หลวงพ่อเงื่อม แห่งวัดธารน้ำไหล ท่านตั้งกระทู้ไว้เอง และตอบเองไปมากแล้ว จนกระทั่งสุดท้ายท่านถามว่า "คนเราได้เกิดมาแล้วแน่หรือ"....
เรามาถามต่อว่าทำไมบางคนเกิดมาเป็นขอทาน บางคนเป็นศาสตราจารย์ บางคนเป็นพระเกจิที่คนนิยมกราบไหว้ และเก้าลอเก้า ....บ้างตอบว่ามันเป็นกรรมเก่า บุญเก่าก็ว่ากันไป ...
..วันนี้ผมจะมาเสริมว่าคนเราเกิดมาเพื่อคิด แม้แต่หลวงพ่อเงื่อมเองเกิดมาแล้วก็ยังคิดจนหัวผุ จนเบื่อ ว่าเกิดมาทำไม(วะ)....การคิดเป็นการบริหารสมองให้ใหญ่.แต่ถ้าใหญ่เกินไปก็เกิดเรื่องเหมือนกัน เป็นปัญหาของโลก.เสียชาติเกิด
---คนถางธรรม (กพ.๖๐)
ลพ.เงื่อมท่านให้ข้อคิดไว้มาก เช่น เกิดมาเพื่อทำหน้าที่ เกิดมาเพื่อพบพระธรรม เกิดมาเพื่อตาย....ส่วนเราเองก็มาเสริมว่า เกิดมาเพื่อแก้ปัญหา เช่น แม้แต่เด็กแรกเกิดก็ต้องร้อง อุุแว้ แล้ว เพ่ื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ตนเองอยู่รอด
"...ทำไมบางคนเกิดมาเป็นขอทาน บางคนเป็นศาสตราจารย์ บางคนเป็นพระเกจิที่คนนิยมกราบไหว้ และเก้าลอเก้า ....บ้างตอบว่ามันเป็นกรรมเก่า บุญเก่าก็ว่ากันไป ..."
I recall what the Buddha said (but can't remember in which 'sutta' that human (people) are not born to be (brahmans, sūdra, khatiya,...) anything but they become (brahmans, sūdra, khatiya,...) by what they do (for living).
And there are issues with the reasoning based on กรรมเก่า บุญเก่า (in a previous life?, some time ago in this life?). This reasoning lead people to 'do nothing' because 'ihe past cannot be changed'. The Buddha did not clarify one way or another. But he recommended 'doing kusala kamma' to ensure 'happiness' in this life, in the future life and rebirth in a 'deva' realm/heaven.
Being (called) ขอทาน ศาสตราจารย์ พระเกจิ does not mean 'doing' kusala kamma or akusala kamma. Everyone whatsoever they do for living can do kusala kamma.
เกิดมา ทำไม..ง่ายนิดเดียว(..ถ้าจะต้องตอบ..อิอิ..)
เกิดมา..เพื่อจะต้องตายไง...555555555555555
คุณยายธี ลพ.เงื่อมท่านก็ได้ตอบไว้แล้วว่า เกิดมาเพื่่อตาย (ประชด)....ส่วนท่าน เอ็สอาร์ ที่ว่าเกิดมาเพื่อทำกุศล..ผมถามย้อนว่าโจรบางคนมันก็คิดว่ามันทำกุศลนะ เช่น โรบินฮูดไง..ศ.ดร.บางท่านในมหาลัยก็ทำกุศลด้วยการทำวิจัยหลอกลวงเอาเงินทุนภาษีราษฎร