170214-1 คำชวนสับสน ในการใช้ B – But

Nathavuth
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ศัพท์อังกฤษ

การใช้ภาษาอังกฤษ ที่ถูกต้อง อ้างอิง มาตรฐานตามพจนานุกรม

Revised on 2017.02.13


Collins COBUILD English Dictionary

อธิบาย การใช้ “but”

เพื่อนำเสนอ บางสิ่ง ที่ ‘contrasts’ กับสิ่ง ที่เพิ่งได้กล่าวไป

โดยใช้เพื่อ เชื่อม วลี เข้าด้วยกัน เช่น

‘It was a long walk but it was worth it.’

‘I try to understand, but I can’t.’

สามารถ วาง “but” เริ่มต้น ประโยค

เมื่อต้องการ “ตอบบางคน” หรือ เขียนในแบบ “การสนทนา” เช่น

‘Somebody wants you on the phone.’ – ‘But nobody knows I’m here.’

‘I always thought that. But then I’m probably wrong.’

ใช้ “but” เพื่อ เชื่อม คุณศัพท์ หรือ กริยาวิเศษณ์ ที่ ‘contrast’ กันและกัน เช่น

‘We stayed in a small but comfortable hotel.’

‘Quickly but silently she ran out of the room.’

ใช้ “but” กับคำ ปฏิเสธ เพื่อให้หมายถึง “only”

โดยบางครั้งใช้ “but” ให้ตามหลัง คำปฏิเสธ เช่น

“nothing” “no-one” “nowhere” หรือ “none”

โดยคำปฏิเสธ ที่นำหน้า ‘but” จะหมายถึง “only” เช่น

‘We have nothing but carrotsหมายถึง “เรามีแต่เพียง ‘carrots’” เช่น

‘John had lived nowhere but the farm.’

‘He cared about no one but himself.’

ยังสามารถใช้ “but” ตามหลัง “all” และ

ตามหลังคำอื่น ที่เริ่มต้น ด้วย ‘every’ หรือ ‘any-‘

เมื่อใช้ “but” ตามหลัง คำใดในคำเหล่านี้ จะหมายถึง “except” ตัวอย่างเช่น

“He enjoyed everything but maths” หมายถึง

“เขาสนุกกับทุกสิ่งเว้น เลขคณิต” เช่น

‘There was no time for anything but work.’

‘Could anyone but Wilhelm have done it?’


Random House Kernerman Webster’s College Dictionary

อธิบาย การใช้ “but”

เมื่อ เข้าใจว่า ใช้ “but” เป็น ‘conjunction’ และ

เข้าใจว่า ‘สรรพนาม’ ที่ตามหลัง เป็น “ประธาน ของวลี” ที่มิได้แสดงอย่างสมบูรณ์

“สรรพนาม” นั้น จะอยู่ใน ‘subjective case’ เช่น

‘Everyone lost faith in the plan but she (did not lose faith).’

ในเนื้อหา ที่ดูเสมือน ว่าคล้ายคลึงกัน

เมื่อเข้าใจว่า ใช้ “but” เป็น บุพบท และ

“สรรพนาม” ที่ตามหลัง จะอยู่ใน ‘objective case’ เช่น

‘Everyone lost faith but her.’

การใช้ “but” เป็น บุพบท เป็นการใช้ที่นิยมทั่วไปมากกว่า

เมื่อ “but” และ “สรรพนาม” ที่ตามหลัง นั้น วางอยู่ใกล้ จุดเริ่มต้นประโยค

บ่อยครั้งจะ ปรากฏเป็น “subjective case” เช่น

‘Everyone but she lost faith in the plan.’


American Heritage Dictionary

ให้ข้อสังเกตการใช้ “but”

ว่านักไวยากรณ์เคร่งประเพณี เป็นห่วงกังวล ว่า

ต้องใช้รูป สรรพนาม ใด เมื่อใช้ “but” เพื่อแสดง “การเว้น” ในประโยค เช่น

‘No one but (หรือ no one but me) has read it.”

บางคนแย้งว่า “but” เป็น ‘conjunction’ ในประโยคเช่นนี้

ดังนั้น ควรต้องตามด้วย รูป ‘nominative’ คือ “I”

อย่างไรก็ดี ยังมีนักไวยากรณ์ในกลุ่มนี้ หลายท่านเห็นต่าง

ถึงแม้ไม่มาก ว่าควรใช้รูป “objective” ว่า “me”

เหมาะสมกว่า เมื่อวลี “but” วางอยู่ใกล้ท้ายประโยค ตัวอย่างเช่น

‘No one has read it but me.’

ในความจริง มีกรณีที่เข้มกว่าในการมอง “but” เป็น บุพบท ในโครงสร้างประโยค เช่่นนี้

ถ้า “but” เป็น ‘conjunction’ แท้จริง กริยา ที่ใช้ ควรสอดคล้อง

ในด้าน ‘person’ และ ‘number’ กับ นาม หรือ สรรพนาม ที่ตาม “but”

และ ดังนั้น กริยาควรเป็น พหูพจน์ เสมอ

เมื่อ นาม หรือ สรรพนาม ที่ตาม “but” เป็นพหูพจน์ เช่น

จึงเป็นสิ่งถูกต้อง ที่จะกล่าวว่า “No one but students have read it.”

ถึงแม้ตามปกติถือว่า“no one” เป็น เอกพจน์

ยิ่งกว่านั้น ไม่อาจเลื่อน ‘conjunction’ ไปไว้ที่ท้ายประโยคได้

เช่นที่อาจ ทำกับ วลี บุพบท เช่นใน “No one has read it but the students.”

เมื่อเปรียบเทียบว่า ไม่อาจจัดวางตำแหน่ง ‘conjunction’ คือ “and” ได้แบบนั้น

นั่นคือ จะเป็นการผิดไวยากรณ์

ถ้ากล่าวว่า “John left and everyone else in the class.”

ด้วยเหตุนี้ ดูเหมือนจะดีกว่า ถ้าจะใช้ “but” เป็น บุพบท ในโครงสร้างประโยคเช่นนี้

และใช้รูป “objective case” สำหรับ สรรพนาม เช่น ‘me’ และ ‘them’ ที่ทุกตำแหน่ง

Usage Panel ส่วนใหญ่จำนวนมาก เห็นด้วยกับนโยบายนี้ นับแต่ ปี 1988

เมื่อ 17% ยอมรับ ประโยค “No one has read it but I.”

มี 30% ยอมรับ ประโยค “No one but I has read it.”

และ 70% ยอมรับ ให้ใช้ “me” เมื่อใช้ วลี “but” นำหน้า กริยา

และ 90% ยอมรับให้ใช้ วลี “but” ตามหลัง กริยา


การใช้ ”but” ร่วมกับ ‘however’ ถือเป็นการใช้ที่มากเกินควร เช่น

‘But the army, however, went on with its plans.’

ควรตัด คำใด คำหนึ่ง (but หรือ however) ออก

โดยทั่วไป ไม่ใช้ “comma” ( , ) ตามหลัง “but”

รูปแบบประโยค ที่ถูกต้อง ในการเขียน คือ

“Kim wanted to go, but we stayed.”

ไม่ใช่ “Kim wanted to go, but, we stayed.”

อาจใช้ “but” เป็นคำเริ่มต้น ประโยค ได้ในทุกระดับของรูปแบบ


Cambridge English Dictionary

อธิบายการใช้ “but” เป็น ‘conjunction’

เพื่อ เชื่อม สิ่งที่มีแบบไวยากรณ์อย่างเดียวกัน (coordinating conjunction)

ใช้ “but” เชื่อมต่อ “ideas that contrast” เช่น

วลี “but not” มีการใช้ทั่วไป เช่น

‘The room has been painted but not in the color that I asked for.’

‘I’d love to go for a pizza with you but not tonight.’

ใช้ “but” ในความหมาย “except”

เมื่อใช้ ‘but’ ตามหลัง คำเช่น

“all” “everything/nothing” “everyone/no one” “everybody/nobody” เช่น

‘I arrived at the airport and realized that I’d brought everything but my passport.’

‘The cleaning is done now, all but the floors. They still have to be washed.

‘Everyone but Anna has checked in.’

Nobody but the receptionist was left in the lobby of the hotel.’

ใช้ “object pronoun” ตามหลัง “but”

(เช่น me, you, him, us และอื่นๆ) แม้แต่ในตำแหน่ง ประธาน เช่น

Everybody but me has paid.’

No one but him would get a job like that.’

ในสถานการณ์ ที่เป็นทางการ สามารถใช้

“subject pronoun” ตามหลัง “but” เช่น

Everyone but she know how the drama was going to end.’

ใช้ “but for” + “reason”

ใช้ วลี “but for” เพื่อเสนอ เหตุผลว่า ทำไม บางสิ่ง มิได้เกิดขึ้น เช่น

But for the traffic, I would have been here an hour ago.

(หมายความว่า การจราจรหนแน่น – ถ้ามิใช่เพราะ การจราจร ผมคงมาถึงนี่ หนึ่งชั่วโมงแล้ว)

‘They would have been badly injured but for the fact that they were wearing seat belts.’

(หมายถึงว่า พวกเขาคาดเข็มขัดนิรภัย ถ้ามิใช่เพราะความจริงที่ว่า พวกเขาคาดเข็มขัด

พวกเขาคงได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่)

ใช้ วลี “all but” ให้หมายถึง “almost completely” เช่น

‘I have all but finished the essay when the computer crashed and I lost it all.’

“His parents had all but given up hope of seeing him again.’


Dictionary of Problem Words and Expression

ใช้ วลี “but what” อย่างไม่เป็นทางการ แทน วลี “but that” เช่น

‘I don’t know but what (จะดีกว่า ถ้าใช้ ‘but that’) I had better go with you.

ควรใช้ “but that” แทน “but what” ในทุกข้อความ เช่น

‘Scarcely an hour goes by but that I think of you with love.’


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน B Revised 170114



ความเห็น (0)