ความรู้จากสื่อมวลชนเพื่อคนทำงานพีอาร์
กิจกรรม “พีอาร์ มช.และสื่อมวลชน สุนทรียสนทนา” เป็นกิจกรรมหนึ่งที่เปิดโอกาสให้มีการเรียนรู้ร่วมกันในระหว่างผู้ที่รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ เป็นการสนับสนุนการจัดการความรู้ของผู้ปฏิบัติงานด้านประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย ผ่านกระบวนแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) การเปิดโอกาสรับฟังการถ่ายทอดประสบการณ์ทำงานของสื่อมวลชน รวมถึงเรียนรู้มุมมองของสื่อมวลชนต่อความต้องการข้อมูลข่าวสารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนและเล่าสู่กันฟังความรู้ที่ฝังลึกในตัวผู้ปฏิบัติงาน (Tacit Knowledge) อันเกิดจากการสะสมประสบการณ์ความสำเร็จในงาน และนำมาถ่ายทอดสกัดองค์ความรู้ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร กิจกรรมครั้งแรกเริ่มต้นที่ การผลิตและเผยแพร่ข่าวเพื่อเสนอผ่านสื่อดิจิตอลทีวี โดย คุณฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน สื่อมวลชนสยามรัฐ และ LC Cable TV
ขณะเดียวกันเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ให้ทีมงานในการทำหน้าที่เป็นคุณลิขิตในวงการการจัดการความรู้ ฉันจึงมอบหมายทีมงานในงาน 1 หรือ 2 ทำหน้าที่สกัดความรู้ที่ได้รับไว้ เพื่อให้ผู้สนใจร่วมเรียนรู้โดยทางอ้อม และต่อยอดความรู้เหล่านี้ สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ สกัดความรู้โดย นางสาวเมธาพร เฉลิมเขตต์ งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง
มาติดตามความรู้ดีๆ กันค่ะ
งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรม พีอาร์ มช.และสื่อมวลชนสุนทรียสนทนา เรื่องการผลิตและเผยแพร่ข่าวเพื่อเสนอผ่านสื่อดิจิตอลทีวี โดย คุณฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน จากสยามรัฐ และ LC Cable TV ให้เกียรติเป็นวิทยากรในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้แก่เครือข่ายพนักงานปฏิบัติงานด้านการประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 37 คน เมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม 2558 เวลา 13.30-15.30 น. ณ ห้องประชุมพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานมหาวิทยาลัย
จากการบันทึกข้อมูลที่ได้ระหว่างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หัวข้อการผลิตและเผยแพร่ข่าวเพื่อเสนอผ่านสื่อดิจิตอลทีวี พอสรุปกระบวนการบรรยายและบอกเล่าประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ ดังต่อไปนี้
สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้
- การนำส่งข่าวให้สื่อมวลชนหลายสำนักพิมพ์ ควรเลือกภาพที่ไม่เหมือนกัน เพื่อให้มีความแตกต่างในข่าวที่เผยแพร่ โดยดูจากวิธีการเลือกใช้ภาพข่าวของแต่ละสำนักพิมพ์ ในการส่งข่าวหากมีเป็นหนังสือพิมพ์ส่วนกลางควรส่งให้สื่อส่วนภูมิภาคที่ตนอาศัยอยู่ ควรแยกไฟล์ภาพ กับไฟล์เนื้อข่าวคนละส่วนเพื่อความสะดวกในการนำมาใช้ของสื่อมวลชนต่อไป
- ภาพข่าวที่ส่งให้นักข่าวไม่ควรผ่านการตัดต่อ เนื่องจากสื่อมวลชนจะเป็นผู้ตัดต่อเองตามความเหมาะสมกับเนื้อข่าว และควรเป็นภาพแนวนอน ภาพที่ถ่ายควรมีประธาน บรรยากาศของงาน
