ตำนานเจ้าด่านนายแดงและปู่ด้วงย่าดีของหมู่บ้านคำผักแพว

อ้างอิงอ้างอิง

ประวัติหมู่บ้านคำผักแพว

  • หมู่บ้านคำผักแพวเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2512 เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวบ้านมาบวงสรวงเจ้าด่านนายแดงและปู่ด้วงย่าดีแต่หลายร้อยปี่ก่อนซึ่งมีคนทำไร่แต่กำเนิด ชาวบ้านมาจากทั่วสารทิศขึ้นมาอยู่บนภูเขาเรื่อยๆจากหมู่บ้านเล็กก็ขยายใหญ่ขึ้นจาก10หลังคาเรือนเป็น40-50หลังคาเรือนก็ย้ายสำเนาทะเบียนบ้านเข้าไปอยู่บ้านกกผึ้งประชากรในหมู่บ้านคำผักแพวจึงเป็นหมู่บ้านเดียวกับบ้านกกผึ้ง หมู่ที่8 ตำบลซับสีทอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิและในเวลาต่อมาชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจแยกหมู่บ้านคำผักแพวออกจากหมู่บ้านกกผึ้งในปี พ.ศ.2545ใช้เวลาในการทำเรื่องย้ายหมู่บ้านนานถึง 2 ปี จึงได้มีการแยกหมู่บ้านคำผักแพวออกจากบ้านกกผึ้งสำเร็จในเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ.2547ซึ่งชื่อหมู่บ้านคำผักแพวนั้นมีที่มาจากเมื่อก่อนหมู่บ้านมีหนองน้ำผักแพวเยอะแยะชาวบ้านจึงเรียกขานหมู่บ้านว่า คำผักแพว ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันหมู่บ้านคำผักแพวมีหนองน้ำขนาดใหญ่ซึ่งชาวบ้านได้เรียกว่าฝายคึกฤทธ์ อยู่ระหว่างกลางบ้าน จึงทำให้ชาวบ้านมีน้ำกินน้ำใช้ในการสาธารณูปโภคตลอดทั้งปีอีกทั้งยังมีน้ำที่ไหลมาจากบนภูเขาตลอดทั้งปีบ้านคำผักแพวจึงถือได้เป็นหมู่บ้านแหล่งต้นน้ำ



ประวัติของเจ้าด่านนายแดง

  • ศาลเจ้าด่านนายแดงมีจำนวนสองศาลและมีการก่อตั้งมาเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบได้เนื่องจากเมื่อมีการเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเมื่อ พ.ศ. 2512 ก็เห็นศาลตั้งไว้อยู่แล้วและมีความเชื่อว่ามีศาลเจ้าด่านนายมาแล้วไม่ต่ำกว่า100ปีและมีการสร้างศาลปู่ด้วงย่าดีในภายหลังปี พ.ศ. 2512 แต่ก็ไม่ทราบว่าเมื่อปี พ.ศ. ใดจึงทำให้ในบริเวณนั้นมีศาลตั้งอยู่จำนวนสามศาลและต่อมาในปี พ.ศ.2556 หมู่บ้านคำผักแพวได้มีการหล่อรูปเหมือนของปู่ด้วงย่าดีและได้มีการสร้างศาลใหม่ปู่ด้วงย่าดีขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งศาลตามความเชื่อของชาวบ้านที่เคารพและศรัทธาในเจ้าด่านนายแดงเชื่อว่าท่านเป็นคนที่มีคาถาอาคมที่เก่งกล้าและไม่เกรงกลัวต่อสัตว์ร้ายไม่ว่าจะเป็นเสือป่า ช้างป่า และสัตว์ดุร้ายชนิดต่างๆท่านก็ไม่กลัวแล้วยังสามารถปราบสัตว์ร้ายได้ด้วยโดยได้มีการตั้งศาลจำนวน2ศาลไว้ตั้งแต่ยังไม่มีคนมาอยู่อาศัยในหมู่บ้านคำผักแพวโดยไม่สามารถบอกได้ว่าศาลได้มีการต่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่และศาลปู่ด้วงย่าดีได้มีสร้างขึ้นภายหลังปีพ.ศ. 2512 แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าก่อตั้งแต่ พ.ศ. ใด รู้แค่ว่าศาลปู่ด้วงย่าดีได้มีการสร้างศาลหลังปี พ.ศ. 2512

ประวัติปู่ด้วง-ย่าดี

ปู่ด้วง

  • ปู่ด้วง เดิมเป็นชาวอำเภอขุนขัน จังหวัดศรีสะเกษ (ไม่ทราบว่าอยู่บ้านอะไร) เมื่อเเต่งงานเเล้ว มีบุตร 2 คน ต่อมาก็อพยพจากบ้านเดิมมาตั้งหลักฐานอยู่ที่บ้านตาดโตน ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ มีถานะมั่นคง สมัยเจ้าพ่อพระยาแลเป็นเจ้าเมืองชัยภูมิ ได้ปู่ด้วงนี้เป็นครูประสิทธิ์ประสาทเวทย์มนต์คาถาวิชาอาคมให้ จนเจ้าพ่อพระยาแลสามารถเรียนสำเร็จวิชาอาคมอยู่คงกระพันชาตรีถึงขนาดฟันไม่เข้า ยิงไม่ออกต่อมา เจ้าอนุวงศ์ ผู้ปกครองประเทศลาว คิดจะยกทัพไปตีกรุงรัตนโกสินทร์ (กรุงเทพฯในสมัยราชการที่ 2 ) และได้ยกทัพผ่านมาทางจังหวัดชัยภูมิ ชักชวนเจ้าพ่อพระยาแลให้ร่วมยกทัพไปตีกรุงรัตนโกสินทร์ด้วยกัน (เจ้าพ่อพระยาแลท่านก็มาจากประเทศลาวเหมือนกัน )แต่เจ้าพ่อพระยาแลท่านปฏิเสธไม่ยอมไปด้วย และยังได้สั่งคนไปแจ้งข่าวให้ย่าโมทราบว่าเจ้าอนุวงศ์ จะยกทัพผ่านมาทางโคราชด้วย เมื่อเจ้าอนุวงศ์ยกทัพมาถึงเมืองโคราช ย่าโมก็ใช้กุศโลบายทำทียินยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ต้อนรับขับสู้อย่างดี โดยนำสุรามามองเมาบรรดาทหาร ในกรองทัพเจ้าอนุวงศ์ทหาร ในกองทัพของเจ้าอนุวงศ์ทหารหาญทั้งหลายไม่คิดระแวงระวังว่าจะถูกหลอก ก็พากันดื่มกินสนุกสนานอย่างเต็มที่จนหลับไหลไม่ได้สติ ทหารหาญของย่าโมซึ่งได้เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็ได้ใช้อาวุธเข้าประหัตประหารทำให้ทหารลาวล้มตายเป็นจำนวนมาก เกือบทั้งหมดเหลือรอดชีวิตเพียงเจ้าอนุวงศ์และทหารไม่กี่คนที่หนีเอาตัวรอดได้ ด้วยความผูกใจเจ็บแค้นเจ้าพ่อพระยาแล เจ้าอนุวงศ์จึงได้ย้อนกลับมาเมืองชัยภูมิอีกครั้ง จับเจ้าพ่อพระยาแลไปฆ่า แต่ฟันอย่างไร้ก็ไร้ผล เพราะท่านเจ้าพ่อพระยาแล ท่านเป็นศิษย์เอกปู่ด้วงรักและประสิทธิ์ประสาทเวทมนต์ คาถาอาคมให้ จนอยู่ยงคงกระพันยิงไม่เข้า ฟันไม่เข้า ก็ใช้เหล็กแหลมเสียบทวารหนัก ผลที่สุดเจ้าพ่อพระยาแลก็เสียชีวิตอยู่ที่หนองปลาเฒ่า ซึ่งตั้งศาลอยู่จนทุกวันนี้เมื่อปู่ด้วงและภรรยา ทราบข่าวก็กลัวว่าภัยนี้จะตกมาถึงตัวจึงรีบหลบหนีออกจากบ้านตาดโตนเข้าป่าดงลึก พอแน่ใจว่าปลอดภัยแล้วจึงได้ปลูกบ้านพักอาศัยที่กลางดงป่าหินโงมตรงที่เป็นตำบลเก่าย่าดีทุกวันนี้ ปัจจุบันก็มีวัดปู่ด้วง-ยาดีปรากฏแก่สายตาลูกหลาน พอมาใช้ชีวิตแบบชาวป่า ปู่ด้วงท่านก็ได้ถือศีลกินเจไม่กินอาหารที่ปรุงด้วยเลือดเนื้อ ท่านเป็นผู้ที่มีภูมิจิต ภูมิธรรม มีเมตตาบารมีสูง ท่านสามารถเอาชนะใจคนทั้งหลาย แม้แต่สัตว์ที่ดุร้าย เช่น ช้าง เสือ ท่านยังสามารถโน้มน้าวจิตวิญญาณให้มาเป็นบริวารห้อมล้อมท่านได้ ในยามอับจนถึงจะต้องหนีเข้าป่า แต่ก็เป็นการถอยแบบมีศักดิ์ศรี มาเป็นผู้มีประวัติอันดีงาม มีจิตเป็นกุศล ศรัทธาสัมมาทิฐิแน่วแน่ มั่งคงต่อทางกุศล เป็นบุคคลสำคัญที่ควรแก่การสรรเสริญ และควรที่อนุชนรุ่นหลังจะให้ความสำคัญและศึกษาเอาเยี่ยงอย่าง เป็นปูชนีย์บุคคลที่ควรแก่การเคารพกราบไหว้บูชา

ย่าดี

ย่าดี เกิดที่บ้านโสกคลอง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ แต่งงานแล้วมีลูก 1 คน ได้ย้ายจากบ้านเดิมมาอยู่ที่บ้านตาดโตน ย่าดีเกิดคนละสมัยกับปู่ด้วง หลังจากปู่ด้วงได้เสียชีวิตแล้วประมาณ 20 ปี จึงมีเรื่องย่าดีปรากฏขึ้น โดยมีผู้เล่าประวัติว่า เมื่อย่าดีกับสามีและลูกตั้งรกรากอยู่บ้านตาดโตน ก็อยู่ร่วมสุขร่วมทุกข์เรื่อยมาจนแก่เฒ่า ตอนหลังสุด ย่าดีเกิดล้มป่วยเป็นไข้ ล้มหมอนนอนเสื่อลุกไปไหนมาไหนไม่ได้เป็นเวลาแรมปี ยาอะไรก็ช่วยไม่ได้หมอก็หมดปัญญา นอนรอดวันตาย คืนหนึ่งย่าดีฝันไปว่าปู่ด้วงถามว่า อยากหายหรืออยากตาย ย่าดีตอบว่าอยากหาย ยังไม่อยากตาย เพราะยังไม่ได้สร้างบุญกุศลพอเพียง อยากอยู่ทำบุญทำกุศลเสียก่อน จะตายจริงก็ไม่ว่า ปู่ด้วงเลยบอกว่า ถ้าอยากหายให้เข้าไปจำศีลภาวนาที่บ้านกลางป่าซึ่งเป็นบ้านที่ปู่ด้วงเคยอยู่จำศีลภาวนามาก่อนแล้วจะหายป่วย ย่าดีดีใจมากเล่าให้ญาติพี่น้องฟัง พร้อมกับบอกให้เขาพาไปที่ที่ปู่ด้วงบอก เพราะความอยากหายญาติพี่น้องจึงหามแปลไป พลไปถึงชายป่าย่าดีก็ทีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาเองอย่างน่าอัศจรรย์ ผลที่สุดไปถึงบ้านเก่าปู่ด้วงเคยอยู่จำศีลภาวนา อยู่อย่างสบายจนสิ้นอายุขัยนับเป็นประวัติที่น่าสนใจและน่าศึกษา แสดงถึงผลงานแห่งการที่มีจิตเป็นกุศลศรัทธาสัมมาทิฐิแน่วแน่มั่งคง แม้ล้มป่วยอยู่ หามไปบนแคร่ เดินไม่ได้แรมปี ก็กลับสามารถลุกเดินได้ บำเพ็ญเพียรภาวานาจนกลายเป็นผู้ทีภูมิจิตภูมิธรรมสู. สามารถโน้มน้าวจิตวิญญาณสัตว์ดุร้ายให้มาเป็นบริวาร ดำรงชีพอยู่ในดงสัตว์ดุร้าย เช่น ช้าง เสือ ได้โดยไม่เป็นอันตราย จึงนับเป็นอานิสงส์ของการถือศีลกินเจ ท่านจึงเป็นปูชนีย์บุคคลอีกผู้หนึ่งที่เราทั้งหลายควรกราบไหว้บูชา

ศาลเจ้าด่านนายแดงและปู่ด้วงย่าดีเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจและเคารพศรัทธาของชาวบ้านคำผักแพวและชาวบ้านใกล้เคียงที่มีความเลื่อมใสในเจ้าด่านนายแดงและปู่ด้วงย่าดีชาวบ้านมักจะไปบนบานสารกล่าวขอให้ท่านช่วยในเรื่องต่างๆเมื่อประสบผลสำเร็จแล้วก็จะกลับมาแก้บนดังคำที่เคยได้กล่าววาจาออกไป

อ้างอิง

ประวัติหมู่บ้านคำผักแพว : นายสกุล บัวสระ ผู้ใหญ่บ้านคำผักแพว หมู่ที่13 บ้านคำผักแพว ตำบลซับสีทอง จังหวัดชัยภูมิ


ประวัติของเจ้าด่านนายแดง : นางบุญศิลป์ ศรีวิไล คือครอบครัวแรกที่มาสร้างบ้านในหมู่บ้านคำผักแพว


ประวัติปู่ด้วย่าดี : พระมหาวิฑูรย์ สิทธิเมธี... วัดชัยภูมิพิทักษ์ (ผาเกิ้ง) อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ตำนานเจ้าด่านนายแดงและปู่ด้วงย่าดี



ความเห็น (0)