ทักษะการเยี่ยมบ้าน

ทักษะที่ใช้ในการเยี่ยมบ้าน
3. ทักษะการสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสาร
นักสังคมสงเคราะห์ต้องมีความสามารถในการใช้คำพูดและภาษาท่าทางเพื่อสื่อสารความรู้สึกนึกคิดของตนเองและความสามารถในการรับ รู้ความรู้สึกนึกคิดของผู้รับบริการไม่ว่าจะเป็นการแสดงความต้องการความ ชื่นชมหรือการปฏิเสธอีกทั้งนักสังคมสงเคราะห์ยังต้องสร้างสัมพันธภาพที่ดี กับผู้รับบริการ
วัตถุประสงค์ของการออกเยี่ยม
เนื่องจากตัวผู้ใช้บริการมีปัญหาด้านสุขภาพ เรื่องระบบทางเดินหายใจ (ภูมิแพ้)ซึ่งปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของตัวผู้ใช้ บริการดังนั้นนักสังคมสงเคราะห์จึงลงพื้นที่เพื่อหาสาเหตุของปัญหา ดังกล่าว
การเยี่ยมบ้าน
การเยี่ยมบ้านเป็นทักษะมีความสำคัญมากสำหรับการค้นหาข้อเท็จจริงในขั้นตอนแรกและมีความสำคัญในทุกขั้นตอนของกระบวน การปฏิบัติงาน

หลักการพื้นฐาน
- การยอมรับความแตกต่าง
- การรักษาความลับ
- การเคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์

ทักษะที่ใช้ในการเยี่ยมบ้าน
2. ทักษะการสังเกต
ใช้ทักษะในการสังเกต สังเกตสภาพที่อยู่อาศัยของผู้รับบริการ ที่ได้เข้าไปเยี่ยมสังเกตุสภาพห้องลักษณะของห้องที่ผู้รับ บริการอนุญาตให้เข้าไปได้ทั้งนี้การสังเกตุควรจะสังเกตุ ในลักษณะข้อเท็จจริงมากกว่าความคิดเห็นส่วนตัวสังเกต ในลักษณะข้อเท็จจริง
ทักษะที่ใช้ในการเยี่ยมบ้าน
4. ทักษะการจดบันทึก
นักสังคมสงเคราะห์จำเป็นต้องจดบันทึก ซึ่งจะนำมาใช้จัดทำรายงาน ในตอนเริ่มต้นสัมภาษณ์ นักสังคมสงเคราะห์ควรอธิบายให้ผู้รับบริการทราบว่าจำเป็นต้องจดบันทึกไปด้วย
ทักษะที่ใช้ในการเยี่ยมบ้าน
1. การสัมภาษณ์ ทักษะในการสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือสำคัญในการค้นหาข้อเท็จจริงจากผู้รับบริการเพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือผู้รับบริการได้ตรงเหตุการณ์ และยังช่วยให้ผู้รับบริการได้มีความเข้าใจสถานการณ์ปัญหาของตนเอง มีพลังใจที่เข้มแข็งกล้าเผชิญปัญหาด้วยตัวเองการสัมภาษณ์นั้นต้องทำอย่างมีหลักการมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้รับบริการตอบคำถามให้ข้อมูล อย่างเต็มใจและข้อมูลที่ได้นั้นมีประโยชน์ตรงตามที่นักสังคมสงเคราะห์ต้องการ
สภาพที่อยู่อาศัย
เป็นแฟลตบ้านพักข้าราชการประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ลักษณะที่อยู่คล้ายคอนโดมิเนียม ในหนึ่งชั้นมี 24 ห้อง บ้านของผู้ใช้บริการอยู่ชั้น 6 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด เป็นห้องสุดท้ายของชั้น ภายในบ้านแบ่งออกเป็น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และมีโถงกลาง ในครอบครัวมีลักษณะเป็นครอบครัวขยาย อาศัยอยู่ร่วมกัน 5 คน ได้แก่ พ่อ แม่ ผู้ใช้บริการ น้า และลูกพี่ลูกน้องของผู้ใช้บริการ
การสังเกตบ้านผู้ใช้บริการ
- สภาพความเป็นอยู่
สภาพที่อยู่อาศัยของผู้ใช้บริการ เป็นอาคารสีขาว มีอาคารทั้งหมด11หลัง มีทั้งหมด6ชั้น
โดยผู้ใช้บริการอยู่หลังที่ 4 การจะเข้ามาในตัวอาคารต้องเดินผ่านที่จอดรถชั้นใต้ดิน
เพื่อขึ้นลิฟต์ เมื่อขึ้นมาถึงชั้นหกที่ผู้ใช้บริการอาศัย ลักษณะของชั้นหก สว่าง และสะอาดกว่าชั้นอื่นๆ ซึ่งห้องของผู้ใช้บริการอยู่ติดกับบันไดริมสุดของตัวอาคาร จากการสังเกตข้างบ้านของผู้ใช้บริการ
มีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงคือแมว และมีกลิ่นเหม็นส่งกลิ่นออกมาจากข้างบ้านของผู้ใช้บริการ และมีการวางของเกินออกมาจากพื้นที่ส่วนรวมทางเดินกลาง และลักษณะภายในบ้าน พื้นสะอาด
พื้นเป็นสีเหลืองอ่อน ผิดกับตามโต๊ะเเละตู้ ที่จะมีฝุ่นเกาะอยู่หนาและเยอะมาก
ในตัวบ้านของผู้ใช้บริการ ลักษณะตัวบ้านจะแบ่งเป็น 1 ห้องโถงกว้าง 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว
แบ่งแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน มีเฟอร์นิเจอร์เยอะในห้องโถง เพดานห้องสูงประมาณ 4 เมตร
บรรยากาศ ไม่ร้อน เพราะเป็นฤดูหนาว ลักษณะห้องคาดว่าเป็นห้องที่สร้างมาแล้วหลายปี
เพราะผนังห้องมีสีซีด และมีรอยแตกร้าวตามขอบผนังพื้นห้องสีเหลืองอ่อน

ก่อนการเยี่ยมบ้าน
ขณะเยี่ยมบ้าน
การสังเกตบ้านผู้ใช้บริการ
สภาพความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว
ครอบครัวองผู้ใช้บริการ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ผู้ใช้บริการสนิทกับผู้เป็นแม่เป็นอย่างมากรวมทั้งลูกพี่ลูกน้อง ของผู้ใช้บริการก็สนิทกับผู้ใช้บริการอย่างมาก จากการสังเกต
พบว่าขณะที่ทำการเยี่ยมบ้านผู้เป็นแม่ของผู้ใช้บริการมีการ ดูแลเอาใจใส่ เเละยิ้มแย้มตลอดการสัมภาษณ์ สภาพจิตใจของผู้ใช้บริการ และครอบครัว มีสภาพที่ดีมาก แม่และผู้ใช้บริการมีการพูดคุยหลอกล้อกันตลอดเวลา
ข้อมูลที่ได้รับจากการเยี่ยมบ้าน
ข้างบ้านของผู้ใช้บริการได้ทำผิดกฎระเบียบที่มีของบ้านพักโดยนำแมวมาเลี้ยงจำนวนสี่ตัวและ ได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าพ่อและลูกพี่ลูกน้อง ของผู้ใช้บริการก็เป็นภูมิแพ้อีกด้วย
ความคิดเห็นของนักสังคมสงเคราะห์
จากสภาพปัญหาของผู้ใช้บริการคือปัญหาด้านสุขภาพเรื่อง ระบบทางเดินหายใจโดยจากปัจจัยภายนอกที่พบบริเวณบ้านแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศรอบบ้านพักหรือกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่มาจากสัตว์เลี้ยงข้างบ้านส่งผลให้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้ใช้บริการ เกิดปัญหาด้านสุขภาพขึ้นและพ่อของผู้ใช้บริการมีปัญหาด้าน สุขภาพชนิดเดียวกันรวมถึงสัมพันธภาพระหว่างครอบครัวของผู้ใช้บริการและเพื่อนบ้านเป็นไปในทิศทางที่แย่ลงหลังจากเกิดปัญหา นี้ขึ้น
การประเมินสภาพปัญหา
• ผู้ใช้บริการมีรูปร่างผอม ตัวเล็ก น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
• สภาพที่อยู่อาศัยของผู้ใช้บริการมีสภาพที่ค่อนข้างแออัด และอากาศถ่ายเทได้น้อย
• เศรษฐกิจในครอบครัวของผู้ใช้บริการ ณ ปัจจุบัน มีรายได้ที่เพียงพอ
•สัมพันธภาพของครอบครัวผู้ใช้บริการและเพื่อนบ้านเป็นไป ในทิศทางลบ

แผนการให้ความช่วยเหลือ
การช่วยเหลือผู้ใช้บริการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น คือ มีการแนะนำให้ผู้ใช้บริการให้มีการหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำ และควรมี Big Cleaning Day ทุกสองสัปดาห์ ในด้านสัมพันธภาพระหว่างครอบครัวผู้ใช้บริการกับเพื่อนบ้านควรมีการพูดคุยแบบหันหน้าเข้าหากันไม่ใช้การกระทบ กระทั่งกันเพราะปกติแล้วทั้งสองฝ่ายใช้อารมณ์ในการพูดคุยต่อกัน จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน socialwork



ความเห็น (0)