การส่งออกรูปแบบการลงทุน

หนังสือ : ธุรกิจส่งออก สำเร็จได้ รวยเร็ว หาซื้อได้ที่ซีเอ็ดบุคส์ทุกสาขา

-----------------------------

วันนี้จะพูดถึงการส่งออกการลงทุนไว้สั้นๆ ค่ะ ถึงจะมุ่งให้การแนะนำผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ในการส่งออกที่บางท่าน อาจยังไม่นึกถึงเรื่องการไปลงทุนในต่างประเทศก็ตาม แต่เชื่อว่าทุกท่านก็ดำเนินกิจการภายในประเทศมาบ้างระดับหนึ่ง หรือบางท่านอาจนานพอสมควรแล้วที่อาจเคยมีความคิดบ้าง เพื่อนผู้ประกอบการบางรายไปแล้วบ้าง นอกจากมีคำว่าการเคลื่อนย้ายสินค้า (การค้าขายระหว่างกัน) ระยะหลังมานี้ท่านน่าจะคุ้นเคยกับข่าวคราวการเคลื่อนย้ายการลงทุน เคลื่อนย้ายการบริการ หรือแม้กระทั่งแรงงานมากขึ้น โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่เรากำลังจะเข้าสู่ AEC เนื่องจากเป็นเขตการค้าเสรีที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด เพราะเราเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก ที่ต้องรับผลกระทบอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งผลดี และผลลบที่เราต้องทำการปรับตัวให้ผลลบนั้นๆ ไม่ส่งผลกับเราหรือเรียกว่าเราสามารถปรับผลลบนั้นเป็นผลดีให้ได้

ที่จะพูดถึงการส่งออกในรูปแบบการลงทุนนั้น ก็เพื่อที่ว่าท่านจะได้ถือโอกาสวางแผนการค้าในอนาคตไปด้วยในตัว เพราะทุกวันนี้ผู้ส่งออกรุ่นพี่ได้เคลื่อนย้ายการลงทุนไปล่วงหน้าแล้ว บางรายออกไปหลายปีแล้ว ก่อนเขตเศรษฐกิจ AEC จะมีข้อตกลงกันด้วยซ้ำ ซึ่งมันเป็นไปตามหลักธรรมชาติที่ว่า หากปัจจัยการผลิตภายในประเทศเรานั้นมีการปรับขึ้นของมูลค่าต้นทุนการผลิตที่สูงมาก จนไม่สามารถทำกำไรได้ในระดับที่ต้องการแล้ว และเมื่อมีทางเลือกให้เปรียบเทียบได้ว่าถ้าเราดำเนินกิจการเดียวกันในอีกประเทศหนึ่งกลับจะมีต้นทุนที่ถูกลง ซึ่งมีหลายทฤษฎี แต่ที่นำมาอธิบายในกรณีได้อาจมี 2 ทฤษฎีของการค้าระหว่างประเทศที่ชื่อว่า การได้เปรียบโดยสมบูณร์ (Absolute Advantage) และทฤษฏีการได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) ที่จะไม่ขอลงลึกด้านวิชาการมากว่าการแชร์ประสบการณ์จริงตามเคย ยกตัวอย่างเช่น บริษัทพัฒน์กล ที่เป็นผู้นำในด้านผลิตเครื่องทำน้ำแข็ง และจักรกลอื่นๆในโรงงานอุตสาหกรรม โดยที่บริษัทมีลูกค้าอยู่ในต่างประเทศด้วย หากจะผลิตในประเทศไทยสำหรับสินค้าที่จะส่งออกนั้น หากเปรียบเทียบค่าแรง ค่าขนส่ง และบวกภาษีขาเข้าไปยังประเทสปลายทางแล้ว จะทำให้ราคาสินค้านั้นสูงมาก ไม่สามารถแข่งขันได้เมื่อเปรียบเทียบกับการไปลงทุนเปิดไลน์การผลิตที่ประเทศลูกค้าเลย ที่จะสามารถได้ประโยชน์จากค่าแรงที่ตำกว่า ประหยัดค่าขนส่งระหว่างประเทศ ประหยัดภาษีขาเข้า และค่าบริหารการดำเนินการต่างๆ ก็จะทำให้ราคาสินค้านั้นยังเป็นที่แข่งขันได้นั่นเอง แม้กระทั่งสินค้าอุปโภคบริโภคชิ้นเล็กๆ ของหลายบริษัทก็ได้ย้ายฐานการผลิตไปบางส่วนก็มี ทั้งหมดก็มี เพื่อที่จะสามารถป้อนสินค้าตนเองในตลาดนั้นๆ หรือเพื่อการผลิตในการป้อนตลาดเดิมของตนในสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา ด้วยต้นทุนที่ตำกว่าเช่นในขณะที่ประเทศไทยสูญเสียสิทธิประโยชน์ทางการค้า GSP ไปแต่ประเทศเพื่อบ้านอย่าง ลาว และกัมพูชายังได้อยู่ แถมทั้ง 2 ประเทศเพื่อนบ้านก็ยังมีค่าแรงที่ถูกว่าเรามาก จึงมีบริษัทการ์เม้นท์เดิมที่อยู่ในประเทศไทยหลายบริษัท ได้ทำการย้ายโรงงานไปตั้งที่ประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าว บางบริษัทก็ไปตั้งที่ชายแดนในฝั่งไทย ในพื้นที่ที่แรงงานสามารถเดินข้ามพรมแดนมาทำงานได้เช่นชายแดนทางฝั่งพม่า ในกรณีนี้อาจไม่สามารถได้สิทธิประโยชน์ GSP คืนแต่ก็สามารถได้แรงงานราคาถูกว่าเพื่อให้ต้นทุนการผลิตลดลงนั่นเอง

