ชีวิตที่พอเพียง : 3019. การบริหารแบบคิดนอกกรอบ



สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม  สำนักงานศาลยุติธรรม จัดการฝึกอบรมหลักสูตร “ผู้อำนวยการระดับต้น” รุ่นที่ ๔ ระหว่างวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ถึง ๑๙ กันยายน ๒๕๖๐   และเชิญผมไปบรรยายเรื่อง “การบริหารแบบคิดนอกกรอบ”    ใช้เวลา ๓ ชั่วโมง

จึงนำ ppt ประกอบการบรรยายมา ลปรร. ที่นี่   โดยฟังเสียงบรรยายได้ที่    และ

ขอเพิ่มเติมสิ่งสำคัญที่ลืมพูด    ในสไลด์ชื่อ “รู้เท่าทันสมองระบบที่ ๑”  ในสไลด์มีเรื่อง  “Confirmation Bias ตัวอย่างซักพยาน”    ในการบรรยาย ผมไม่ได้อธิบายหรือเล่าเรื่องตัวอย่างทนายความซักพยานในศาล    คดีแพ่งเรื่อง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ฟ้องผู้รับเหมาก่อสร้างโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ในส่วนติดตั้งระบบปรับอากาศ     และผมไปให้การเป็นพยานโจทย์    ให้ทนายฝ่ายจำเลยซักค้าน    ทนายถามว่า “....... ใช่หรือไม่”    ผมลืมสาระของการค้านไปหมดแล้ว รวมทั้งคำสรุปของทนายให้ผมตอบว่าใช่ หรือไม่ใช่    จำได้แต่ว่าข้อสรุปนั้น ตอบว่าใช่ก็ได้  ตอบว่าไม่ใช่ก็ได้    เพราะที่เขาสรุปมาตรงความจริงทั้งหมด    แต่มีความจริง อีกหลายส่วนที่เขา ไม่ใส่ไว้ในข้อสรุป     ใจผมตอนนั้นบอกตัวเองว่าหากตอบในทางใดทางหนึ่งก็จะเป็นคุณ ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยไม่ยุติธรรม    เพราะไม่ได้นำเอาความจริงทั้งหมดมาพิจารณา     ผมจึงพยายามอธิบายว่า ข้อสรุปของทนายยังไม่ครบ    ทนายจึงดุผมว่า “คุณหมอฟังคำถามไม่เข้าใจหรือ  ผมถามให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ เท่านั้น”    ไม่ได้บอกให้อธิบาย    ผมจึงงง    และยิ่งตกใจเมื่อผู้พิพากษาสำทับต่อว่า “เอ้า คุณหมอตอบ”   

บัดดลนั้น เทวดาก็เข้ามาช่วย    ผมตอบโดยไม่คิดว่า “ใช่ครึ่งหนึ่งครับ”  

“ฮะ!  ใช่ครึ่งหนึ่ง  มีด้วยหรือ หมายความว่าอย่างไร” ทนายกล่าว

“จะให้ผมอธิบายไหม” ผมตอบ

“เอ้า คุณหมออธิบาย”  ผู้พิพากษากล่าว

ผมจึงได้โอกาสอธิบายเรื่องราวทั้งหมด    ที่มีมากกว่าที่ทนายสรุป   ผมอธิบายว่า หากผมตอบคำถามของทนายว่าใช่    ก็เป็นการละเลยความจริงอีกส่วนหนึ่ง    หากตอบว่าไม่ใช่ ก็เป็นการละเลยความจริงส่วนที่ทนายสรุป    เมื่อผมเล่าความจริงส่วนที่ทนายไม่ได้สรุปผมก็ชี้ว่า คำถามของทนายตกประเด็นนี้ไป    ผู้พิพากษาก็สั่งเจ้าหน้าที่ให้จดประเด็นที่ผมเสนอว่ายังขาดไปทุกครั้ง    ท่านทนายขัดใจมาก

ทนาย จึงตั้งคำถามชุดใหม่ “…… ใช่หรือไม่”


“ใช่หนึ่งในสาม”  เป็นคำตอบของผมโดยเทวดาไม่ต้องมาดลใจอีกแล้ว    และเป็นการยั่วโทสะของทนาย อย่างยิ่ง    แต่ก็ทำให้ “ความจริงทั้งหมด” ได้เข้าสู่การพิจารณาของศาล   

และทำให้ผมไม่ถูกลวงโดย confirmation bias ของการคิดระบบที่ ๑  (นี่เป็นข้อสรุปหลังเหตุการณ์ผ่านมากว่าสามสิบปี)


หลังจากนั้นอีกนาน  มีคน (สมมติว่าชื่อ ดร. ย) เล่าให้ผมฟังว่า รศ. ดร. หริศ สูตะบุตร ซึ่งเป็นวิศวกรผู้ออกแบบระบบปรับอากาศ ในนามของบริษัทหนึ่ง ได้ไปฟังการซักพยานคราวนั้นด้วย    และกลับออกมาเล่าให้ ดร. ย ฟังว่า “ไอ้หมอวิจารณ์มันตรงจริงๆ” 

ก่อนรู้จัก confirmation bias ผมตีความว่า พฤติกรรมของทนาย เป็นพฤติกรรมของ reductionist   คือสรุปเรื่องราวที่ซับซ้อน ให้เหลือเฉพาะส่วนที่ชัดเจน (และเป็นคุณต่อตน)


วิจารณ์ พานิช

๕ ก.ย. ๖๐



audio file 1


audio file 2


หมายเลขบันทึก: 638522เขียนเมื่อ 4 ตุลาคม 2017 15:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 4 ตุลาคม 2017 15:45 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

 เพิ่มความเห็น
สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี