ผลกรรมของนักประชาธิปไตย(ปลอมๆ)

นายหัว
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

"วงจรอุบาทก์ การรัฐประหารคือความเลวร้ายที่ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ คล้ายกับกินยาแก้ปวด ยังไงๆก็ต้องปวดต้องเจ็บกันต่อไป ถ้าไม่รักษาให้ถูกวิธี แก้ไขที่ต้นเหตุ " เสียงนั้นยังคงก้องในหู จำได้ว่าเป็นคาบเรียนวิชารัฐศาสตร์ ภาพอาจารย์ยังตราตรึงในความทรงจำ

ในวันที่รถถังวิ่งออกมาอีกรอบเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง หลังจากการประท้วงที่ยืดเยื้อยาวนานข้ามปี คนที่ดีใจสุด คือ "อาจารย์และเหล่าพรรคพวกที่เชื้อเชิญเขาออกมา"

ความเคียดแค้นที่สุมอก ความร้อนรุ่มที่สั่งสมมาเนิ่นนาน ได้รับการปลดปล่อยบรรเทา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า นักการเมืองเหล่านั้นได้ก่ออาชญกรรมร้ายแรงอะไรไว้กับอาจารย์กับครอบครัวหรือ? ถึงได้สาปแช่งก่นด่าตลอดเวลา

"เผด็จการทหาร ประชาธิปไตย สมบูรณาญาสิทธิราชย์ คอมมิวนิสต์!!! ประชาธิปไตยสิที่ดีที่สุด ถึงไม่ใช่ระบอบที่เลิศเลอ แต่ที่สุดแล้วก็ดีกว่าแบบอื่นๆ" เสียงซ้ำๆที่ได้ยิน ผมจำได้เพราะใช้ทำข้อสอบ ได้เกรด A ซะด้วย ความสำคัญของผมไม่รู้หรอกว่าจะเอาไปทำอะไรได้ ผมไม่ได้สนใจอะไรมันเลย รู้เพียงจบแล้วต้องหางานทำเท่านั้น

พูดถึงเรื่องการเมือง แกของขึ้น แกเกลียดกลัวการเลือกตั้ง ขยาดขยะแยงสะอีดสะเอียนกับนักการเมืองทั้งหลาย

แต่ก็นั่นเหอะ แกก็ดีอกดีใจมากที่ญาติแกได้เป็นหนึ่งในเหล่าผู้ปฏิรูปกฏหมายฉบับใหม่ "ญาติจารย์ไม่ได้ไปเป็นนักการเมือง แต่เข้าไปเป็นนักแก้ปัญหาให้ประเทศชาติต่างหาก" สีหน้าแกภาคภูมิใจ เพราะอาจารย์ได้ไปเป็นที่ปรึกษาท่านสมาชิกสภาปฏิรูปกฏหมายประเทศท่านนี้ด้วย

ผลดีเกิดขึ้นกับแก ไปประชุม อบรม สัมมนา ได้ไปบรรยายเรื่องประชาธิปไตย ได้เที่ยว ได้ดูงาน ไปไหนมาไหนคนนับหน้าถือตา

ทุกวันนี้ อาจารย์ซึมเศร้าหนัก หลังจากโดนปรับออกจากตำแหน่งที่ปรึกษา ไม่มีใครสนใจแกเหมือนเดิม แกคงเผาปริญญาทิ้งแน่ๆ ผมก็คิดขำๆ ผมลองย้อนกลับไปดูในสิ่งที่แกสอน มันย้อนแย้งกับสิ่งที่แกคิดและกระทำทุกอย่าง

"หมาป่าก็คือหมาป่า ไม่ใช่แกะ เอาเสื้อคลุมแกะมาใส่ ก็เท่านั้น เผด็จการทหารก็ไม่ต่างกัน มันก็คือเผด็จการทหาร แปะชื่อไว้ เขียนไว้ยังไงก็ยังนั้น จะให้อ่านให้เอาเป็นความหมาย ประชาธิปไตย มันไม่ได้ ไม่ใช่เลย !!"

ในทุกคืนค่ำแกรำพึงรำพันกับตัวเองตลอด "นี่คือผลกรรมที่ทำไว้กับบ้านเมือง จริงแล้วแกก็คือคนหนึ่งที่ทำให้ประเทศถอยหลังเขาคลอง แกคือผู้ทรยศต่อวิชาชีพตัวเอง สนับสนุนเชื้อเชิญวางแผนให้มีการก่อรัฐประหาร ล้มการเลือกตั้ง ยึดอำนาจไปจากประชาชนทั้งผอง"

"นี่มันกี่ปีมาแล้ว คืนความสุขให้ประชาชนมันคืออะไร ขอเวลาอีกไม่นาน มันจะอีกเท่าไร แผ่นดินที่งดงามมันเป็นแบบไหน ในเมื่อประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจถดถอย นักลงทุนวิ่งหนี แต่แตกต่างกันที่การทุจริตคอรัปชั่นเฟื่องฟูหนัก ระบบราชการล้าหลังเชื่องช้า และไร้ประสิทธิภาพ"

"เชี๊ยะ!! มันกี่ปีมาแล้ว ที่ไม่มีนักการเมือง แต่ปัญหาเดิมๆยังคงอยู่ ไม่สินะ ปัญหาเดิมๆเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น " หน้าแดงก่ำ ตะโกนด่าซ้ำๆ

โครม!! แกขว้างรีโมทใส่ทีวี เป็นเครื่องที่ 7 แล้ว ในรอบ 2-3 ปีนี้ที่พังไปหลังจากดูทีวีรายการเฉพาะกิจแถลงผลงานของรัฐบาล(เผด็จการทหาร)

เครียดไปก็เท่านั้น แกตัดสินใจไปเที่ยวยุโรปอีกรอบในวันรุ่งขึ้น
เงินบำนาญยังมี เพื่อนพ้องมากมาย แกไม่สนใจอะไรอีกแล้ว!!

--นายหัว--

30/01/2560

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วรรณกรรมการเมือง เศรษฐกิจและสังคม



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

622320

เขียน

30 Jan 2017 @ 10:45
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก