ค่ายห้องเรียนธรรมชาติ


ค่ายห้องเรียนธรรมชาติ ได้เกิดขึ้นในวันที่ 22-23 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2558 ณ. โคกหนองคอง บ้านขามเปี้ย ต.กู่ทองจ.มหาสารคาม โดยพวกเราแกนนำกลุ่มซัมซุง น้องๆในชุมนุม และน้องๆในชุมชน ร่วมกับคณะคุณคุณ ผู้นำชุมชนได้ร่วมกันจัดกิจกรรมค่ายห้องเรียนธรรมชาติขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาพันธ์ไม้ในโคกหนองคอง และนำมาคำนวณหาก๊าซออกซิเจน ที่ต้นไม้ในป่าหนองคองสามารถผลิตได้

ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ตั่งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ล้วนมีความต้องการใช้ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต คือ ใช้ปัจจัย4 อันได้แก่ อาหาร เครี่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค

● มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์

- มีการอาศัยอยู่ถ้ำในป่า

- ใช้ป่าเป็นที่หาอาหาร ช่น ผลไม้ เผือก มันต่างๆ

- เครื่องแต่งกายก็ทำมาจากใบไม้

- ใช้สมุนไพรที่หาได้ในป่านำมาใช้การรักษาโรค

● มนุษย์สมัยประวัติศาสตร์

มนุษย์เราในสมัยประวัติศาสตร์มีวิวัฒนาการที่เร็วมากในด้านต่างๆ และก็มีการขยายเผาพันธ์มีประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

- ที่เคยอาศัยอยู่ในถ้ำเมื่อมีประชากรเพิ่มขึ้น ที่อยู่อาศัยก็ต้องขยายใหญ่ขึ้น ก็ต้องมีการตัดต้นไม้มาทำที่อยู่อาศัย

- เมื่อประชากรเพิ่มขึ้นที่อยู่อาศัยขยายใหญ่ขึ้นความต้องการอาหารต้องเพิ่มขึ้นด้วย การเก็บผลไม้ เผือกมันในป่า

มารับประทานนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชากรมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการตัดต้นไม้ลงเพื่อใช้พื้นที่ในการเกษตรกรรม ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ไว้เป็นอาหาร

- เครื่องแต่งกายก็ได้มีการพัฒนาจากการใช้ใบไม้ มาใช้เป็นเสื้อผ้าที่เราเห็นในปัจจุบัน และเสื้อผ้าที่เราใส่ในปัจจุบัน ต้องผ่านกระบวนการผลิตที่มีการใช้เครื่องจักเข้ามาช่วยในการผลิตทำให้มีการการปล่อยมลพิษมากขึ้น

- ส่วนยารักษาโรคในสมัยปัจจุบันนี้ ก็มีการนำสมุนไพรมาทำเป็นส่วนประกอบในยาที่เป็นเม็ดๆและมีส่วนผสมของสิ่งตาางๆเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้พกพาสะดวกและทำให้เราหายจากโรคภัยได้เร็วขึ้น


จากที่ดิฉันได้เล่ามานี้ก็คงจะเห็นแล้วว่า การดำรงชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ป่าเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิต เป็นทั้งอาการ ที่อยู่าศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค นอกจากนี้ป่ายังเป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจน ที่ใช้ในระบบการหายใจของมนุษย์ทุกคน เราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าเมื่อมนุษย์มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ความต้องการในด้านต่างๆก็เพิ่มขึ้นมาด้วย มนุษย์ก็มีการเบียดเบียนป่าไม้มากขึ้นๆ จนทำให้จำนวนต้นไม้ในป่าลดลงๆ และเมื่อมีความเจริญผ่านเข้ามา ก็มีการตัดต้นไม้ เพื่อใช้พื้นที่ในการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ และในปัจจุบันยิ่งมีความเจริญมากๆ ป่าไม้ก็ถูกบุกรุกมากขึ้น โรงงานอุตสาหกรรมก็ผุดขึ้นมาอย่างมากมาย และโรงงานอุตสาหกรรมแต่ละแห่งก็มีการปล่อยก๊าซที่เป็นมลพิษหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือก๊าชคาร์บอน ก๊าซคาร์บอนต้นไม้สามารถนำมาใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงและผลิตกาซออกซิเจนมา ให้เราได้ใช้หายใจ แต่เมื่อป่าไม้ลดลง ต้นไม้ก็มีกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงน้อยลงจนทำให้มีก๊าซคาร์บอนมาก อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและภาวะเรือนกระจก


จากการที่เล่ามาทั้งหมดนี้ กลุ่มของพวกเราจึงเห็นถึงความสำคัญของป่าไม้ จึงอยากจะช่วยชุมชนในการ เฝ้าระวัง อนุรักษ์ดูแลป่าไม้ให้อยู่เป็น "ปอดของโลกให้นานที่สุด"และป่าที่เราจะไปศึกษาและดูแลคือที่โคกหนองคอง บ้านขามเปี้ย ต.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ป่าโคกหนองคองแห่งนี้เป็นที่ ที่ชาวบ้านในชุมชนใช้ในการหาของป่า หาสมุนไพร ถือว่าเป็นสถานที่ที่คนในชุมชนให้ความสำคัญ และก็มีคนบางกลุ่มที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ตัดไม้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ของตนเอง มีการนำขยะจำนวนมากลักลอบนำไปทิ้งในป่า ถึงแม้ผู้นำชุมชนจะมีข้อห้ามทิ้งขยะในป่า แต่ก็ยังมีคนลักลอบไปทิ้งเหมือนๆเดิม


และการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก และก็การจัดกิจกรรมค่ายครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกของกลุ่มเราด้วย

"ครั้งแรกคือ ประสบการณ์"ครูเพ็ญศรีได้กล่าวไว้ เป็นประสบการณ์จริงๆ


เริ่มจากกิจกรรมค่ายของพวกเราในครั้งนี้ก็พบจุดผิดพลาดหลายจุดที่ต้องแก้ไข คือ


- กิจกรรมสรรทนาการของพวกเราที่ตรียมมา เวลาเล่นไปแล้วดูเหมือนว่าน้องๆจัรู้ทันวิธีการเล่นของพวกเรา ทำให้เกมส์สรรทนาการไม่สนุกสนานเท่าที่ควร

-กลองกับผู้นำเกมส์สรรทนาการยังไม่รู้จังหวะของกันและกัน

-กิจกรรมการละลายพฤติกรรม ไม่สามารถทำให้น้องๆละลายพฤติกรรมได้ เนื่องจากเล่นรวดเร็วเกินน้องๆตามไม่ทัน พอตามไม่ทนน้องก็เกิดความสับสน


จากกิจกรรมกิจกรรมสรรทนาการและการละลายพฤติกรรมสิ่งที่ต้องแก้ไขคือ

-ต้องเตรียมเกมส์สรรทนาการเพิ่มขึ้น

-กลองต้องซ้อมมากขึ้น

-ต้องมีสติ สมาธิคือสิ่งสำคัญ

-ใช้ภาษาราชการในการสื่อสาร



ส่วนการเดินป่าเพื่อสำรวจพื้นที่ป่าเราก็มีจุดที่ต้องแก้ไขคือ


-ชาวบ้านที่เป็นผู้นำทางของเราและไม่รูจักพันธ์ไม้ในป่าสักเท่าไหร่ และเส้นทางที่เดินไปก็ไม่กล้าเดินเข้สไปลึกๆ เพราะกลัว หลงทาง กลัวสัตว์มีพิษ อีกทั้งพื้นที่ในป่าบางส่วนก็เป็นป่าช้าเก่าด้วย ทำให้เกิดความกลัวและไม่กล้าพาเดินเข้าไป

-การวัดต้นไม้ยังไม่ละเอียด และไม่สามารถนำมาสรุปเป็นข้อมูลที่แน่ชัดไม่ได้

-ครั้งต่อไปเราต้องหาผู้นำทางที่รู้จักเส้นทาง และพันธ์ไม้ในป่าเป็นอย่างดี

-ต้องมีความระเอียดในการวัด การบันทึกรายละเอียดของต้นไม้

-มีการเก็บตัวอย่างดิน สังเกตเส้นทางด้วยว่ามีลักษณะอย่างไร




สิ่งที่ได้จากค่ายนี้คือ สติ เป็นสิ่งสำคัญมาก


สติ คือการควบคุมจิตใจ สติเกิดได้จากการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ


สิ่งที่กลุ่มของเรากำลังจะทำคือ การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่หวังว่าจะเป็นการทำให้ทุกคนเห็นคุณค่าของผืนป่ามากที่ยิ่งใหญ่


" การทำลายนั้นมันง่าย แต่เว้นได้จะดีมาก"

ฮักนะ....ขามเตี้ย



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าซัมซุง



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เป็นความคิดเริ่มแรกเกี่ยวกับห้องเรียน..ธรรมชาติ..ที่ผ่านสายตามาเป็นครั้งแระ..ขอชมเชย..กับความคิดนี้..

มีดอกไม้มาฝากเป็นกำลังใจให้กัน..