ความสงบในใจจึงเป็นการรักษาศีลไปในตัวเพราะจิตมีความสมดุล ไม่ลำเอียงและก็ไม่ไปเอาเปรียบผู้ใด

ใช้ความสงบเพื่อให้จิตปล่อยวาง ไม่ไปติดอยู่ในความคิดและความยึดมั่นถือมั่นในถูกหรือผิด

ความสงบเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ใจเรามองเห็นอะไรได้อย่างชัดแจ้ง เมื่อจิตเรามีความสงบโล่งโปร่งใส จิตก็จะรู้สึกเบาสบาย เบิกบานขึ้น ทำให้ปัญญาเกิดขึ้นและทำให้เราเห็นในสาเหตุว่าความคิดและอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ปัญญาตัวนี้จึงสามารถ ทะลุความเข้าใจผิดได้ เพราะเป็นสติปัญญาที่เกิดจากความไม่ยึดมั่นถือมั่น เกิดจากการปล่อยวาง ไม่กระโดดเข้าไปและจมอยู่ในความคิดหรืออารมณ์ที่แกว่งไปมา เพียงแต่สังเกตความคิดหรืออารมณ์ได้อย่างเป็นกลาง ตัวสังเกตที่มีความสงบและมีสติจึงสร้างความเฉลียวฉลาดให้จิตเห็นตัวที่สร้างความทุกข์ที่อยู่ภายในใจ จึงทำให้จิตปล่อยวางความหลงที่เรายึดมั่นถือมั่นเอาไว้

เมื่อตัวปิดบังหลุดออก ความชัดเจนจึงเกิดขึ้น ทำให้จิตใจเรารู้สึกใสสว่าง กว้างขวางและคลายออกจากความทุกข์ต่างๆที่เราเคยแบกเอาไว้

คุณภาพจิตจึงเปลี่ยนไป กลายเป็นจิตใจที่นุ่มนวล ไม่แข็งกระด้าง มีความเมตตาและความรักต่อทุกสิ่งทุกอย่าง

ปัญหาในชีวิตจึงไม่เป็นอุปสรรคสำหรับจิตที่เป็นกลาง เพราะจิตไม่สร้างอคติและอารมณ์ในเชิงลบโต้ตอบกับสถานการณ์ แต่มองเห็นทุกอย่างจากมุมกว้าง เห็นประโยชน์ของปัญหาและอุปสรรคต่างๆ จึงทำให้จิตมีอารมณ์ยินดี ยิ้มแย้ม แจ่มใสกับสิ่งเหล่านี้และนำเอาปัญญาที่เกิดจากความกระจ่างไปแก้ปัญหาในชีวิต โดยไม่มีการทำร้ายร่างกายและจิตใจของตนเองหรือผู้อื่น


ความสงบในใจจึงเป็นการรักษาศีลไปในตัวเพราะจิตมีความสมดุล ไม่ลำเอียงและก็ไม่ไปเอาเปรียบผู้ใด



คัดลอกจาก meditationguide.org ขอขอบคุณ