ชุมชนปลอดสารบ้านหาดสองแคว

ชุมชนปลอดสารบ้านหาดสองแคว

ชวนเลาะ-เซาะกิน ผลผลิตสุขภาพ

 

          การสูญเสียคู่ชีวิตเมื่อหลายปีก่อน คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ป้าสายทอง ธีระแนว ชาวบ้านหาดสองแคว หมู่ 2 ต.หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ หันมาใส่ใจกับการกินอยู่แบบปลอดสารเคมี

            ป้าสายทองและสามี เป็นชาวนามาตั้งแต่กำเนิด ต่อมาประสบปัญหาน้ำท่วมและภัยธรรมชาติเหมือนกับชาวบ้านรายอื่นๆ ในชุมชน จึงหันมาทำไร่ ทำสวน เช่น อ้อย ข้าวโพด พริก ถั่ว ฯลฯ ตั้งแต่หนุ่มสาวจนถึงบั้นปลายของชีวิตก็ใช้สารเคมีมาโดยตลอด ซ้ำยังประมาท โดยเฉพาะผู้เป็นสามี ไม่สวมเสื้อผ้ามิดชิดเพื่อป้องกันตัวเอง และที่สำคัญคือมักจะสูบบุหรี่ไปด้วยขณะฉีดพ่นสารเคมี ร่างกายจึงรับสารพิษเข้ามาสะสมเรื่อยๆ เป็นเหตุให้สามีของป้าสายทองล้มป่วย และจากไปก่อนวัยอันควร

            หลังจากตกพุ่มหม้าย ป้าสายทองจึงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเอง หันมาปลูกผักปลอดสารเคมีไว้รับประทานเอง และทำแชมพู สบู่ ตลอดจนน้ำยาล้างจานสูตรสมุนไพรปลอดสารไว้ใช้เอง พร้อมกับชักชวนให้เพื่อนบ้านและคนรู้จักหันมาใช้ด้วย แต่ไม่ได้ผล เพราะคนรอบข้างยังคงรักความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำเกษตรใช้สารเคมี ซื้อกินผักผลไม้ในตลาด โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพร่างกายและสิ่งแวดล้อม

            เมื่อ อบต.หาดสองแคว ลงพื้นที่ตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรในหมู่บ้านหาดสองแคว แล้วพบว่าเกษตรกรร้อยละ 60-70 มีสารเคมีตกค้าง ระดับสีแดง ทำให้เกิดความตื่นตัว ประกอบกับแต่ละปีราคาปุ๋ย ยา แพงขึ้น ผกผันกับราคาพืชผลที่ตกต่ำ ยิ่งเพาะปลูกก็ยิ่งเป็นหนี้ ความต้องการทำปุ๋ยชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนการผลิตจึงสูงขึ้นเรื่อยๆ และทางผู้นำชุมชนได้หาทางออกด้วยการจัดตั้งสภาผู้นำชุมชนที่มาจากตัวแทนของทุกกลุ่มในหมู่บ้าน จำนวน 30 คน ทำโครงการลดสารเคมีทั้งในภาคเกษตรกร และครัวเรือน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนัก 6  ป้าสายทอง จึงไม่ลังเลใจที่จะเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ

            วิภาพร ชันยาสูบ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 เล่าเสริมว่า กติกาที่สมาชิกโครงการทุกคนได้ร่วมกันวาง และถือปฏิบัติ คือทุก 3 เดือน สภาผู้นำบ้านหาดสองแคว กับสมาชิกต้องช่วยกันทำน้ำหมักชีวภาพ และปุ๋ยหมักแบบไม่กลับกอง เมื่อหมักจนได้ที่ก็จะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้ซื้อในราคาทุน ซึ่งถูกกว่าท้องตลาดมากกว่าครึ่ง เพื่อให้ใช้แทนปุ๋ยและสารเคมี เป็นการลดต้นทุนการผลิตพืชผัก ควบคู่ไปกับการรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น

