โตนเลสาบ (Tonle Sap) ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย


ช่วงปิดเทอมภาคเรียนนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยว โตนเลสาบ (Tonle Sap) ทะเลสาบประเทศกัมพูชา ที่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย และมีบางคนขนานนามให้ที่นี่ คือ จุดหยุดพักของสายน้ำโขง  


ภาพ ; Tonle Sap Lake, Cambodia
ที่มา ; www.canbypublications.com

โตนเลสาบ (Tonle Sap) หรือ ทะเลสาบเขมร คำว่า “โตนเล” ในภาษาเขมร หมายถึง แม่น้ำ สาบ หมายถึง จืด  ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแห่งนี้  ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา ล้อมรอบด้วยพื้นที่จังหวัดเสียมเรียบพระตะบอง โพธิสัต กัมปงชนัง กัมปงธม


เมื่อไปถึงบริเวณท่าเรือที่เราจะขึ้นเรือไปชมทัศนียภาพของทะเลสาบแห่งนี้จะมีลักษณะเป็นท่าเรืออย่างในรูปนี้คะ ต้องซื้อตั๋วก่อนนะที่จุดขายตั๋ว (ต้องขอโทษด้วยที่ไม่รู้ราคาตั๋วเพราะไปกับกรุ๊ปทัวร์ที่เขาคิดค่าใช้จ่ายไปแล้ว)


ก่อนจะไปขึ้นเรือจะมีจุดขายของที่ระลึกสำสหรับนั่งท่องเที่ยวด้วย ต้องซื้อก่อนนะคะ เพราะขากลับเรือจะไม่ได้มาจอดตรงนี้


รูปร่างของตั๋วขึ้นเรือสำหรับไปชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่โตนเลสาบคะ จากตั๋วนี่คือพวกเราไปกันในวันที่ 30 กันยายน 2560


เรือที่เรานั่งเป็นเรือสองชั้นขนาดใหญ่ บรรยากาศเมื่อลงไปในทะเลสาบเย็นสบายสดชื่นมากๆเลยคะ


น้องคนนี้เป็นลูกชายคนขับเรือคะ จะมาให้บริการนวดต้นคอให้พี่ผู้ชายนะคะ ให้ค่านวดน้องไป 20 บาทเป็นเงินไทยคะ


สภาพบ้านเรือนของประชาชนที่อาศัยในน้ำ จะเห็นว่าทุกบ้านในหมู่บ้านกลางทะเลสาบแห่งนี้จะมีแผงโซลาร์เซลล์สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้เองบนหลังคาบ้านแทบจะทุกหลังแล้วคะ


นี่เป็นเหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตลอยน้ำคะ เป็นร้านค้าสะดวกซื้อของคนที่นี่


ส่วนเรือลำเล็กๆนี้ก็เป็นร้านค้าเคลื่อนที่ของที่นี่คะ


ภาพที่เห็นนี่เป็นโรงพัก หรือ สถานีตำรวจลอยน้ำคะ


ตรงนี้เป็นจุดพักเรือสำหรับนักท่องเที่ยวจะมีอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึกที่ทำจากหนังของจระเข้ สำหรับขายนักท่องเที่ยว ซึ่งที่นี่เขาจะเลี้ยงจระเข้ไว้บนแพนี้ โดยใช้ไม้ทำเป็นบ่อเลี้ยงจระเข้ลอยน้ำไว้ สร้างความตื่นเต้นและเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวมากคะ


บ่อเลี้ยงจระเข้ลอยน้ำ ทำจากไม้


ข้างบ่อจระเข้ มีเด็กเล่นน้ำ คนพายเรือสัญจร ชาวบ้านที่นี่ใช้ชีวิตผูกพันกับน้ำ กันอย่างสนุกสนานท่าทางพวกเขามีความสุขกันมากๆ 


