สมิทธิ์ แอนด์ เดอะเรา (We are family , We are the world.)

sha kohyaochaipat
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6 เดือนก่อน...

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพอนอ (ต่อไปขอเรียกย่อๆว่า รพ.สต.พอนอ) มีโอกาสได้ต้อนรับแขกสำคัญผู้ซึ่งประชาชนต่างหวาดหวั่น และมิใคร่ปรารถนานัก แขกคนนี้มีนามว่า “สมิทธิ์” เขาเป็นบุตรชายคนสุดท้องของบ้าน ซึ่งพี่น้องแต่ละคนได้แต่งงานแยกย้ายกันไปอยู่คนละที่ เขาอาศัยอยู่กับพี่ชายอีกคน แม่ของเขาไปแต่งงานใหม่กับคนต่างหมู่บ้าน

สมิทธิ์เคยไปรับการรักษาอาการทางจิตเวชด้วยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสาธารณสุข ฝ่ายปกครองในหมู่บ้านและเทศบาลตำบลส่งตัวไปรับการรักษา ณ โรงพยาบาลสวนสบายใจ จนอาการดีขึ้น แต่เมื่อกลับมายังบ้านการขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวทำให้ขาดการกินยาอย่างต่อเนื่อง และการกลับมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ทำให้อาการกลับเป็นดังเดิม และก็ยังคงปล่อยให้เป็นอย่างนั้น กิจวัตรประจำวันของเขาคือเดิน เดิน เดินและก็เดิน จะฝนตก แดดออก เขาก็เดิน จากบ้านไปยังบ้านแม่ของเขา ระยะทางประมาณ 8.6 กิโลเมตร นี่ถ้าการกีฬาแห่งประเทศไทยมาพบคงได้ไปโอลิมปิคบ้างล่ะ... บางครั้งมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ริมถนนหากมีกุญแจพร้อมเขาก็จะสตาร์ทออกเดินทางในทันทีโดยหาสนใจไม่ว่าจะเป็นรถของใคร เดือดร้อนใครล่ะครับ...ก็เจ้าของรถน่ะสิ แต่ดีอยู่อย่างว่าเป็นเกาะเขาจึงขับอยู่แค่ในเกาะตามหาง่ายหน่อย

พักหลังสมิทธิ์แวะเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ รพ.สต.พอนอ ในการทำงานบ่อยครั้ง (เปล่าหรอก...เขาแวะมาดื่มน้ำเพื่อทดแทนเหงื่อที่เสียไปจากการเดินต่างหาก) เขามาทุกวัน มานั่ง มานอน มาพูดคนเดียว มาพูดกับเรา แต่....เราไม่รู้เรื่องหรอก บางครั้งก็มาแบบเงียบๆ ...พลันก็หัวเราะขึ้นมาเสียงดัง ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ !!! แล้วก็พูดเรื่องที่เขาอยากพูด โดยไม่ถามเราหรอกว่าอยากฟังไหม ก็รับฟังไปบ้าง พยักหน้าบ้าง เย้...เย้ !!! เริ่มเป็นพวกเดียวกันแล้ว....

เล่ามาถึงตรงนี้บางคนอาจนึกภาพไม่ออกว่าเขามีหน้าตาอย่างไร ? การแต่งตัวเป็นอย่างไร? ก็เหมือนในละครไทยที่คุณเคยดูนั่นแหล่ะ เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ น้ำอาบบ้าง ไม่อาบบ้าง ผมค่อนข้างยาว ยุ่งเหยิง รุงรัง และที่สำคัญต้องพูดไม่รู้เรื่อง ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ!!! (อันนี้ผมหัวเราะเอง ไม่ใช่เขา เห็นไหมผมเริ่มเหมือนเขาแล้ว) การมาดื่มน้ำที่ รพ.สต.พอนอ ทุกวันดังที่บอกว่าเขามาในหลายๆรูปแบบ บางครั้งเงียบ บางครั้งก้าวร้าว บ้างก็มาแค่แวะดื่มน้ำให้หายอยากแล้วก็จากไป บ้างก็มานอน บ้างก็เดินวนเวียนหน้าบ้านพัก จนเจ้าหน้าที่เริ่มคิดว่าเขาคือส่วนหนึ่งของเรา และควรหาทางรักษาได้แล้ว

