โครงการเด็วัดป่าอาสาเพื่อน้อง โรงเรียนบ้านส้มโฮง

ด้วยเหตุด้วยปัจจัยหลายๆอย่างมาประจบกัน เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มกันของนิสิตในรายวิชาพระพุทธศาสนากับการดำรงชีวิต ภาคฤดูร้อน(ซัมเมอร์ 2559) ภายใต้แนวคิดกลุ่มเด็กวัดป่า ที่ได้รับมอบหมายให้ทำกิจกรรมสร้างความดี และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในกลุ่มเล็กๆ จำนวน 11 คน ได้มีนิสิตที่สังกัดกลุ่มนิสิตชาวดินได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการเรียนครั้งนี้ด้วย ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรก็ปรึกษากันทำนองว่า ไปบำเพ็ญประโยชน์ แจกขนมน้อง มอบอุปกรณ์การเรียนก็คงเอางานมานำเสนออาจารย์ผู้สอนได้ แต่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อลงพื้นที่ทำกิจกรรมที่ โรงเรียนบ้านส้มโฮง ต.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ก็ได้เห็นการใช้ชีวิต การเรียนของเด็กๆที่นี้ ที่ขาดแคลนงบประมาณในการบริหารจัดการศึกษา การดำรงชีวิต เพราะมีจำนวนเด็กนักเรียน 18 คน คุณครู 3 ท่าน ทุกวันจันทร์-วันพุธเด็กๆรับประทานอาหารกลางวันที่โรงเรียน แต่วันพฤหัสบดี-วันศุกร์เด็กๆต้องห่อข้าวมาทานเอง เพราะงบประมาณของทางโรงเรียนไม่เพียงพอ ผู้เขียนได้กลับมานั่งคิดกับกลุ่มเด็กวัดป่าเพื่อหาแนวทางพอจะช่วยหนุนเสริม และต่อยอดให้กับทางโรงเรียนด้านอาหารกลางวันเด็กนักเรียน จึงเกิดแนวคิดการสร้างแปลงเกษตรแบบพอเพียง โดยใช้ท่อซีเมนต์ขนาดกลาง นำดินผสมปุ๋ยใส่และปลูกเมล็ดพันธ์พืชผักสวนครัว กลุ่มเด็กวัดป่าจึงได้ร่วมมือกับกลุ่มนิสิตชาวดิน(พรรคชาวดิน) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดกิจกรรมโครงการเด็กวัดป่าอาสาเพื่อน้อง โรงเรียนบ้านส้มโฮง ระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายน 2560


กิจกรรมครั้งนี้เราได้เปิดขอรับบริจาคบนพื้นที่สาธารณะ 2 พื้นที่ ได้แก่ตลาดนัดบ้านท่าสองคอน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากศรัทธาพี่น้องประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียง และโค้งสุดท้ายก่อนวันทำกิจกรรมได้ขอรับบริจาคที่ตลาดนัดบ้านขามเรียง ซึ่งมีนักร้องแทน ชาวดิน (ประวิทย์ ทวีวาร) ได้ไปช่วยในการขอรับบริจาคครั้งนี้ โดยการร้องหมอลำ สลับกับร้องเพลงลูกทุ่งอีสาน พร้อมประกาศเชิญชวนขอรับบริจาค ในวันนั้นได้รับแรงเชียร์แรงใจ และแรงศรัทธาจำนวนมากเพื่อสนับสนุนโครงการเด็กวัดป่า เมื่อมาถึงวันเริ่มกิจกรรม เช้าตรู่ได้ออกเดินทางด้วยรถหกล้อกองกิจการนิสิต เมื่อส่งถึงที่โรงเรียน ก็ได้เริ่มพิธีเปิด โดยท่านผู้อำนวยการนายวรพจน์ นามแก้ว ให้เกียรติในการเป็นประธานเปิด พิธีเปิดเสร็จสิ้นไปก็เริ่มทำกิจกรรมรู้จักฉันรู้จักเธอ โดยทีมสันทนาการพี่ปีโป้(นายอนิรุจน์ อุปชิต) พี่ก็อต(นายคุณากรณ์ แก้วหานาม) ได้ให้น้องแนะนำตัวพี่แนะนำตัว


