"...เพลงว่าว..."

เสียงใด...กล่อมทุ่งข้าว
หยอกลมหนาวเคล้าเวหน
ได้ฟังดั่งต้องมนต์
คีตศิลป์พระอินทร์แปลง

เรียวข้าวแห้งกรอบรวง
มือที่หน่วงก็กร่อนแรง
เพลงว่าวเจ้าสำแดง
ปลุกดินแล้ง...คืนวิญญาณ

ดื่อ...ดื๊อ... สื่อภาษา
ครวญเรียกหา "หล่า" ลูกหลาน
คล้ายเสียงบรรพกาล
ขานวัยเยาว์ผ่านว่าวเพลง

ว่าถิ่นนี้ที่รัก
แดนพำนักรักบานเบ่ง
ปี่ซังยังบรรเลง
ลำนำขับ " อีสานเฮา"

ลอมทองกองบนลาน
จากเหงื่องานปู่ตาเจ้า
พ่อแม่จึงสานเงา
ปูแปลงปั้น " ปันรอยทาง "

จวบจนชั่วลูกหลาน
จักสืบสานฤๅปล่อยร้าง
สุดแท้แต่หนทาง
เจ้าเลือกเดินเพลินสิ่งใด

เพลงว่าวยังพราวฟ้า
แต่สองตาข้าหวั่นไหว
เกรงว่าวขาดลมไกว
ประดับในภัตตาคาร

ตำนานทุ่งกุลา
เคยกล่าวว่า " ปู่ป๋าหลาน "
สมัยเปลี่ยนเวียนกาล
คงเป็น " หลานป๋าปู่ "แทน

เสียงใด...กล่อมทุ่งเล่า
ไฉนเศร้าแสบทรวงแสน
ฤๅควายเหล็กตีนแบน
มันกู่แหงน...เย้ยว่าวลม

กำลังคนขาดเขิน
กำลังเงินเข้าทับถม
เสียงเพรียกยุคค่านิยม
เปลี่ยนทางลม... " ว่าวเปลี่ยนเพลง "


............๑๘/๑๒/๕๗............

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สุกรณ์ บงไทสาร



ความเห็น (0)