            ขณะเดียวกันในการนำน้ำหมักชีวภาพ และปุ๋ยหมัก ซึ่งเรียกว่าสารชีวภัณฑ์ไปใช้ ทางสภาผู้นำก็จะคอยสอดส่องอย่างใกล้ชิดว่าใช้จริงหรือไม่ ใช้แล้วได้ผลอย่างไร เมื่อได้ผลผลิตชาวบ้านสามารถนำมาจำหน่ายบนถนนสายวัฒนธรรมภายในหมู่บ้าน  ไม่ว่าจะในรูปผักผลไม้สด ผักแปรรูป หรือนำไปทำอาหารพื้นบ้าน  และผลผลิตอีกส่วนหนึ่งแม่ค้าจะนำไปวางขายในตลาดทุกวัน

            นอกจากนี้ สภาผู้นำหมู่บ้านหาดสองแคว ยังมีบทบาทในการหนุนเสริมให้ชาวบ้านจัดเก็บเมล็ดพันธุ์พืชผักเอง และจัดช่วงการปลูกพืชผักแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด โดยทางสภาผู้นำจะศึกษาว่าช่วงไหน ตลาดต้องการผักอะไร ราคาเป็นอย่างไร ทำให้ลดต้นทุนในการปลูก และดูแล ทั้งยังทำให้ผลผลิตได้ราคาดีด้วย

            “ผักที่ปลูก และเก็บเมล็ดพันธุ์ส่วนใหญ่เป็นผักพื้นบ้าน อาทิ กระเจี๊ยบเขียว (มะเขือแจ๊ะ), ผักปลัง, ชะอม, ขนุน, ดอกแค, พริก, มะนาว, มะเขือ, ฝรั่ง, กล้วย, อ้อย, ข้าวโพด, ฟัก, แตงไทย รวมถึงเพาะเห็ดนางฟ้า  ซึ่งมีทั้งที่ปลูกในบ้าน และปลูกในไร่สวน ขณะที่ทีมสภาผู้นำเอง ก็ทำเป็นตัวอย่าง ใช้พื้นที่แปลงรวมประมาณ 5 ไร่เศษ ตรงข้าม อบต.หาดสองแคว ปลูกพืชผักตามฤดูกาล เพาะเห็ดนางฟ้า มีสถานที่ทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ น้ำส้มควันไม้ เมื่อได้ผลผลิตก็จะนำไปรับประทานภายในครัวเรือนและจำหน่าย ให้มีรายได้เข้ากองทุนหมุนเวียนใช้ในครั้งต่อไป” ผู้ใหญ่บ้านหาดสองแคว อธิบาย

            ทุกวันนี้ ผักปลอดสารเคมี ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวันของชาวบ้านหาดสองแคว โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การบริโภคเพื่อสุขภาพ และจำหน่ายสร้างรายได้เท่านั้น  หากยังผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมของคนลาวเวียงอย่างแน่นแฟ้น ดังเช่นงาน “ย่างเลาะ เซาะเบิ่ง เซาะกิน” ที่จัดขึ้นบนถนนสายวัฒนธรรมทุกวันศุกร์แรกของเดือน ก็จะมีเก็บผักปลอดสารมาจำหน่าย หรือบางรายก็แปรรูปเป็นอาหาร ขนม ช่วยให้ผู้บริโภค  มีทั้งคนในตำบลเดียวกัน และคนต่างถิ่น มีทางเลือกในการบริโภคมากยิ่งขึ้น

            พอถึงช่วงงานประเพณีสำคัญ อย่างงานประเพณีลอยกระทงที่ผ่านมา ทางเยาวชนในหมู่บ้านก็ใช้พืชผักปลอดสารเคมี อาทิ หยวกกล้วย ใบตอง มะม่วงหาวมะนาวโห่ มะเชือ มะเขือเทศ ข้าวโพดอ่อน กระเจี๊ยบ แครอท ดอกรัก และดอกดาวเรือง มาจัดกระทงสีเขียว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนผู้เฒ่าผู้แก่ และชาวบ้านทั่วไป ก็เก็บผักปลอดสารที่มีภายในบ้าน อย่างดอกแค ดอกดาวเรือง บานไม่รู้โรย มาทำกระทงเล็กอย่างสวยงาม

            จากการขับเคลื่อนภายในชุมชนเล็กๆ ก่อให้เกิดความตระหนักในวงกว้าง ส่งผลให้ทุกวันนี้ผักปลอดสาร กลายเป็นทางเลือกที่ทุกคนยอมรับว่าปลอดภัยต่อการดำรงชีวิตประจำวัน.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม



ความเห็น (0)