บ้านหลังนี้มีอาชีพทำการประมงคะ จะเห็นว่ามีแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาสำหรับผลิตกระแสไฟไว้ใช้เองด้วย

สภาพบ้านเรือนส่วนใหญ่ดูดี สวยงามนะคะ น่าจะเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ผู้คนอยู่ดีกินดี เพราะมีทรัพยากรในน้ำอุดมสมบูรณ์ให้ผู้คนทำมาหากินกันคะ

กลับจากโตนเลสาบเอารูปมาให้พ่อแม่ที่บ้านดู พ่อกับแม่บอกว่า นี่มันเหมือนบ้านพ่อกับแม่ที่ ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ตอนพ่อกับแม่เด็กๆเลย ถ้านึกย้อนกลับไปก็ประมาณ 50 ปีที่แล้วโน้นเลยคะ ใครอยากไปดูวิถีชีวิตที่อาศัยกับสายน้ำ การใช้ชีวิตในเรือนแพ อันแสนจะเรียบร้อยและสนุกสนานก็ลอยไปเที่ยวกันดูนะคะ

สุดท้ายนี้ขอสอดแทรกข้อมูลที่เป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับโตนเลสาบไว้สักเล็กน้อยนะคะ

โตนเลสาบ มีพื้นที่ประมาณ 2700 ตารางกิโลเมตรในยามปกติ แต่ถ้าในช่วงที่มีน้ำมากพื้นที่ของทะเลสาบจะกว้างใหญ่ถึง 16000 ตารางกิโลเมตร เมื่อเทียบกับบึงบอระเพ็ด ในจังหวัดนครสวรรค์ ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีพื้นทีเพียง 212 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น อาณาบริเวณของโตนเลสาป ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กำปงธม กำปงซะนัง โพธิสัตว์ พระตะบอง และเสียมเรียบ  ส่วนกลางทะเลสาบจะลึกประมาณ 5-6 เมตร แต่ถ้าหากเป็นฤดูน้ำหลากก็จะเพิ่มสูงอีกราว 5-6 เมตร มีส่วนที่ลึกที่สุดของแม่น้ำคือ 15 เมตร ส่วน ที่ตื้นที่สุด 5 เมตร หรือมีความลึกเฉลี่ยเพียง 10 เมตร เท่านั้น

ที่ปลายทะเลสาบด้านตะวันออกเฉียงใต้ทางด้านจังหวัดกัมปงชนัง แม่น้ำโตนเลสาบ (Tonle Sap River) ซึ่งไหลเชื่อมโยงกับแม่น้ำโขงและแม่น้ำบาสัก (Basac River) ห่างออกไปถึง 100 กิโลเมตร ที่กรุงพนมเปญ เกิดเป็นจุด จัตุรมุข ที่แม่น้ำ 3 สายได้มาบรรจบกัน คือ แม่น้ำโตนเลสาป แม่น้ำบาสัก และแม่น้ำโขง ที่บริเวณนี้กระแสน้ำของแม่น้ำโตนเลสาบจะสลับทิศทางการไหลตามฤดูกาล หรือที่เรียกว่า River with Return 

ในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงพฤศจิกายน น้ำในแม่น้ำโขงไหลหลากมาจากทางเหนือเป็นจำนวนมาก จนหนุนน้ำในแม่น้ำให้กลับทิศทางการไหลย้อนกลับขึ้นไปที่โตนเลสาบทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ พร้อมทั้งพัดพาตะกอนและแร่ธาตุต่าง ๆ มาทับถมบริเวณโดยรอบทะเลสาบจนทำให้ในช่วงนี้เกิดพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก และปริมาณน้ำก็เอ่อล้นแผ่ขยายวงกว้างราว 4-5 เท่า ตามปริมาณน้ำที่ไหลบ่ามาจนมีอิทธิพลถึงพื้นที่ลุ่มน้ำโตนเลสาบในประเทศไทย โดยในระยะที่ระดับน้ำในโตนเลสาบนิ่งนั้นจะนิ่งสงบใส เหมาะแก่การเที่ยวชมความงามของผืนน้ำ และจะค่อยๆลดลงในฤดูแล้งราวเดือนธันวาคม-เมษายน ทิศทางการไหลของแม่น้ำโตนเลสาปก็จะกลับทิศทางกลับลงมาทางตะวันออกเฉียงใต้สู่แม่น้ำโขงและแม่น้ำบาสัก ตามกระแสน้ำในแม่น้ำโขงจากทางเหนือที่ลดลง คราวนี้ตะกอนดินอันอุดมสมบูรณ์ก็จะถูกนำไปทับถมในบริเวณที่มีการเพาะปลูกอีกด้านหนึ่ง 

