำถามและลืมเรื่องราวต่างๆที่บ่น
- ตั้งคำถามที่ให้ผู้สูงอายุในบ้านคิดและตอบ
- ชักชวนหรือหากิจกรรมให้
- ไม่ชวนทะเลาะหรือเก็บเรื่องที่ผู้สูงอายุบ่นมาเป็นอารมณ์
- รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า
แนวทางการช่วยเหลือ
กลุ่มติดสังคม
- ฝึกให้ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองในเรื่องง่าย เช่น กิจวัตรประจำวัน
- ฝึกให้เกิดการช่วยเหลือกันเอง เช่น จิตอาสาในรูปแบบต่างๆ
- ฝึกให้ช่วยเหลือผู้อื่น เช่น การตั้งชมรมต่างๆ
- ฝึกให้ผู้สูงอายุเป็นผู้ให้การปรึกษา/วิทยากร/นักจัดรายการวิทยุ
กลุ่มติดบ้าน
- ทักทาย พูดคุย เพื่อสร้างสัมพันธภาพ และให้กำลังใจ
- ถามความเห็นในเรื่องที่ผู้สูงอายุถนัด และให้เล่าเรื่องราวให้ฟัง
- ค้นหาศักยภาพ เพื่อประเมินความสามารถและส่งเสริมศักยภาพ
- ประเมินสิ่งที่ผู้สูงอายุเล่า และจัดกิจกรรมที่เหมาะสมให้
- แนะนำและอำนวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม/ชมรม
กลุ่มติดเตียง
- ทักทาย สร้างสัมพันธภาพ
- ให้พูดเกี่ยวกับอดีตเรื่องที่ภาคภูมิใจ เรื่องชื่นชม หรือที่เกี่ยวกับชุมชน วัฒนธรรมประเพณี
- ประเมินปัญหาสุขภาพจิต/ภาวะซึมเศร้า
- ใช้เครือข่ายทางสังคมในการดูแล
- นอนไม่หลับ
แนวทางการช่วยเหลือ
- ประเมินด้าน “คุณภาพ” หรือ “ปริมาณ” ของการนอน
- ประเมินความรุนแรงของปัญหาการนอนที่เกิดขึ้น
- หาสาเหตุที่เกิดขึ้น และแก้ไขตามสาเหตุ
- ปรับสุขลักษณะการนอน
- ให้ผู้สูงอายุเห็นประเด็น
- ปัญหาหรือสาเหตุที่เกิดขึ้นและต้องให้ผู้สูงอายุรู้จักจัดการชีวิตตนเอง
การส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ
การเสริมสร้างความสุข 5 มิติ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- สุขสบาย (Health) ดูแลสุขภาพร่างกาย เน้นการออกกำลังกายเพื่อให้เกิดความคล่องแคล่ว
- สุขสนุก (Recreation) ทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอารมณ์เป็นสุข จิตใจสดชื่นแจ่มใสโดยการทำกิจกรรมนันทนาการ การเล่น
ดนตรี ศิลปะ เพื่อคลายเครียด - สุขสง่า (Integrity) การส่งเสริมให้พึงพอใจในชีวิต ความภาคภูมิใจในตนเองความเชื่อมั่นในตนเอง ยอมรับนับถือตนเองรู้จักช่วยเหลือตนเองเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน รู้จักเป็นผู้ฟัง รู้จักการตั้งคำถามเพื่อคุยกับผู้อื่น
- สุขสว่าง (Cognition) ความสามารถของผู้สูงอายุด้านความจำ ความคิดอย่างมีเหตุผล การสื่อสาร การวางแผน และการ
แก้ไขปัญหา เน้นเรื่องการเรียนรู้ การรวมกลุ่ม การทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อชะลอความเสื่อมของสมองด้านต่างๆ - สุขสงบ (Peacefulness) การส่งเสริมให้สามารถปรับความคิด บริหารจิตให้เกิดสติ สมาธิ เพื่อสามารถรับรู้ เข้าใจตนเอง รู้จักควบคุมอารมณ์ เช่น การฝึกหายใจ ฝึกคิดให้ยืดหยุ่น คิดเรื่องที่ประสบความสำเร็จ
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2558). แนวทางการดูแลทางด้านสังคมจิตใจของผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิต.
(ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1). นนทบุรี: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.