จากข่าวล่าสุด (15 พย 58) ศูนย์การสนับสนุนการลงทุน (Business Support Center) หน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ในต่างประเทศได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการ ที่จะให้ช่วยดำเนินการประสานงานการลงทุนแล้วกว่า 18,000 ราย โดยเฉพาะประเทศเป้าหมายการลงทุนมากที่สุดนี้จะอยู่ในอาเซียนอีก 9 ประเทศเป็นส่วนใหญ่ ด้วยที่สัดส่วนของสินค้าไทยที่ออกไปยังตลาดโลกนั้น ตลาดอาเซียนถือครองอยู่ถึง 25% หรือ 1 ใน 4 ของทั้งหมด โดยเฉพาะมูลค่าการค้าทั้งตามพรมแดนที่ติดต่อกันยาว ของทั้งด้านเมียนมาร์ ลาว เขมร และมาเลย์เซีย อีกทั้งยังมีสินค้าข้ามแดนทั้งการขนส่งทางเรือ ทางอากาศที่มีต่อกันอีกด้วย

หรือหากจะยังไม่ย้ายทั้งโรงงานไป อาจเป็นเรื่องของการแสวงหาวัตถุดิบที่ถูกว่า การแสวงหา sub contractor (ผู้รับเหมาช่วงการผลิต) อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้การผลิตสินค้าสำเร็จรูปท้ายที่สุดแล้วให้ได้ต้นทุนที่ต่ำลง อย่างประสบการณ์ผู้เขียนเองจะดำเนินการท่ามกลางสถานณ์การนี้มากนาน ไม่ว่าการสั่งอะไหล่บางตัว และบรรจุภัณฑ์ จากเมืองจีนที่ยังได้คุณภาพมาประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยเป็นต้น ระหว่างการผลิตสินค้าในประเทศให้ได้คุณภาพเป็นที่มั่นใจของตลาดแล้ว สำหรับท่านที่ยังไม่มีแผนรองรับในส่วนการย้ายฐานการผลิต ก็อาจทำการปรับปรุงผลิตภาพให้เต็มที่ หรือเริ่มสำรวจ และศึกษาแนวทางการย้ายฐานการผลิตเอาไว้ เหมือนอุตสาหกรรมในญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ ที่หลั่งไหลมาในประเทศไทย และเพื่อนบ้านมาเป็นระยะเวลานานแล้วเช่นกัน เพราะประเทศไทยหากเปรียบเทียบย้อนไปยังบ้านเกิดเขา ก็มีต้นทุนการผลิตที่ได้เปรียบนั่นเอง ด้วยโลกที่เล็กลงโดยเทคโนโลยีการสื่อสาร และขนส่ง การลงทุนข้ามพรมแดนก็เป็นเรื่องไม่ไกลตัวอีกต่อไป ทั้งนี้หวังว่าท่านจะสามารถมีต้นทุนการผลิตที่เอื้อต่อการทำกำไร และการครองตลาดไม่ว่าขณะนี้ฐานการผลิตของท่านจะอยู่ที่ใด ก็ขอให้ทุกท่านยังคงความสามารถในการแข่งขันได้ และโชคดีค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน International Business Coach



ความเห็น (0)