ส่งมอบน้องให้พี่ๆนิสิตเป็นพี่เลี้ยงทำกิจกรรมขั้นต่อไปได้แก่ขนดินเข้าท่อซีมนต์ และปลูกเมล็ดพันธุ์พืช ต่างร่วมแรงร่วมใจ จนใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วยามก็เสร็จ ทีมจัดโครงการจึงเห็นว่าควรจะใช้เวลานั้นเชื่อมสัมพันธ์พี่น้องก็จัดฟุตบอลทีมผสมพี่น้อง ลงสนามกันอย่างสนุกสนาน จนเวลาเที่ยงพักรับประทานอาหาร ก่อนการทานข้าวน้องๆพาพี่ท่องบทพิจารณาอาหาร(เร็วมาก พี่นิสิตท่องตามไม่ทัน) และเวลาบ่ายก็เริ่มกิจกรรมสันทนาการ แจกขนม แบบสนุนสนานผสานความรู้ พร้อมถอดบทเรียน เรื่อง เราเห็นอะไรในวัดแต่ละกลุ่มได้เสนอความคิดหลากหลายมากมาย และให้เลือกมานำเสนอหนึ่งอย่าง แล้วเราก็ได้พาพี่นิสิต น้องๆสวดมนต์ทำวัตรเย็น ทำสมาธิด้วยความศรัทธาและสอดคล้องกับรายวิชาพระพุทธศาสนา หลังจากเสร็จกิจกรรมก็ปล่อยพักให้พักผ่อนตามอัธยาศัยพี่บางคนไปเล่นกีฬากับน้องบ้าง บางคนมาช่วยทำกับข้าวมื้อเย็น และร่วมกันรับประทานอาหารเสร็จ ก็มีเวทีแสดงความสามารถ เด็กๆที่นี้กล้าแสดงออกมากๆแทบจะไม่ให้พวกพี่นิสิตพัก และก็มีการแสดงความรู้สึกของแต่ล่ะคน พร้อมฟังหมอลำ ร้องเพลงลูกทุ่ง จนได้เวลาเข้าที่พักผ่อน


                  เช้าวันต่อมาทุกคนรีบตื่นทำภารกิจส่วนตัว และเตรียมของตักบาตรเช้า พร้อมกับพี่น้องชาวบ้านมาต่อแถวรอใส่บาตรนับเป็นภาพที่น่าประทับใจ ใส่บาตรเสร็จที่โรงเรียนก็ตามไปถวายภัตตาหารเช้าที่วัด พร้อมฟังพระธรรมเทศนาจากหลวงพ่อ กรวดน้ำรับพรเสร็จกลับมาที่โรงเรียนทานอาหารเช้า และทำกิจกรรมสันทนาการต่อเพื่อรอรถหกล้อมารับ ระหว่างนั้นท่านผู้อำนวยการได้มากล่าวขอบคุณ ชื่นชมและให้กำลังใจ พร้อมรับมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และปัจจัยเพื่อสบทบทุนอาหารกลางวันเด็กๆและพิธีปิดแบบเรียบง่ายของชาวดินล้อมวงร้องเพลงนักกิจกรรม กลับมาหาความรัก มาร์ชชาวดิน ก่อนกลับได้มีชาวบ้านแนะนำให้ไปกราบศาลเจ้าแม่ตะเคียนซึ่งห่างจากบ้านส้มโฮงประมาณ 2 กิโลเมตร พวกเราก็มีโอกาสไปกราบไหว้ขอพร ขอโชคลาภตามความเชื่อของแต่ล่ะคน และเดินทางกลับมหาวิทยาลัยมหาสารคามโดยสวัสดิภาพ


                  การทำกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการที่เราได้ทำกิจกรรมที่สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบันของโรงเรียนทำให้การทำกิจกรรมมีประสิทธิภาพ และได้รับการต่อยอดจากพื้นที่ ได้รับความร่วมมือจากผู้นำชุมชน พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งนิสิตได้เรียนรู้คู่บริการกับการบริการรับใช้สังคมในรูปแบจิตอาสา และการนำธรรมะมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน แฝงด้วยความเชื่อสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ความสำคัญที่นิสิตมีต่อชุมชน และชุมชนเห็นความสำคัญของมหาวิทยาลัย ภายใต้ปรัชญาของกลุ่มนิสิตพรรคชาวดิน ที่ว่า “กิจกรรมเพื่อส่วนรวมและสังคมที่ดีกว่า” เป็นแน่แท้รูปธรรมชัดเจน  



เขียนโดย นายณัฐพล ศรีโสภณ

ภาพโดย นายศักดิ์สิทธิ์ เลิศหล้าทอง

ขอขอบพระคุณ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน

#ศรัทธาเชื่อมั่น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แผนที่ชีวิต



ความเห็น (0)