ผมจึงได้พูดคุยปรึกษากับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานสุขภาพจิตคือพี่โซเฟีย (จริงๆแล้วทุกคนก็คิดเหมือนผมนั่นแหละ เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสได้มาพูดคุยกัน แต่ที่ผมต้องนำเสนอก่อนเพราะเขามาเปิดกระจกห้องยาพูดกับผมทุกวัน จนผมเริ่มจะเคลิ้มไปอยู่ด้วยกันแล้ว...) พี่โซเฟียจึงประสานไปยังโรงพยาบาลจังหวัดและโรงพยาบาลแม่ข่ายเพื่อขอรับยามาให้สมิทธิ์ โดยเขาได้รับยา 3 ตัว เป็นยากิน 2 ตัวและยาฉีด 1 ตัว โดยเราจะให้เขามากินยาที่ รพ.สต.พอนอ วันละ 3 เวลา คือ เช้า เที่ยง เย็น แม้นว่าระยะทางจากบ้านถึง รพ.สต.พอนอ จะมีระยะทางถึง 3 กิโลเมตร แต่เขาก็เดินจนเป็นปกติแล้ว เรารู้สึกดีใจที่เขามากินยาทุกมื้อ ทุกวัน โดยไม่ขาด วันแล้ว...วันเล่า...วันแล้ว...วันเล่า... จนผ่านไปได้ประมาณ 4 เดือน

จากที่เคยมากินยาทุกวัน เขาเริ่มหายไป คงเข้าใจความรู้สึกนี้ดีนะครับ คนที่เคยเจอหน้ากันทุกวันแล้ววันหนึ่งเขาหายไป มันคิดถึง....ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ !!! (ผมก็พูดไป...จริงๆไม่ขนาดนั้นหรอกครับ แต่มันทำให้เราต้องหาสาเหตุว่าเขาหายไปไหน) จนวันหนึ่งเขามา จึงถามว่าทำไมไม่มากินยา เขาบอกว่า เขาอยู่ไกล เดินไม่ไหว เห็นไหมครับว่าเขาเริ่มดีขึ้น รับรู้ได้ว่าระยะทางที่เขาเดินทุกวันนั้นมันไม่ได้ใกล้เลย ผมจึงได้ปรึกษากับพี่โซเฟียและ พี่เหล็กโคน (เภสัชกรโรงพยาบาลแม่ข่าย) ว่าเราจะให้ยาเขาไปสักสัปดาห์แล้วนัดมารับยาใหม่ดีไหม? เมื่อเราได้พูดคุย สนทนากับสมิทธิ์ เราสังเกตได้ว่า เขาพูดคุยรู้เรื่อง ไม่มีอาการก้าวร้าว ไม่หัวเราะคนเดียว พี่เหล็กโคนยังแอบให้เขาคำนวนสูตรคูณง่ายๆ เขาก็ตอบถูก จึงได้ลองให้ยาไปหนึ่งสัปดาห์แล้วนัดมารับใหม่

แรกๆก็ดีอยู่ พักหลัง เขามาก่อนนัดตลอดประมาณ 2-3 ครั้ง ผมจึงถามว่าทำไมมาก่อนนัด เขาบอกว่ายาหมดแล้ว ถามไปถามมาเขาจึงบอกผมว่า “อย่าให้ยาหนัดแรง ผมอยาก ผมกินหมดแหล่ะ” (แปลได้ว่า อย่าให้ยาผมมากไป ผมอยากกินและกินจนหมด ) จึงต้องเปลี่ยนมารับยาทุกวันจันทร์และวันศุกร์ จนกระทั่งถึงวันนี้เขาก็ยังมารับยาและฉีดยาตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

คุณยังจำสภาพหน้าตา การแต่งตัวของสมิทธิ์ ที่ผมเคยบอกไปได้ไหม? มาวันนี้ผมถามเขาว่าทำไมไม่ตัดผมให้สั้นๆหล่อๆแบบผม จะได้ไม่รกหัว ดูและทำความสะอาดก็ง่าย และก็ให้เงินไป 40 บาท บอกให้ไปตัดผม เขากลับมารับยาอีกทีในวันศุกร์พร้อมทรงผมเกรียนดูสะอาดตาพร้อมรอยยิ้มและการสนทนาที่ราบรื่น ไม่ก้าวร้าว และเราชาว รพ.สต.พอนอ ก็รักเขา เพราะเขาคือ “ส่วนหนึ่งของเรา”

ล.ป.ญ.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน sha kohyaochaipat



ความเห็น (0)