วัดบุปผาราม(วัดสวนดอก)

https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/001/244/702/


วัดบุปผาราม(วัดสวนดอก)

 

     วัดสวนดอก หรือ วัดบุปผาราม .นั้นมีความน่าสนใจอยู่ที่ประวัติศาสตร์ของวัดนั้นมาคู่กับอาณาจักรล้านนา และเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดเมื่อกว่า 600 ปีมาแล้วนี้ก็เพราะการอัญเชิญพระบรรมสารีริกธาตุมา เจ้าเมืองจึงเปลี่ยนสวนไม้ดอกพยอมให้กลายเป็นพื้นที่วัด จึงเป็นที่มาของชื่อ และตั้งแต่นั้นก็กลายเป็นสถานที่ ที่อาณาจักรในล้านนาทั้งหลายส่งพระเข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนายังวัดนี้ ทำให้เชียงใหม่เจริญรุ่งเรืองมาก เคยตกเป็นเมืองขึ้นพม่าอยู่ช่วงหนึ่ง ศิลปะทั้งหลายจึงได้รับอิทธิพลมาด้วย ภายในวัดยังมีกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ สร้างเพื่อรวบรวมพระอัฐิของ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และ พระประยูรญาติ มาประดิษฐานรวมกัน ถ้าหากใครอยากรู้จักเชียงใหม่ก็ไม่น่าพลาดวัดสวนดอกนะครับ

ที่ตั้งและอาณาเขต

วัดสวนดอก หรือ วัดบุปผาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เลขที่ 139 ถนนสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากประตูสวนดอกไปทางทิศตะวันตก 1 กิโลเมตร กินเนื้อที่ 35 ไร่ 2 งาน 44 ตารางวา ทิศเหนือยาว 183 เมตร ทิศใต้ยาว 193 เมตร ทิศตะวันออกยาว 176 เมตร และทิศตะวันตกยาว 176 เมตร

 

 

ประวัติ

วัดสวนดอกในอดีตนั้นป็นสวนดอกไม้(ต้นพยอม) ของเจ้านายฝ่ายเหนือใน ราชวงศ์เม็งราย โดยในปี พ.ศ. 1914 (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ของพระรัตนปัญญาเกตุ) พระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง ราชวงศ์เม็งราย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็น "พระอารามหลวง" เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของ "พระมหาเถระสุมน" ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ในแผ่นดินล้านนา และสร้างองค์พระเจดีย์เพื่อประดิษฐาน "พระบรมสารีริกธาตุ" 1 ใน 2 องค์ ที่ "พระมหาเถระสุมน" อัญเชิญมาจากสุโขทัย ในปี พ.ศ. 1912 (องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์ ใน วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร)

ในสมัย ราชวงศ์เม็งราย วัดสวนดอก มีความเจริญรุ่งเรืองมาก แต่หลังจากสิ้น ราชวงศ์เม็งราย บ้านเมืองตกอยู่ในอำนาจพม่า ทั้งเกิดจลาจลวุ่นวาย วัดนี้จึงกลายสภาพเป็นวัดร้างไป วัดสวนดอก ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่อีกครั้ง ในรัชสมัย พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ แห่ง ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน) และได้รับการทำนุบำรุงจาก เจ้านายฝ่ายเหนือ และประชาชนเชียงใหม่มาโดยตลอด

วัดสวนดอก ต่อได้รับการบูรณะครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญรวบรวมพระอัฐิ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และ พระประยูรญาติ มาประดิษฐานรวมกัน และต่อมาอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2475 เป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระวิหารโดย ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา

ประวัติโดยย่อที่มาของวัดสวนดอก : ศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาในล้านนา มาตั้งแต่จากสวนดอกไม้สู่วัด

ปี 1914 สร้างเป็นวัดบุปผาราม (วัดสวนดอกไม้พยอม) 

