common errors

การใช้ภาษาอังกฤษ ที่ถูกต้อง อ้างอิง มาตรฐานตามพจนานกรม

 

Common Errors in English Usage Dictionary:

อธิบาย การใช้ “คำเสริมท้าย” (suffix”–ed”

ว่า เลือกที่จะใช้ ใน “US English”

 สำหรับการ เปลี่ยน กริยา ให้เป็น Past tense หรือ past participle

ขณะที่ “British English” ใช้ “t” เสริมท้าย แทน –ed

 

โดยที่ Online Etymology Dictionary:

อธิบายว่า แต่เดิม เปลี่ยน กริยา เป็น past tense ด้วย suffix “-ed”

และ ออกเสียง เต็มคำ ของ “คำเสริมท้าย”  เช่น

        “accursed” ออกเสียง ตาม Dictionary.com ว่า “uh-kur-sid”

        “beloved” ออกเสียง ตาม Dictionary.com ว่า “bih-luhv-id”

        “blessed” ออกเสียง ตาม Dictionary.com ว่า “bless-id”

 

ต่อมาในช่วง หลัง ศตวรรษที่ 18

เมื่อใช้ ตามหลัง “พยัญชนะหรือสระ เสียง สั้น

         จะเปลี่ยนรูป “-ed” เป็น “t” ตาม การออกเสียงของคำ นั้น

         

และ เมื่อสระเสียงยาว นั้น เปลี่ยนเป็นเสียงสั้น เมื่อเป็น past participle

          ก็ใช้ สะกดเป็น “t” ด้วย ดังตัวอย่างเช่น

          “creep” เมื่อเป็น past participle เปลี่ยนรูปเป็น “crept”

         “sleep” เมื่อเป็น past participle เปลี่ยนรูปเป็น “slept”

 

มีข้อ ยกเว้น สำหรับคำเก่า บางคำ

ทีใช้สะกดได้ทั้งสองแบบ เช่น

         “gilded/gilt” หรือ “burned/burnt”

 

The A-Z of Correct English Common Errors in English:  

 

ให้ตัวอย่าง คำที่อาจใช้ รูปใด ได้ทั้งสอง เช่น

          Burned                  burnt

          Dreamed              dreamt

          Dwelled                dwelt

          Kneeled                knelt

          Leaned                  leant

          Leaped                  leapt

          Smelled                smelt

          Spelled                 spelt

          Spilled                  spilt

          Spoiled                 spoilt

 

Random House Kernerman Webster's College Dictionary:

อธิบาย การใช้ “-ed” เป็นคำเสริมท้าย

นอกจาก เพื่อเปลี่ยน รูป กริยา ให้เป็น past tense และ past participle

 

ยังใช้ เสริมท้าย นาม เพือเปลี่ยนรูป เป็น คุณศัพท์

ตามแบบฉบับดั้งเดิม

      “เป็นคุณศัพท์ ขยายความ ให้แสดงว่า บุคคล/สิ่งนั้น

     “มีลักษณะเฉพาะ/ครอบครองไว้” ด้วย สิ่งใดก็ตาม

      ที่เป็น รากฐานของ นาม นั้น

เช่น .”bearded” “diseased” หรือ “layered”

 

บ่อยครั้ง คุณศัพท์ เช่นนี้ มักผันแปร มาจากวลี ที่เป็น

          ‘adjective-noun’ หรือ ‘quantifier-noun’

เช่น    “black-haired” ที่หมายถึง “having black hair

หรือ    “three-headed” หมายถึง “having three heads

หรือ    วลีที่ซับซ้อนกว่า เช่น

          “hourglass-shaped” หมายถึง “having the shape of an hourglass.”