นักการเงินตัวอย่าง

แหล่งที่มารูป http://www.ktb.co.th/ktb/th/

คณะกรรมการตัดสินรางวัล “นักการเงินแห่งปี” ของวารสารการเงินธนาคาร มีมติเอกฉันท์ ตัดสินให้ วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ครองตำแหน่ง "นักการเงินแห่งปี 2558" "Financier of the Year 2015" ด้วยคุณสมบัติของการเป็นนักการเงินครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การพิจารณา 4 ด้าน สะท้อนความเป็นผู้นำได้อย่างชัดเจนในรอบปีที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารเติบโตต่อเนื่อง

วรภัค ธันยาวงษ์ นับเป็นนักการเงินคนที่ 23 และเป็นผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ของรัฐรายแรกที่ได้รับรางวัล “นักการเงินแห่งปี” ในรอบ 34 ปี ด้วยการกลั่นกรองและพิจารณาอย่างเข้มข้นของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จากการติดตามผลงานและการพัฒนาที่เกิดขึ้นในวงการธนาคารและการเงิน โดยยึดหลักเกณฑ์การพิจารณานักการเงินแห่งปี ใน 4 ด้านที่ วารสารการเงินธนาคาร กำหนดเป็นหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกนักการเงินแห่งปี โดย วรภัค มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การคัดเลือก นักการเงินแห่งปี ทั้ง 4 ข้อ คือ1.เป็นนักการเงินที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและทันสมัย วรภัคได้ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่ธนาคารให้เป็น “KTB Growing Together” หรือ “กรุงไทย ก้าวไกล ไปกับคุณ” มุ่งมั่นเป็นธนาคารที่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้า พนักงาน สังคม และผู้ถือหุ้น อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการปรับตำแหน่ง (Position) ของธนาคาร จาก “Bank of Government” เป็น “Government Bank of Choice” คือ เป็นแบงก์ที่รัฐบาลเลือก พร้อมกับการสร้างความแข็งแกร่งให้กรุงไทย ด้วยการปรับปรุงเปลี่ยนผ่านสายงานที่เป็นรากฐานของธนาคาร เสริมทัพผู้บริหารให้เข้มแข็งและสร้าง 2 สายงานใหม่ คือ สายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน (Global Market) และสายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ (Global Transaction Banking) เพื่อเตรียมความพร้อมที่บุกตลาดในทุกด้าน

2.เป็นนักการเงินมืออาชีพ ที่มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพวรภัคได้วางฐานรากทางการเงินที่แข็งแกร่ง เพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน เพิ่มศักยภาพการบริหารความเสี่ยงให้กับธนาคารกรุงไทย และปรับปรุงกระบวนการอนุมัติสินเชื่อให้รวดเร็วและเป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น โดยได้ปรับตัวชี้วัดระดับความเสี่ยง (Risk Rating) ทำให้การพิจาณาความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อมีความรวดเร็วยิ่งขึ้นรวมทั้งได้ตั้งหน่วยงานทางด้านสินเชื่อโดยเฉพาะขึ้นมาเรียกว่า Loan Factory ศูนย์ปฏิบัติการด้านพิจารณาสินเชื่อที่รวบรวมพนักงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวการการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อมารวมไว้ในที่เดียวกัน และยึด Risk Ratingในการพิจารณาสินเชื่อ 3.เป็นนักการเงินที่สร้างความเจริญเติบโตให้กับองค์กรผลการดำเนินงานของธนาคารกรุงไทยเติบโตต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ปี นับตั้งแต่วรภัคได้เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ปี 2556 ซึ่งเป็นปีแรกของการทำหน้าที่ผู้นำองค์กรได้ดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังและคำนึงถึงความมั่นคงขององค์กร ธนาคารกรุงไทยมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยมีกำไรสุทธิ 33,929.27 ล้านบาท และจากการจัดอันดับธนาคารแห่งปี Bank of The Year ของ วารสารการเงินธนาคาร ในปี 2557 และ 2558 ผลการดำเนินงานของธนาคารกรุงไทยเพิ่มขึ้นทุกด้าน ทั้งรายได้ กำไรสุทธิ สินทรัพย์ อัตราผลตอบแทนจากส่วนผู้ถือหุ้น มูลค่าทางบัญชี 4.เป็นนักการเงินที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมวรภัคให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ตลอดจนการตอบแทนสังคม และใส่ใจในสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility : CSR) โดยได้ดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมใน 3 ด้านได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้วรภัคได้พัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่สามารถเพิ่มคุณค่าทางธุรกิจ เช่น สินเชื่อไมโครไฟแนนซ์สำหรับชุมชนและกลุ่มคนรากหญ้า โครงการเงินกู้เพื่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมียังผลิตภัณฑ์และจุดบริการสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ชาวต่างชาติ ซึ่งได้ขยายช่องทางการบริการลูกค้าในพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนนำเสนอบริการทางการเงินที่ทันสมัยตอบสนองความต้องการประชาชนยุคดิจิตอล เช่น Digital Banking สำหรับกลุ่มลูกค้า Gen-Y และ Smart Affluent Segment และให้บริการ Corporate Banking ผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Application)และในการส่งเสริมการสร้างทุนทางปัญญาภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเชื่อมั่นว่างานสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรม เป็นทุนทางปัญญาที่มีประโยชน์ สามารถสร้างคุณภาพที่ดีขึ้นแก่สังคม

แหล่งที่มา http://www.ktb.co.th/ktb/th/

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โครงสร้างตลาดการเงินไทย



ความเห็น (0)