ปี 2101-2317 เชียงใหม่อยู่ใต้การปกครองของพม่า

ปี 2450 สร้างกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ เพื่อรวบรวมพระอัฐิของ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และ พระประยูรญาติ มาประดิษฐานรวมกัน

ปี 2474 ครูบาศรีวิชัยเริ่มบูรณะวัดสวนดอก

ปี 2485 เกิดสงครามโลกครั้งที่2 วัดถูกทิ้งร้าง ยอดฉัตรพระเจดีย์ถูกขโมย

ปี 2489 วัดเริ่มกลับมา 

ปี 2526 เปิดวิทยาลัยสงฆ์ล้านนา จนปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์   

ในคัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวถึงการสร้างวัดบุปผารามไว้ว่า “ฝ่ายพระเจ้ากือนาโปรดให้สร้างราชอุทยานของพระองค์เป็นวัดบุปผารามมหาวิหาร  เมื่อจุลศักราช 733 (พ.ศ. 1915)  แล้วนิมนต์พระสุมนเถรมาจากวัดพระยืน นครหริปุญชัยมอบถวายวัดบุปผารามแก่พระเถระนั้นแล้ว  โปรดให้พระเถระจำพรรษาอยู่ที่นั่น ต่อจากนั้น พระสุมนเถรซึ่งมีพระเจ้ากือนาทรงอุปถัมภ์  ได้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ท่านอัญเชิญมาจากเมืองสุโขทัยนั้นไว้ในวัดบุปผารามเมื่อวันพุธ เดือน 9 จุลศักราช 735 (พ.ศ. 1917) และพระบรมสีริกธาตุนั้นได้เป็นที่กราบไหว้บูชาของประชาชน  พระมหากษัตริย์และคณะพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ตราบเท่าทุกวันนี้

 

วัดบุปผาราม(วัดสวนดอก)

 

วัดสวนดอก มีประวัติ เขียนไว้ว่า

พระเจ้ากือนา ศรัทธา ทรงสร้างให้

เดิมเป็นสวน ต้นพะยอม ใช่อื่นไกล

พระเจ้ากือนา สร้างไว้ ถวาย"พระสุมน"

 

เป็นอารามหลวง แห่งราชวงศ์ มังราย

พระเจ้ากือนา สร้างถวาย หมายหวังผล

เพื่อนิมนต์พระเถรา มหาสุมน

ที่ดั้นด้น เดินทางมาจากสุโขทัย

 

พระสุมน เป็นผู้ประดิษฐาน ลัทธิลังกาวงศ์

คนอ่าน อย่าเพิ่งงง หรือสงสัย

พุทธศาสนา ลังกาวงศ์ เข้ามาไทย

พร้อมพระบรมสารีริกธาตุ นำมาให้ ติดตัวมา

 

พระเจ้ากือนา เลื่อมใส ได้ทรงสร้าง

องค์พระปราง เจดีย์  เหตุนี้หนา

เพื่อบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ พระศาสดา

เพื่อบูชา อยู่ดอยสุเทพ เชียงใหม่เรา

 

วัดสวนดอก สมัยราชวงศ์มังราย เจริญมาก

ต่อมา เหลือแต่ซาก จะขอเล่า

เกิดจลาจล เป็นเมืองขึ้นพม่า คงเผาเอา

พม่าคงเผาเหลือ แต่ซาก แทบสิ้นใจ

 

สิ้นราชวงศ์เม็งราย ล้านนาไทย เป็นเมืองขึ้น

สุดทนฝืน ได้ยินเสียง ร้องร่ำไห้

วัดสวนดอก เป็นวัดร้าง แต่นั้นไป

แล้วบูรณะใหม่ ขึ้นใหม่สมัยเจ้าเจ็ดตน

  จาก รายงานวิจัยเรื่อง การวิเคราะห์เนื้อหา สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏในชินกาลมาลีปกรณ์  โดดย ดร. ฤทธิชัย  แกมนาค อาจารย์สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์

 

 

แผนที่ เชียงใหม่.JPG

 

01.jpg


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความวิชาการ



ความเห็น (0)