ทัศนี พงศ์เลิศฤทธิ์ : คืนความสุขให้คนในครอบครัว

Pal2Know
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ปัจจุบัน วิวัฒนาการทางการแพทย์เจริญขึ้นอย่างมาก ความรู้ต่างๆ ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ในการช่วยชีวิตได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยในระยะวิกฤติเพิ่มมากขึ้น แต่ผลที่ตามมาก็คือ ผู้ป่วยส่วนหนึ่งต้องประสบกับปัญหา กลายเป็นผู้พิการ รุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป ดังเช่นความเจ็บป่วยของ เด๊ะยัง ซึ่งได้ป่วยเป็นไข้สมองอักเสบ (Encephalitis)

เด็กน้อยวัย ๕ ขวบ น้ำหนัก ๑๓ กิโลกรัม ร่างกายซูบผอม ผิวขาวสะอาด ผมดกดำ ตัดผมสั้นเกรียน แขนขาเหยียด แข็งเกร็ง ข้อติด ทั้ง ๒ ข้าง แววตาสดใสไร้เดียงสา เด๊ะยังต้องเจาะคอเพื่อต่อสายเครื่องช่วยหายใจ บริเวณหน้าท้องด้านซ้ายมีแผลเจาะท้องสำหรับให้อาหารทางสายยาง (gastostomy) เด๊ะยังจะนอนอยู่บนเตียง ในสวนของบ้านไม้ชั้นเดียวหลังคาสังกะสี ระยะทางบ้านเด๊ะยังห่างจากโรงพยาบาล ๑๓ กิโลเมตร ในช่วงกลางวัน เด๊ะยังอยู่ในความดูแลของคุณยาย ส่วนกลางคืน แม่เยาะเป็นผู้ดูแล ผลัดเปลี่ยนกัน วันไหนแม่เข้าเวร ก็จะสลับกับยาย เมื่อ ๒ ปีก่อนเด๊ะยังได้ป่วยเป็นไข้สมองอักเสบ นอนโรงพยาบาลเป็นเวลา ๒ ปี ทำให้เกิดปัญหาด้านครอบครัว พ่อเด๊ะยังไปมีภรรยาใหม่ และแม่เยาะไม่สามารถประกอบอาชีพขายกล้วยทอดได้ เพราะเด๊ะยังต้องเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

ดิฉันได้รับทราบปัญหาและเรื่องราวดังกล่าว จึงนำปัญหาที่เกิดขึ้นเข้าร่วมประชุมวางแผนจำหน่ายกับทีมสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่ กุมารแพทย์ เวชกรรมสังคม นักสังคมสงเคราะห์ นักกายภาพบำบัด โภชนากร ศูนย์เครื่องมือแพทย์ ศูนย์เครื่องช่วยหายใจ งาน IC Palliative Care แพทย์หู คอ จมูก ศัลยแพทย์เด็ก ไฟฟ้าตำบลลิดล และที่สำคัญ ทีมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลลิดล พวกเราวางแผนการดูแลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเด๊ะยังได้กลับบ้าน สู่อ้อมกอดของแม่ ตา ยาย และพี่ชาย

ในช่วงแรกๆ ดิฉันเป็นแกนนำในการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ซึ่งในตำบลนี้จะไม่มีไทยพุทธอาศัยอยู่ เนื่องจากหลังจากเกิดระเบิดในพื้นที่ มีการยิงปะทะกัน ที่เรียกว่า สามแยกบ้านเนียง ชาวไทยพุทธได้อพยพไปหมด บางส่วนก็เสียชีวิตไป ดิฉันเป็นพยาบาลไทยพุทธคนเดียว ที่เข้าไปดูแลผู้ป่วยในท้องถิ่นอิสลาม ในพื้นที่ความเสี่ยงสูง แต่ที่ดิฉันต้องไป เพราะที่นั้น ยังมีผู้ป่วยอยู่ จึงเป็นภาระหน้าที่ดิฉันต้องเข้าไปดูแล และจัดการให้ด้วยหัวใจและความห่วงใย

ขณะนี้ เป็นเวลาปีเศษ เด๊ะยังได้อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลิดล โดยมีการรายงานอาการกับทีมเวชกรรมสังคม ส่วนเยาะจะมีเบอร์ติดต่อกับดิฉันโดยตรง หลังจากกลับบ้าน เด๊ะยังมีปัญหาไข้ ปอดอักเสบมีอยู่บ้าง เข้ารับการรักษาตัวประมาณ ๔ เดือน/ครั้ง

เมื่อมกราคม ๒๕๕๗ ดิฉันสังเกตเห็นผิดปกติ เยาะพาลูกมานอนโรงพยาบาล ๒ ครั้งในเดือนเดียวกัน "เยาะ มีปัญหาอะไรมั๊ย บอกพี่ได้นะ"

เยาะมองสบตาแล้วพูดว่า "บอกตามตรงนะ พี่อี่ ไม่มีเงินซื้ออาหารทางสายยางให้เด๊ะแล้ว ค่าไฟแพงขึ้น กล้วยทอดขายไม่ค่อยได้"เยาะเป็นคนขยันหนักเอาเบาสู้ หัวไว แต่จบชั้นป.๖

ดิฉันได้กลับไปคิด จะหางานให้เยาะยังงัยเนี่ยะ บังเอิญว่าช่วงนั้น โรงพยาบาลยะลาประกาศรับสมัครพนักงานทำความสะอาด ดิฉันไม่รอช้า พาเยาะไปพบฝ่ายบุคลากรของโรงพยาบาลยะลา โดยเอาตัวดิฉันเองเป็นผู้ค้ำประกัน

หลังจากนั้น ๑ เดือน เยาะได้มาทำงานในโรงพยาบาลยะลา มีรายได้ที่แน่นอน มีวันหยุด เยาะสามารถหารายได้เสริมโดยการรับผ้าคลุมศีรษะมาขาย และนอกจากนี้ยังเป็นความสะดวกอย่างยิ่ง ในการขอเบิกเวชภัณท์ของเด๊ะยัง เช่น สายดูดเสมหะ ชุดทำแผล ยาสวนอุจจาระ ซึ่งจำเป็นต้องใช้

ผ่านไปเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ที่ดิฉันไม่ได้เห็นแววตาใสๆ ดวงตากลมโตของเด๊ะยัง และทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเรียกดิฉันหรือเห็นหน้า เด๊ะยังจะยิ้มทั้งตาปากเบี้ยวนิดๆ ทำให้อดไม่ได้ ที่จะต้องก้มลงหอมหน้าผาก แค่นี้เด๊ะยังก็ชื่นใจ...บางครั้งก็จะยิ้มทั้งน้ำตา ความสำเร็จในครั้งนี้ดิฉันได้มิตรไมตรีจากเพื่อนต่างสหสาขาวิชาชีพจำนวนมาก รวมทั้งความสนิทสนมกับครอบครัวสาเมาะ เสมือนหนึ่งญาติกัน ถึงแม้ว่าเราจะต่างศาสนากันก็ตาม

การดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา และปรารถนาให้ผู้ป่วยพ้นจากความทุกข์ จะทำให้มองได้ลึกไปถึงปัญหาอื่นๆ นอกเหนือจากความเจ็บป่วยทางกาย ปัญหาด้านอื่นที่เกิดตามมาก็ควรได้รับการแก้ไขด้วยเช่นกัน ด้วยพลังใจที่รวมเป็นหนึ่งเดียวของทีมสหสาขาวิชาชีพ ทำให้ผู้ป่วยอยู่อย่างมีความสุข สามารถคืนความสุขให้กับครอบครัวผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืน


ด้วยใจรัก ศรัทธา วิชาชีพ

คือประทีป มุ่งมั่น ใฝ่รักษา

เพื่อเยียวยา ทั้งกายใจ ให้พ้นภัย

คืนรอยยิ้ม ชีวิตใหม่ ให้ครอบครัว


ทัศนี พงศ์เลิศฤทธิ์

หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลยะลา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Pal2Know4: บันทึกเกี่ยวกับแลดูผู้ดูแล



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอชื่นชมคุณทัศนีในบทบาทการดูแลผู้ป่วยด้วยความรักและห่วงใยเช่นนี้ค่ะ ทีมงา โครงการจัดการความรู้สุขภาวะระยะท้าย (Pal2know) ขออนุญาตินำบทความไปรวบรวมไว้ ที่นี่ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันนะคะ พร้อมทั้งหากจะขอสรุปประเด็นจากบันทึก ดังนี้ พอจะได้มั้ยคะ

  • การติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการรักษา และบริบทอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยและญาติ
  • การแสดงความห่วงใย มอบความปรารถนาดี รวมทั้งการสังเกต และไถ่ถามปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
  • การวางแผนดูแลร่วมกันของทีมสหวิชาชีพ
ขอบคุณค่ะ