พระโรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินทปัญโญ) วัดธารน้ำไหล (สวนโมกขพลาราม) อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป้นผุ้ริเริ่มก่อตั้งสวนโกขพลารามเพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและสถาน ที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา นอกจากนี้ผลงานของท่านพุทธทาศภิกขุยังมีปรากฎอยู่มากมายทั้งในรูปพระธรรม เทศนา และในงานเขียน โดยท่านตั้งใจทำการถ่ายทอดพระพุทธศาสนาให้อยู่ในฐานะที่เป็นพุทธะศาสนาอย่าง แท้จริง นั่นคือเป็นศาสนาแห่งความรู้ ไม่เจือปนไปด้วยความหลงผิดที่เข้าแทรกจนกลายเป็นเนื้อร้ายที่คอยกัดกิน ได้แก่ เรื่อง พุทธพาณิชย์ฐ ไสยศาสตร์ และเรื่องความหลงใหลในลาภยศของพระสงฆ์ ฯลฯ อีกทั้งคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุก็ได้ถูกถ่ายทอดให้อยู่ในรูปแบบที่คนทั่วไป สามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ โดยที่ยังคงเอหาสำคัญไว้ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งคำสอนของท่านยังรวมไปถึงเรื่องทั่วๆ ไปด้วย เช่น การทำงาน, การเรียน ที่สามารถนไปประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตประจำวัน
<p> ท่านพุทธทาศภิกขุ หรือฉายาก่อนหน้านี้ว่ อินทปัญโญ แปลว่ ผุ้มีปัญญาอันยิ่งใหญ่ ก่อนบวชท่านมีชื่อว่ เงื่อม นามสกุล พาณิช เกิดวันอาทิตย์ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๔๔๙ ซึ่งตรงกับวันขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเมีย ณ อำเภอไชยา จ. สุราษฎร์ธานี เป็นบุตรชายคนโตของนายเซี้ยง และนางเคลื่อน มีน้องสองคน ผุ้ชายชื่อ ยี่เก้ย ผุ้หญิงชื่อ กิมซ้อย </p><p> บิดาประกอบอาชีพค้าขายเฉพเช่นที่ชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วไปนิยมทำกัน ส่วนอิทธิพลที่ได้รับมานั้นก็คือ ความสามารถทางด้านกวี และทางด้านช่างไม้ ซึ่งเป็นงานอดิเรกของบิดา ส่วนอิทธิพลที่ได้รับจากมารดา คือความสนใจในการศึกษาธรรมมะ ส่วนทางด้านการเล่าเรียน นั้นท่านต้องออกจากโรงเรยนตอน ม.๓ เพื่อมาช่วยมารดาค้าขาย หลังจากที่บิดาของท่านถึงแก่กรรม </p><p> อายุ ได้ ๒๐ ปี ก็บวชเป็ฯพระตามคตินิยมของชายไทย ที่วัดธารามโดยได้รับฉายาว่า “อินทปัญโญ” เดิมท่านจตั้งใจบวชเพียง ๓ เดือน แต่กด้วยความชอบที่จะศึกษาและเทศน์แสดงธรรมทำให้ท่านไม่อยากสึก เล่ากันว่าคร้งกนึ่งท่านเจ้าคณะอำเภอเคยถามท่านว่า มีความเห็นอย่างไรในการใช้ชีวิต ท่าตอบว่า “ผมคิดว่าจะใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ แก่เพื่อนมนุษย์ ให้มากที่สุด” และยังกล่วต่อไปอีกว่า “แต่ถ้ายี่เก้ยจะบวช ผมก็ต้องสึกออกไปอยู่บ้านค้าขาย” ท่านเจ้าคณะอำเภอจึงไปคุยกับโยมแม่ของท่านว่าควรให้ท่านบวชเป็นพระต่อไป ส่วนยี่เก้ย น้องชายของท่านนั้นไม่ต้องบวชก็ได้เพราะมีชีวิตเหมือนพระอยู่แล้ว คือเป็นคนมักน้อย สันโดษการกิอยู่ก็เรียบง่าย ตัดผมสั้นเกรียนตลอดเวลา ยี่เก้ยก็เลยไม่ได้บวชให้พี่ชายบวชแทนมาตลอด ซึ่งต่อมายี่เก้ยก็คือ “ท่านธรรมทาส” ฆราวาสผุ้เป็นกำลังหลักของคณะธรรมทานในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของสวนโมกขพลาราม </p><p> หลังจากนั้นท่านได้เดินทางมาศึกษาธรรมะต่อที่ กรุงเทพฯ จนสอบได้นักธรรมเอก ด้วยความที่ท่านเป็นคนรักการศึกษาค้นคว้าจากพระไตรปิฎก และยังค้นคว้าออกไปจากตำราถึงเรื่องการปฏิรูปพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลักา อินเดีย และการเผยแพร่ พระพุทธศาสนาในโลกตะวันตกทำให้ท่านรู้นึกขัดแย้งกับวิธีการสอนธรรมะที่ยึดถือตามระเบยียบแบบแผนมากเกินไป รวมถึงความหย่อนยานในพระวินัยของสงฆ์ตลอดจนความเชื่อที่ผิดๆ ของพุทธศาสนิกชนในขณะนั้น ซึ่งท่านมีความเชื่อว่าพระพุทธศาสนาที่สอน ที่ปฏิบัติกันในเวลานั้นคลาดเคลื่อนไปจากที่พระพุทธองค์ทรงชี้แนะ ท่านึงตัดสินใจหันหลังให้กับการศึกษาของสงฆ์ เดินทางกลับไชยาเพื่อศึกษาและทดลองปฏิบัติตามแนวทางที่ท่านเชื่อ โดยร่วมกับยี่เก้ย ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นธรรมทาส และยังมีคณะธรรมทานในการช่วยจัดตั้งสถานปฏิบัติธรรม “สวนโมกขพลาราม” ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ต่อมาก็ได้ประกาศใช้ชื่อนาม “พุทธทาส” เพื่อแสดงถึงอุดมคติสูงสุดในชีวิตของท่าน </p><p> ท่านได้รับสมณศักดิ์สูงสุดเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่พระธรรมโกศาจารญ์ เมื่ปี ๒๕๒๐ ส่วนในระดับนานาชาตินั้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่มีแผนกสอนวิชาศาสนาสากล ในหลายประเทศล้วนศึกษางานของท่าน มีหนังสือได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมันจีน อินโดนีเซียน กว่า ๒๐ เล่ม จากต้นฉบับภาษาไทยทั้งหมด ๑๔๐ เล่ม </p><p> ท่านพุทธทาสได้ละสังขารกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างสงบ ณ สวนดมกขพลารามเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๓๖ สิริรวมอายุได้ ๘๗ ปี คงเหลือไว้แต่ผลงานที่ทรงคุณค่าแทนตัวท่าน ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้สืบสานปฎิธานของท่านจะได้ไม่ตายไปจากพระพุทธศาสนาhttp://www.buddhavihara.ru/tha… </p><p> ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๙ ในการประชุมสมัยสามัญขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติแห่งยูเนสโก ณ สำนักงานนใหญ่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ประชุมมีมติประกาศยกย่องพระธรรมโกศาจารย์หรือ “พุทธทาสภิขุ” เป็นบุคคลสำคัญของโลก เ </p><p> เหตุผลที่ยูเนสโกได้ประกาศยกย่อง “พุทธทาสภิกขุ”เป็นบุคคลสำคัญของโลกกือ การที่ท่านได้อุทิศตนเพื่อการเผยแพร่แก่นพระธรรมที่มีความร่วมสมัยและประยุกต์ใช้ได้กับระดับสังคมและปัจเจกบุคคลรวถึงการผสานส่งเสริมความเข้าใจระหว่างศาสนาเพื่อความสันติภาพ ความเป็นธรรมของสังคมและบุคคล ดังประกาศเป็นทางการว่า</p><p>
</p><p> “ พุทธทาสภิกขุ เป้นพระภิกษุในพระพุทธสาสนา ที่มีชื่เสียงและเป็นที่เคารพทั่วโล ท่านเป็นผุ้ยุกเบิกในการส่งวเสริมความเข้าใจระหว่างศาสนา โดยใช้การสานเสวนาระหว่งเหล่าศาสนิกต่างศรัทธา </p><p> ท่านได้ละอารามที่เคยพำนัก และได้ค้นพบแนวทางในการผสานพุทธศาสนาในโลก ให้สอดคล้องกับแก่นธรรมคำสอนดั้งเดิมอีกครั้ง ท่นยังเน้นย้ำถึงหลักการอิงอาศัยกันและกันของสรรพสิ่ง ทำให้ท่านเป็นผุ้นำของความคิดเชิงนิเวศวิทยา และผุ้ประกาศจุดยืนเพื่อสันติภาพระหว่างประชาชาติทั้งหลาย </p><p> งานเขียนของท่าน ซึ่งได้รับการแปลและตีพิมพ์ในหลายภาษา มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อการฟื้นฟูวิธีคิดแนวพุทธขึ้นใหม่ </p><p> ความคิดที่ท่านได้แสดงไว้ มิเพียงแต่จะสามารถชี้ทางให้กับประเทศไทยได้เท่าน้้น หากยังรวมถึงสังคมทั้งปวง ที่กำลังพยายามสรรค์สร้างระเบียบทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ อันเที่ยงธรรมและเป็นธรรมอีกด้วย </p><p> A pioneer in the promotion of the inter-religious understanding through dialogue among people of different faiths, Buddhadasa Bhikkhu, a famous Buddhist monk, was highly respected worldwide. </p><p> He left his monastery to rediscover the integration of Buddhism in the world and the spirit of its origins. </p><p> His emphasis on the interdependence of all things made of him a precursor of ecological thought and a champion of peace among nations. </p><p> His writings, which have been translated and published in many languages, have had a very considerable influence on the renewal of Buddhist thinking. </p><p> The thoughts expressed have the potential to guide not only Thailand, but also all societies struggling to create a just and equitable social, political and economic order.</p><p> “พุทธทาสภิกขุ” เป็นชาวไทยคนที่ ๑๘ ที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก นับตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ เป็นต้นมา จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าชื่นชมของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ โยเฉพาะชาวพุทธ เนื่องจากท่านเป็นพระสงฆ์ที่ได้ให้หลักธรรมคำสอนที่มีค่าอย่างสูงแก่ประชาชน มีวัตรปฏิบัติที่งดงาม เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งแก่พระสงห์ด้วยกันและประชาชนทั่วไ ปจนเป็นที่เคารพของชาวไทยและประชาชนทั่วโลกhttp://www.bia.or.th/html_th/2…</p>