- การบรรยายใต้ภาพ มีความสอดคล้องกับภาพ และมีองค์ประกอบของข่าวครบถ้วน อันได้แก่ ใคร (who) ทำอะไร (what) ที่ไหน (where) เมื่อไหร่ (when) ทำไมต้องทำ (why) อย่างไหร่ (how) มีความยาวไม่เกิน 3-4 บรรทัด
- สื่อสิ่งพิมพ์ส่วนกลาง นิยมใช้ภาพประกอบข่าวเพียงรูปเดียว หากเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ท้องถิ่นอาจใช้หลายภาพได้
- การถ่ายภาพข่าวเคลื่อนไหว ให้ทำการถ่ายแยกเป็น shot โดยแต่ละ shot มีความยาวประมาณ 10-15 วินาที จากนั้นนำส่งให้สื่อมวลชนนำไปใช้ต่อไป
- การถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวประกอบข่าวควรหลีกเลี่ยงการถ่ายติดพระบรมฉายาลักษณ์รวมถึงสินค้าที่จะแสดงชื่อเฉพาะ
- ช่องทางการส่งข่าวให้กับสื่อมวลชนที่สะดวก คือ E-mail และในยุคปัจจุบันมีช่องทางที่รวดเร็วมากขึ้น คือ ช่องทาง line
นอกจากนี้ในวงสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้มีการตั้งคำถาม การแบ่งปันประสบการณ์ทำงานที่น่าสนใจ ดังนี้
|
ลำดับ |
ประเด็นสอบถาม/เล่าแลกเปลี่ยน |
รายละเอียด |
| 1. |
ลักษณะของภาพข่าวอย่างไร ที่มีโอกาสได้ลงหนังสือพิมพ์ |
|
| 2. |
การใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ |
สามารถส่งภาพข่าวได้ แต่ควรตั้งค่าความละเอียดสูง และภาพมีความคมชัดมากๆ |
| 3. |
ภาพถ่ายที่ป้ายชื่องานอยู่สูงเกินกว่าจะถ่ายติดภาพในภาพเดียว |
ให้นำส่งภาพต้นฉบับ อาศัยส่งหลายภาพโดยแยกโฟลเดอร์กับเนื้อข่าว แล้วสื่อมวลชนจะนำไปตัดต่อตามความเหมาะสมต่อไป |
| 4. |
การส่งข่าวให้นักข่าว |
|
| 5. |
กรณีส่งข่าวที่มีเนื้อข่าวเชิญชวนให้สนใจแต่มีการเสียเงินลงทะเบียน เช่นข่าวรับสมัครอบรมภาษาของสถาบันภาษา เป็นต้น |
สื่อมวลชนจะพิจารณาข่าวประชาสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม หากกิจกรรมใดมีค่าใช้จ่าย อาจต้องพิจารณาการลงเป็นสื่อโฆษณา |
| 6. |
หากไม่รู้จักกับสื่อมวลชน ข่าวที่ส่งไปจะได้ลงหรือไม่ |
การไปร่วมงานแถลงข่าวถือเป็นช่องทางที่ทำให้เรารู้จักสื่อมวลชน และเป็นช่องทางในการส่งข่าวเพื่อทำการประชาสัมพันธ์ต่อไป เช่น ทุกวันอังคาร ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ |
| 7. |
การส่งภาพข่าวเคลื่อนไหวให้สื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ |
นักประชาสัมพันธ์สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหว ด้วยกล้องวิดีโอ กล้องจากโทรศัพท์มือถือ โดยบันทึกสั้นๆ shot ละ 10-15 วินาที จำนวนมากเท่าที่ต้องการ และส่งให้สื่อมวลชน ๆ จะพิจารณาการคัดเลือกตัดต่อตามที่เห็นสมควรเอง กรณีสื่อดิจิตอลทีวีจากส่วนกลาง อาจตัดต่อให้มีความยาวเหลือ 1-3 นาที หากเป็นสื่อดิจิตอลที่ไม่มีเรื่องธุรกิจค่าเวลาในการออกอากาศ สามารถนำเสนอผลิตเป็นสารคดีสั้น 10-15 นาที ได้ |
| 8. |
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีช่องทางการใช้สื่อดิจิตอล |
|
สรุปประเมินผลการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม เป็นกิจกรรมที่ดี ได้รับความรู้ เทคนิคต่างๆในการส่งข่าว เขียนข่าว สามารถนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี ได้รับประโยชน์มาก เห็นควรจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในลักษณะเช่นนี้อีก
12/05/2559

