ทานบารมีสิ่งที่พึงพากเพียรทำ

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เมื่อคืนนี้ก่อนนอนรู้สึกขี้เกียจมากวางแผนกับตนเองว่าจะอยู่ทานข้าวที่บ้าน งดการไปวัดซักวัน

การได้ทานข้าวที่บ้านนั้นวิเศษอย่างยิ่ง ค่อยๆ ทานไม่ต้องเร่งรีบ และที่สำคัญได้ทานข้าวฝีมือแม่ด้วย

แต่แล้ว...เมื่อตื่นนอน

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นอัตโนมัติ ตื่นนอนทำภารกิจส่วนตัว เตรียมอาหาร ...และทึ่สุดก็ต้องไปวัด

แม่ตื่นนอนตามปกติ หลังจากที่ข้าพเจ้าเตรียมอาหารในครัวเรียบร้อยแล้ว อาหารส่วนใหญ่ก็จะหุงข้าว และนึ่งไข่ ผักจากเครื่องนึ่งไฟฟ้าอัตโมมัติ แล้วก็ไปเตรียมตัวอาบน้ำ ในระหว่างนี้แม่ก็จะเดินไปตลาดซึ่งไม่ไกลจากบ้านแม่มากนัก กลับมาเตรียมอาหารอีกหลายๆ หม้อ

ชีวิตในวัย ๗๐ ปีของแม่เป็นวัยที่แข็งแรง อาจเป็นเพราะแม่ขับรถไม่เป็น อาศัยการเดินไปตลาดตอนเช้าทุกวันทำให้ได้ออกกำลังกาย

เมื่อภารกิจส่วนตัวเสร็จ ...เดินเข้าไปที่ครัว แม่บอกว่า "ซุปแตงกวา" คิดว่าจะเสร็จเร็วแต่ขั้นตอนรายละเอียดเยอะใช้เวลานาน

แม่พูดจบก็สาละวนทำอาหารใส่ห่อข้าวให้ข้าพเจ้า ซึ่งก็มักจะเป็นแบบง่ายๆ ปลาต้มน้ำปลา ผักลวก น้ำพริก

เมื่อทุกอย่างพร้อมข้าพเจ้าก็ขับรถออกจากบ้านมุ่งหน้าไปที่วัด ซึ่งเป็นระยะห่างไปกลับเกือบ ๔๐ กิโลเมตร ....

นำอาหารไปวางถวายเสร็จ ก็ย้อนกลับมาที่ทำงาน

สิ่งที่กำหนดกับตนเองคือ ไม่ควรสายเกิน ๘ โมง และช่วงหลังก็มักมาถึงที่ทำงานประมาณ ๗ โมงครึ่งก่อนแปดโมงเสมอ

หรือถ้าวันไหนทานข้าวที่วัดก่อน ก็จะมาถึงที่ทำงานแปดโมงครึ่ง


ทำไมจึงต้องไปวัดไกลขนาดนั้น? (วัดป่าหนองไคร้)

===================

วัดในตัวเมืองแม่มักจะใส่บาตรตอนไปตลาดเช้า

***สิ่งที่เห็นแม่ปฏิบัติเสมอมา พระแท้พระไม่แท้แม่ทำบุญหมด***

แม่สอนเสมอว่า หน้าที่เราคือ ใส่บาตรทำบุญ ส่วนถ้าเป็นของปลอมนั่นก็เป็นกรรมของเขาเอง

การเดินทางมาวัดไกลเมืองออกมานี้ ทำให้ข้าพเจ้าได้ฝึกฝนตนเองหลายอย่าง

-- ได้มุฑิตาจิตแสดงความกตัญญูต่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์ผู้มีพระคุณ ท่านอยู่หรือไม่อยู่ก็ไป ...

-- ฝึกออกจากความเกียจคร้าน และความสุขสบาย เพราะต้องดัดตนเองหลายเรื่องเช่น การวางแผน การตื่นแต่เช้า การทำภารกิจต่างๆ ให้เสร็จทันกลับมาที่ทำงานแต่เช้า การสละออกให้ทาน

-- ขณะเดินทาง ได้ฝึกฝนการมองเข้ามาในใจตนเอง ได้ฟังเสียงแห่งภายใน (Inner voice)

-- ได้ฟังเทศน์พ่อแม่ครูบาอาจารย์และได้พิจารณาในสิ่งที่ท่านเทศน์สอน

การฝึกฝนดัดตนเองเช่นนี้ ได้ทำต่อเนื่องมาหลายปีมาก(ประมาณ ๑๐ ปี) พอที่จะเขียนบันทึกถอดบทเรียนไว้

ในการฝึกตนเองเช่นนี้ สิ่งที่น่าห่วงที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง คือ การอวดว่าตนเองทำดี

จนเมื่อเวลาผ่านไป แน่ใจว่าสิ่งที่ฝึกปฏิบัตินี้เป็นนิสัยใหม่แก่ตนเองแล้ว

การเขียนจึงน่าจะพอใช้ได้ แม้ลึกๆ อาจมีการซ่อนอวดว่า "ฉันทำได้" ...

อย่างไรก็ดีกว่าไม่บันทึก

การบันทึกไว้ก็น่าจะเป็นร่องรอยที่น่าเรียนรู้แก่ชีวิตได้


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เล่า



ความเห็น (0)