"การแกะหนังตะลุง” หรือ "การเล่นหนังตะลุง” 
             หลายคนเมื่อได้ยินได้ฟังแล้วอาจจินตนาการไปถึงตัวหนังที่โลดแล่นอยู่หน้าจอสีขาว และเสียงพากย์อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวใต้ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าวัฒนธรรมการเล่นหนังตะลุงรวมถึงแกะหนังตะลุงก็เป็นที่นิยมและเคยรุ่งเรืองที่ตำบลหนองปรือ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีมาก่อน ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่เพียงคณะเดียวของจังหวัดที่ยังคงสืบสานประเพณีท้องถิ่นนี้อยู่เช่นเดิม โดยเฉพาะกรรมวิธีการแกะตัวหนังตะลุงที่คงรูปแบบวิธีการของงานช่างพื้นบ้านไว้ได้อย่างมั่นคง 

หนังตะลุงนิยมมากในภาคใต้ของไทย และต่อมาได้แพร่หลายมายังภาคตะวันออกซึ่งได้รับมาจากอินเดียและมาเลเซียโดยเรียกหนังตะลุงนี้ว่า "วายังกูลิต” ใช้จอยาว ๘–๑๒ ศอก กว้างประมาณ ๖-๙ ศอก ขึงกางกับพื้นดิน มีคนดูอยู่หน้าจอคนพากย์อยู่ข้างหลังจอ ตัวหนังไม่สลักเป็นรูปคนเพราะทางศาสนาอิสลามห้ามเพราะขัดกับคัมภีร์โกหร่าน ตัวหนังทำเป็นรูปที่ไม่เป็นรูปคน ต่อมาเมื่อเข้ามาสู่ทางภาคใต้ของไทยชาวบ้านคอนพร้าว จังหวัดพัทลุงได้คิดดัดแปลงมาเป็นหนังตะลุงที่เรียกว่า " หนังคอน” จนพระยาสุรวงศ์วัยวัฒน์ (วร บุนนาค) ได้นำมาเล่นถวายต่อหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ที่พระราชวังบางปะอินในปี พ.ศ. ๒๔๑๙ 

การแกะหนังตะลุงนั้นน่าจะเข้ามาพร้อมกับการเชิดหนัง และเข้าใจว่าในช่วงแรกจะเป็นไปในรูป "หนังใหญ่” ก่อน มีขนาดใหญ่เท่ากับเด็กอายุประมาณ ๕-๖ ขวบ ซึ่งทำเป็นรูปตัวแสดงต่าง ๆ ได้แก่ ยักษ์ คน ลิง ภูเขา ต้นไม้ และนิยมเล่นในเวลากลางวัน แต่เนื่องจากใช้คนมากและมีปัญหาอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ต่อมาจึงได้ดัดแปลงขนาดของตัวหนังให้เล็กลงคือไม่เกินประมาณ ๑ ศอก แล้วเปลี่ยนเวลามาเล่นในเวลากลางคืน มีการจุดไฟข้างหลังจอเพื่อให้เกิดเงาขึ้นบนจอ ส่วนการแกะตัวหนังตะลุงนั้นจะมีเครื่องมืออุปกรณ์ได้แก่ หนังวัว จุนสี ดินหม้อ มีดแกะ สิ่ว มุกขนาดต่าง ๆ (ตุ๊ดตู่) เป็นต้น ความสำคัญของงานช่างประเภทนี้นั้น จะอยู่ที่การทำตัวหนังที่สะท้อนถึงรูปลักษณะตัวละครในวรรณกรรมต่าง ๆ ซึ่งช่างแกะตัวหนังนอกจากจะต้องมีความรู้ทางช่างแล้วยังต้องรู้และเข้าใจถึงจิตรกรรม นาฏกรรมที่เกี่ยวข้องกับตัวหนังแต่ละตัวอีกด้วย ได้แก่ "หนังเตียว” "หนังแผลง” "หนังคเนจร” "หนังง่า” เป็นต้น พร้อมไปกับกรรมวิธีในการแกะสลักจนผลงานเสร็จสมบูรณ์ 

อุปกรณ์การแกะหนัง 
1. หนังวัว หนังควาย หนังแกะ หนังแพะ 
2. กรอบไม้สี่เหลี่ยมสำหรับตากหนัง 
3. แบบลายภาพ 
4. เครื่องมือตอกและสลักลาย ได้แก่ เขียง มีดปลายแหลม มีดปลายมน ตุ๊ดตู่ ค้อน เทียนไข 
5. หมึกสีจากสีธรรมชาติหรือสีวิทยาศาสตร์ 
6. น้ำยางใสหรือน้ำมันเคลือบเงา 

ขั้นตอนการแกะหนัง 

การแกะหนังเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ทั้งเวลาและความชำนาญในการผลิต มีขั้นตอนดังนี้ 
1. เตรียมหนัง โดยนำหนังวัวหรือหนังควาย ขณะเป็นหนังสดมาขึงกับกรอบไม้สี่เหลี่ยม ตากให้แห้งแล้วนำหนังไปฟอก ขูดส่วนที่เป็นพังผืดออกให้หนังมีความหนาบางเท่ากันแต่ในปัจจุบันนิยมใช้หนังสำเร็จรูปฟอกแล้วจากโรงงาน 
2. ร่างภาพ วาดลวดลายที่ต้องการตามแบบลายภาพลงบนแผ่นหนัง ที่นิยมได้แก่ตัวละครในเรื่องของหนังตะลุง เช่น ฤาษี พระอิศวร รูปพระ รูปนาง รูปยักษ์ และตัวตลก ส่วนรูปที่ใช้ประดับตกแต่งอาคารบ้านเรือนได้แก่ตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ 
3. แกะฉลุ การแกะฉลุต้องใช้ความชำนาญและพิถีพิถันมาก โดยใช้เครื่องมือตอกและสลักลายขณะแกะเครื่องมือควรชุบเทียนไขบ่อยๆ เพื่อให้หล่อลื่น 
3.1 ใช้ตุ๊ดตู่ตอกสลับลายตามเส้นลวดลายที่ร่างภาพไว้ 
3.2 การขุดเป็นกนกซึ่งเป็นตัวลายจะใช้ เขียงไม้อ่อนรองหนังแล้วกดปลายมีดไปตามจังหวะลวดลายแต่ละตัว 
3.3 การทำเป็นดอกลายต่างๆ และการเดินเส้นประ โดยใช้ค้อนตอกตุ๊ดตู่ ซี่ตุ๊ดตู่จะใช้ตามลักษณะของปากตุ๊ดตู่แต่ละแบบ โดยใช้เขียงไม้แข็งรองหนัง 
3.4 การขุดแกะหนังตามเส้นรอบนอก หลังจากการแกะฉลุส่วนภายในของตัวรูปเสร็จแล้วจะได้รูปหนังแยกออกเป็นตัว 
4.การลงสีรูปหนัง ขึ้นอยู่กับลักษณะรูป และประโยชน์การใช้สอย รูปหนังสำหรับเชิดเล่นหนังตะลุงต้องการความเด่นสะดุดตา ช่างจะเลือกใช้สีฉูดฉาด และเป็นสีโปร่งแสง 
5. ลงน้ำมันเคลือบเงา จะลงน้ำมันเคลือบหรือไม่ก็ได้ เมื่อลงสีรูปหนังเสร็จถือว่ารูปหนังเสร็จสมบูรณ์แล้ว 

<p></p><p></p><p></p><p></p>