เงื่อนไขชีวิต กับ ตรรกะเพี้ยนๆ

ชลัญธร
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เงื่อนไขชีวิต กับ ตรรกะเพี้ยน

วันนี้คันไม้คันมือยากเล่านิด จึงลุกขึ้นมาเขียนตอนตี 2 เวลาพอดีบพอดี เงียบสงบ ได้อารมณ์ ฟินเลยทีเดียว ชอบมากเลยความสงบ แต่ไม่ได้เป็นโรครังเกียจสังคมนะจ๊ะ อาจรักสันโดษไปนิด ทุกคนคงเห็นการดำเนินชีวิตของดิฉัน เช้าทำงาน ดูแลผู้ป่วย ที่มีปัญหามาให้เราแก้ไขสารพัด ในแต่ละวัน กลางวันกินข้าวครึ่ง ชม. นอนหลับพักผ่อนครึ่ง ชม. ได้เวลาทำงานต่อ ก็เต็มที่ ไม่มีอารมณ์เสีย หรือหน้าบูด อาจมีกิจกรรมเสริมบ้างเช่นประชุม สอนนักศึกษา แปล๊บ ๆเลิกงานกลับบ้าน วงจรชีวิตก็จะประมาณนี้ เป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น ใครอย่ามาถามชลัญว่า "รู้เรื่องนั้น เรื่องนี้ ของใครคนนั้น คนนี้ หรือเปล่า " หากไม่เกี่ยวกับงาน บอกได้เลยว่า ดิฉันไม่รู้เรื่องค่ะ ทั้งที่จริงแล้วมีนิสัยชอบเจือกเรื่องชาวบ้านอยู่แล้ว (เฉพาะคนไข้นะ) อย่างครั้งนี้ก็ได้เจือกเรื่องของคนไข้อีกแล้ว

มีน้องคนหนึ่ง สาวสวยทีเดียว ห้องบัตร ส่งมาขอให้คุยให้หน่อยเรื่องมาขอประวัติการรักษาไปรักษาต่อที่ รพ.เอกชนที่คิดว่าดีที่สุด จากอาการปวดศีรษะไม่หาย มารดากลัวว่าจะมีก้อนในสมอง แต่ประวัติที่เรามี 2 ครั้ง ประวัติการเจ็บป่วยดูไม่รุนแรง ก็อาการดีขึ้นทุกครั้งที่มาตรวจด้วยการรับยากลับไปรับประทาน แต่ จนท.ห้องบัตรนี่เก่งนะ มีเซ้นส์ที่บอกว่าคนนี้น่ะมีปัญหาอื่นที่ต้องแก้ไขมากกว่าการเอาประวัติไปรักษาต่อที่อื่น จริงแล้ว น้องทำเรื่องเอาประวัติการรักษาให้ก็จบ แต่นี่น้องกลับคิดว่าจะจะต้องคุยอะไรสักอย่างกับผู้ป่วย จึงส่งมาพบดิฉัน คุยให้ ตอนแรกดิฉันก็งงว่า มาขอประวัติก็ให้ไปดิ จะให้ตูคุยไรว่ะ โชคดีนะวันนั้นไข้ไม่มาก ก็เลยพอเจียดเวลคุยได้

จากการเจือกเรื่องชาวบ้านก็ทำให้ทราบได้ว่า ปัญหาปวดศีรษะตลอดนั้น มันไม่ได้มีก้อนในสมองอย่างที่เข้าใจหรอก แต่ในสมองเธอน้นเต็มไปด้วยก้อนเงื่อนไขในชีวิตนั่นเอง ไม่มีหมอคนไหนตัดก้อนนี้ให้เธอได้ นอกจากตัวเธอเองเท่านั้น เงื่อนไขทุกอย่าง เช่น สามีต้องทำอย่างนั้น ต้องทำอย่างนี้ เวลานี้ต้องกลับบ้าน ผิดเวลานิดมีปัญหา อยู่บ้านเธอต้องทำนั่นเธอต้องทำนี่ มีเงื่อนไขทุกอย่าง เธอตั้งโจทย์ชีวิตคล้าย ตรรกศาสตร์ ในวิชาคณิตศาสตร์ที่เราเคยเรียนสมัยม. 4 น่าจะได้ ประมาณว่า

จริง และ จริง = จริง ,

จริงและเท็จ = เท็จ

อะไรประมาณนี้

แต่คุณลืมไปว่า โจทย์ที่ตั้งขึ้นมานั้น คุณเป็นคนตั้ง คำตอบคุณเป็นคนตอบ เขา คือ สามี ไม่ได้มีส่วนร่วมในการตั้งโจทย์ หรือ เฉลย ในคำตอบที่ถูกต้องเลย วันหนึ่ง เขาก็จะมีตรรกะเพี้ยน ๆเช่น

จริง และ จริง = เท็จ

จริงและเท็จ = จริง

บ้าง เพราะ ตูตอบถูกมานานแล้ว ก็ไม่เห็นจะถูกใจเธอ เล่นตั้งโจทย์ไปเรื่อย ตูก็เลยอยากตอบผิดบ้างตามตรรกะของดู มีไรเปล่า

ไม่มีไรหรอก คุณก็แค่ปวดศีรษะเรื้อรัง หนื่อย เพลีย เครียด สะสม ไม่มีความสุข สุดท้ายก็ต้องทางใครทางคุณ นั่นเอง

ใน เคสนี้สุดท้ายปรับความเข้าใจ กัน กอดคอกันกลับบ้าน ประว่งประวัติไม่เอามันแล้ว หายปวดหัวเป็นปลิดทิ้ง ใช้เวลาเป็นชั่วโมง ของการเจือกเรื่องชาวบ้าน แต่ก็คุ้มนะ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในตรรกะที่เป็นจริงของชีวิตนั้น มันอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกเสมอไป เพราะเงื่อนไขที่เราวางไว้นั้นมีชีวิต จิต ใจ ความรู้สึกนึกคิด ที่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เป็นจริง หรือเท็จ และคำเชื่อม ในแต่ละเงื่อนไขไม่ได้มีเพียง "และ" " หรือ" "ถ้า...แล้ว" "ก็ต่อเมื่อ" เท่านั้น แต่ยังมี "เรื่องตู" "ตูจะทำ" "มีไรป๊ะ" อีกด้วยนะ

บางครั้งการใช้ชีวิตให้มีความสุขนั้น มันไม่ต้องมีโจทย์ การคิดที่ตายตัวดั่งเช่นวิชาคณิตศาสตร์หรอกนะ อย่าสร้างโจทย์ โดยเราและเฉลย คำตอบโดยเราเพียงตนเดียว ต้องร่วมกันตั้งโจทย์ และเฉลยคำตอบด้วยกัน และโจทย์ทุกโจทย์ ก็ไม่จำเป็นต้องมี คำตอบที่ถูกต้องตามตรรกศาสตร์ทั้งหมดก็ได้นะ ลองตรรกะเพี้ยนบ้าง ชีวิตก็มีรสชาดไปอีกแบบค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคำตอบก็ไม่ควรเพี้ยนเกินขอบเขต ของกฎหมาย จารีต ประเพณี วัฒนธรรม ศาสนา ความเชื่อ หรือ วิถีสังคม เพื่อความสงบสุข ทั้งเราและสังคมตลอดไป

แนวคิดนี้ เป็นความเห็นส่วนตัวดิฉัน เท่านั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไป แต่มันทำให้ดิฉันรู้สึกมีความสุข ไม่ว่า จะมีเงื่อนไขอะไรเข้ามาในชีวิต ก็สามารถผ่านมันไปได้เสมอ

ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีใครเห็นดิฉัน หน้าบูดบึ้ง เครียดสะสม เว้นเสียแต่สติแตกจริงๆ ก็ขอมีบ้านนะ ก็ "คน"น่ะ ไม่ใช่ "คอม"

ชลัญธร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Loves best life



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีจ้ะ..ชลัญธร..อ่านบันทึกนี้..ด้วยความรื่นรมณ์และเป็นสุขกับชีวิตที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง..คนนะไม่ใช่คอม..ชอบๆๆๆ...แม้แต่คอม....เวลาดื้อด้าน..ไม่ยอมตอบโจทย์..ก็ยังมี..อิอิ(ทุบทิ้ง..ทันที..๕๕๕...)

คิดถึง..ยายธีค่ะ

เขียนเมื่อ 

ได้ประโยคจิ๊ด..."คน"น่ะ ไม่ใช่ "คอม" ชอบครับ

เขียนเมื่อ 

ลดเงื่อนไขชีวิตลง = ลดความยุ่งยากและความวุ่นวาย (ใจ) ลง...

ขอบคุณบันทึกที่ให้ความคิดดีๆ นี้มากนะครับ...:)