โตนเลสาบ เป็นเสมือนแก้มลิง คอยเก็บกักน้ำจากแม่น้ำหลายสายในช่วงฤดูน้ำหลาก ราวกับเป็นปราการที่ธรรมชาติสร้างไว้ป้องกันน้ำท่วมในบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนใต้ แม่น้ำหลายสายที่ได้ไหลมารวมกันเป็นทะเลสาบน้ำจืดแห่งนี้ มีปริมาณน้ำเฉลี่ยรายปี 6,266.20 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยประมาณร้อยละ 60 เป็นน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำโขง ที่มีจุดเริ่มต้น จากเทือกเขาหิมาลัย จนไหลลงสู่ทะเลจีนใต้มีความยาวทั้งหมด 4,880 กิโลเมตร โดยช่วงที่ไหลผ่านกัมพูชามีระยะทางเกือบ 500 กิโลเมตร ก่อนที่จะไหลต่อไปยังเวียดนามลงสู่ทะเลจีนใต้ 

นอกจากจะเป็น “อู่ข้าว อู่น้ำ”ของชาวเขมรแล้ว ด้วยความกว้างใหญ่ครอบครองพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศ โตนเลสาบจึงถือเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญ
 
ความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญต่อระบบนิเวศน์ 

โตนเลสาป เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ได้รับการยกย่องว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอย่างสูง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมีพันธุ์ปลามากถึงกว่า 300 ชนิด สาเหตุที่ทำให้ปลาชุกชุมมาจากการไหลของกระแสน้ำที่มีลักษณะเฉพาะ และระบบนิเวศน์ที่มีความอุดมสมบูรณ์ สามมารถพบปลาน้ำจืดสายพันธ์ที่หายาก โดยเฉพาะปลาบึก [Gian Cat Fish] ซึ่งเป็นพันธุ์ปลาซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีถิ่นอาศัยเพียงแห่งเดียวในโลกคือในแม่น้ำโขง จะอาศัยทะเลสาบโตนเลเป็นที่วางไข่ แล้วว่ายทวนน้ำจากโตนเลสาบขึ้นสู่ประเทศไทย-ลาว ก่อนไปผสมพันธุ์ที่จีนซึ่งเป็นต้นแม่น้ำโขง 

ทรัพยากรธรรมชาติประเภทอื่นๆ ในโตนเลสาบ ยังมีทั้งพืชพรรณต่าง ๆกว่า 200 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 46 สายพันธุ์ รวมทั้งสัตว์ปีกอย่างนกอีกกว่า 225 สายพันธุ์ สัตว์บางชนิดที่พบเห็นได้เฉพาะบริเวณโตนเลสาบเท่านั้น และยังมีจำนวนไม่น้อยที่เป็นสัตว์ปีกอนุรักษ์ของโลก


เครดิตข้อมูลจาก http://www.vcharkarn.com/varti...


คำสำคัญ (Tags): #โตนเลสาบ (Tonle Sap)
หมายเลขบันทึก: 639306เขียนเมื่อ 17 ตุลาคม 2017 21:12 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 ตุลาคม 2017 21:12 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี