16 บทเรียนของผู้นำทางทหาร

ความเป็นผู้นำเป็นเหตุผลเดียวที่ใหญ่ที่สุดสำหรับความสำเร็จ หรือความล้มเหลว

16 บทเรียนของผู้นำทางทหาร

16 Leadership Lessons from a Four Star General

พันเอก มารวย ส่งทานินทร์

[email protected]

26 พฤศจิกายน 2557

บทความนี้นำมาจากการสรุปเรื่อง 16 Leadership Lessons from a Four Star General ของ Shane Parrish ที่นำมาจากหนังสือเรื่อง My Share of the Task: A Memoir (January 28, 2014) ประพันธ์โดย General Stanley McChrystal

ผู้ที่สนใจเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถศึกษาและ Download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/16-leadership-lessons-from-a-four-star-general

พลเอก McChrystal กล่าวว่า "เราต้องการ ผู้นำที่มีค่านิยมอย่างที่เราชื่นชม แต่ทั้งสองประการแตกต่างกัน" พลเอก Stanley McChrystal ได้เกษียณอายุราชการก่อนเวลา เขาใช้ชีวิตในการทำหน้าที่ทางทหารอย่างมืออาชีพ และได้บันทึกเรื่องราวการเรียนรู้เรื่องภาวะผู้นำไว้ในหนังสือเรื่อง My Share of the Task: A Memoir

หนังสือเล่มนี้น่าสนใจในสิ่งที่ McChrystal ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหน้าที่การงานในบทบาทความเป็นผู้นำทางทหาร ที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงไป ผ่านสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง หนังสือทำให้เห็นบางส่วนของการเป็นผู้นำว่า: ความเป็นผู้นำเป็นเรื่องที่ยาก และไม่มีใครเรียนรู้ได้ดีไปกว่า McChrystal การอ่านหนังสือเล่มนี้จะทำให้เราได้เรียนรู้ และได้รับประโยชน์ อย่างมากในเรื่องภาวะผู้นำ

16 บทเรียนของผู้นำทางทหาร

1. ความเป็นผู้นำเป็นเหตุผลเดียวที่ใหญ่ที่สุดสำหรับความสำเร็จ หรือความล้มเหลว จากสิ่งที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นผู้นำอาจจะไม่เพียงพอ แต่พอสำหรับผมที่จะเชื่อว่า มันเป็นเหตุผลเดียวที่ใหญ่ที่สุดขององค์กรที่จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ประสิทธิผลที่แตกต่างกันเกือบทั้งหมด ขึ้นกับความเป็นผู้นำ เพียงผู้บัญชาการกองทัพสั่งสลับจ่าสิบเอกที่ดีที่สุดจากกองทัพกับคนที่เลวร้ายที่สุด จากนั้นภายในเก้าสิบวัน ประสิทธิผลของกอง พันจะมีการเปลี่ยนเช่นกัน ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

2. ความเป็นผู้นำเป็นเรื่องยากที่จะวัด ความเป็นผู้นำเป็นเรื่องยากในการวัดและยากที่จะอธิบาย ผมไม่ได้ใช้หลักการวิเคราะห์ทางวิชาการและพฤติกรรมของมนุษย์ แต่ผมเรียนรู้ตลอดชีวิตเรื่องความเป็นผู้นำ ซึ่งผมพอสรุปได้ว่า ความเป็นผู้นำเป็นศิลปะของการมีอิทธิพลต่อคนอื่น ๆ มันแตกต่างจากการออกคำสั่ง เช่น จอร์จ วอชิงตัน นำกองทัพที่ด้อย กว่ายืนกรานไปสู่ชัยชนะได้ในที่สุด ทหารเหล่านั้นแสดงความพยายามที่แม้ไม่ได้ถูกสั่งการ แต่เกิดจากผู้นำที่กระตุ้น ทำให้ทหารเกิดความกล้าหาญที่ไม่ธรรมดา เสียสละ และมีความมุ่งมั่นจนประสบความสำเร็จ

3. ความเป็นผู้นำไม่ได้ระบุว่าดีหรือชั่ว เราชอบผู้นำตามค่านิยมที่เราชื่นชม แต่คุณลักษณะทั้งสองจะแตกต่างกัน เพราะความเป็นผู้นำไม่ได้ระบุว่าบุคคลนั้นเป็นคนดีหรือคนเลว ยกตัวอย่างเช่น ผู้นำมีเจตนาชั่วร้ายหรือมีความเห็นแก่ตัวเป็นแรงบันดาลใจคือ Abu Musab al-Zarqawi สรุปได้ว่าภาวะผู้นำคือทักษะหนึ่ง ที่นำมาใช้แล้วมีผลกระทบมาก

4. ผู้นำคือผู้ที่พาเราไปที่ที่เราไม่เคยไป ผู้นำต้องเป็นตัวอย่างที่ดี สามารถชักชวนผู้อื่น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในองค์กรได้อย่างมีนัยสาคัญ ครูผู้ตื่นขึ้นมา แล้วกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้สึกถึงความเป็นไปได้และมีความรับผิดชอบ ผมขอยกย่องว่าเป็นผู้นำที่ดีที่สุด

5. ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากผู้นำเพียงคนเดียว ผู้นำ ... ทำงานได้ดีที่สุดด้วยการร่วมมือกับผู้นำคนอื่น ๆ ในปี ค.ศ. 2004 ที่ประเทศอิรัก ผมได้รับภารกิจที่เฉพาะเจาะจง ในการติดตามไล่ล่า Zarqawi เพื่อนำเขาเข้ามาสู่ระบบยุติธรรม มันเป็นความร่วมมือกับผู้นำระดับล่างของผมภายในหน่วย TF 714 ที่ได้สร้างทีมตามล่าอย่างไม่ลดละ และในที่สุดสามารถทำลายเครือข่ายของเขาได้สำเร็จ

6. ผู้นำคือผู้ที่มีความเห็นอกเห็นใจ ผู้นำที่ดีที่สุดที่ผมเคยเห็น มีความสามารถเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และสื่อสารกับผู้ที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชา เขาไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือมีสถานะในสังคมเช่นเดียวกับผู้ติดตาม แต่เข้าใจความหวัง ความกลัว และความสนใจของพวกเขา ความเห็นอกเห็นใจสามารถเป็นพลังบวกอย่างน่าทึ่งเมื่อ Nelson Mandela เปลี่ยนการเคลื่อนไหวจากความรุนแรง ไปเป็นพลังที่สร้างสรรค์เพื่อสร้างชาติ

7. ความเป็นผู้นำไม่ได้เกิดจากความนิยมชมชอบ สำหรับทหาร ทางเลือกไม่ได้ยากเลย ระหว่างความนิยมและ ความมีประสิทธิผล ทหารต้องการที่จะชนะ การอยู่รอดของพวกเขาขึ้นอยู่กับมัน ดังนั้นพวกเขาพอจะยอมรับข้อบกพร่องของการเป็นผู้นำได้ในเรื่องนิสัยใจคอ ถ้าพวกเขาเชื่อว่า เขาหรือเธอนั้น สามารถนำพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จได้

8. ผู้นำที่ดีที่สุดต้องเป็นของแท้จริง ผมพบว่า ทหารพอจะยอมรับความเป็นตัวของผม มากกว่าสิ่งที่ผมหวังในการเป็นผู้นำ แต่พวกเขาจะไม่ยกโทษให้ผม ถ้าผมเป็นน้อยกว่าที่ผมอ้างว่าเป็น เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด

9. ผู้นำสามารถพบได้ทุกตำแหน่งและทุกเพศทุกวัย ผมมักจะพบว่าตัวเองถูกนำโดยทหารที่มีระดับยศน้อยกว่าผม และผมว่ามันเป็นทักษะของผู้นำที่ดี ที่ให้เกียรติกับผู้มีความเชี่ยวชาญและเหมาะที่สุดกับสถานการณ์นั้น ๆ ผู้นำต้องมั่นใจในการที่จะพิชิตอัตตาตนเอง มันเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งสำหรับผู้นำ ที่เคารพผู้ที่ทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งอย่างรับผิดชอบ

10. ความสามารถพิเศษไม่ได้เกี่ยวกับภาวะผู้นำ ลักษณะทางกายภาพภายนอก ความสุขุม และความมั่นใจในตนเอง มักจะสับสนกับความเป็นผู้นำ ผมเห็นจ่าหลายคน พวกเขาดูดีแต่กลับล้มเหลว ตรงกันข้ามกับคนตัวเล็กที่เอาชนะข้อสงสัยได้ ทุกอย่างต้องใช้เวลาและขึ้นกับการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตาม ประสิทธิผลของการทำงานเป็นเรื่องสาคัญมากกว่าข้อดีของลักษณะโดยธรรมชาติ ต่อมาในอาชีพของผม ผมพบบางคนที่ได้เรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จาก ความสามารถพิเศษเพื่อให้พวกเขาดูเหมือนจะเป็นผู้นำที่ดี ผมต้องใช้เวลาและการมีปฏิสัมพันธ์ภายใต้ความกดดันของสถานการณ์ที่ยากลำบาก ก่อนที่ผมจะรู้ว่า พวกเขาจะเป็นผู้ที่มีทักษะและคุณภาพที่ทหารราบพยายามแสวงหา

11. ผู้นำเดินเส้นอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความมั่นใจในตนเองและความอ่อนน้อมถ่อมตน ทหารต้องการผู้นำที่สามารถนำทีมไปสู่ความสำเร็จ แต่อ่อนน้อมถ่อมตนมากพอที่จะรับรู้ข้อจำกัดของตนเอง ผมได้เรียนรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่จะยอมรับความไม่รู้หรือความกลัว มากกว่าที่จะแสดงความรู้ที่ผิดพลาดหรือความองอาจ ความตรงไปตรงมา คือยอมรับว่ามีข้อสงสัยหรือปัญหา เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตของคุณ แต่การแสดงข้อสงสัยและความเชื่อมั่นเป็นสมดุลที่ละเอียดอ่อน เมื่อเกิดสิ่งที่เลวร้าย พวกเขาจะมองไปที่ผู้นำด้วยความมั่นใจว่า สามารถนำพวกเขาได้และจะประสบความสำเร็จ

12. คนเราเกิดมา; ผู้นำสร้างขึ้นมา ผมเกิดมาเป็นลูกชายของผู้นำ แต่สิ่งที่ทำให้ผมเป็นผู้นำในเวลาต่อมา ผมได้เรียนรู้จากคนอื่น ทิศทางโดยรวมและการตัดสินใจที่สำคัญในชีวิตและอาชีพของผม ไม่ได้มาจากคำแนะนำที่เฉพาะเจาะจง หรือตัวอย่างที่มาจากการอ่านหรือการได้เห็น เมื่อผมโตขึ้นมา ผมก็ตระหนักว่า ภาวะผู้นำสำหรับผมมักจะผ่าน ประสบการณ์จากการกระทำ เมื่อเวลาผ่านไปคำถามกลับกลายเป็น ชนิดของผู้นำที่ผมอยากจะเป็นคืออะไร นั่นคือการไม่เป็นเหมือนกับมาตรฐาน

13. ผู้นำคือคนและคนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตลอดอาชีพของผม ผมยังคงควานหาชนิดของผู้นำผมอยากจะเป็น ในช่วงหลายปีแรก ผมพบว่าตัวเองบางทีเป็นนายที่โหด บางทีเป็นพ่อพระ บางครั้งสลับกันในช่วงระยะเวลาอันสั้น ทำให้เป็นการยาก สำหรับคนที่ผมนำ และเกิดความไม่เป็นธรรม พวกเขามองหาผู้นำที่มีความคงมั่น เมื่อผมเกิดความไม่แน่นอน ทำให้ลดประสิทธิผลของทีมงานที่เรากำลังพยายามจะสร้าง เพราะรูปแบบการเป็นผู้นำที่ไม่ชัดเจน ทำให้ผมได้เรียนรู้คุณค่าของความมั่นคง แต่ถึงแม้ในตอนท้ายนี้ ผมก็คิดว่า ผมยังไม่ได้เป็นผู้นำที่ผมเชื่อว่าผมควรจะเป็น

14. ผู้นำก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง พวกเขามีความเหนื่อย โกรธ และฉุนเฉียว ผู้นำส่วนใหญ่แสดงให้เห็นเป็นระยะ ๆ ในการมีอารมณ์และความอ่อนแอ เช่นเดียวกับมนุษยชาติ ผู้นำที่ผมชื่นชมมากที่สุดคือ ผู้นำที่เป็นมนุษย์ แต่มีความ พยายามอย่างต่อเนื่องที่จะเป็นมนุษย์ที่ดีที่สุดที่พวกเขาจะเป็นได้

15. ผู้นำถ้าทำผิดพลาดมักจะมีค่าใช้จ่ายสูง เมื่อเกิดข้อผิดพลาด เป็นปกติที่ผู้นำมักจะปฏิเสธความล้มเหลวของตัวเองเป็นข้อแรก ข้อที่สองคือการซ่อนเร้นมันจากคนอื่น ๆ เพราะผู้นำส่วนใหญ่อยากมีชื่อเสียงเรื่องความถูกต้อง แต่นี่คือความฝันของคนโง่ และเป็นการทำลายความน่าไว้วางใจโดยสิ้นเชิง

16. ความเป็นผู้นำเป็นสิ่งที่เลือกได้ อำนาจและความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะได้รับมรดกหรือได้รับมอบหมาย หรือบางครั้งตกอยู่กับคนที่ไม่ได้เสาะหา แต่การเป็นผู้นำมีความแตกต่างกัน เป็นสิ่งที่คุณเลือกได้ ผู้นำคือผู้ที่ตัดสินใจที่จะยอมรับความรับผิดชอบต่อคนอื่นๆ ในการดูแลความหวัง ความฝัน และบางครั้งชีวิตของพวกเขา มันอาจจะเป็นภาระหนัก แต่ผมพบว่ามันเป็นเกียรติสุดที่จะพรรณนา

ท้ายที่สุด "ความลับของการเป็นผู้นำ" การมีเสน่ห์มักจะตรึงใจผู้คนแม้ในหมู่ทหาร แต่เมื่อเวลาผ่านไป การมีประสิทธิผลคือสิ่งที่สำคัญที่สุด บรรดาผู้นำที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด มักมุ่งเน้นที่สวัสดิการของผู้ติดตาม ผู้นำต้องทำงานอย่างหนัก มากกว่าสิ่งอื่นใดคือจะต้องมีวินัยในตนเอง วินัยในตนเองปรากฏตัวในผู้นำคือการทำสิ่งที่ควรจะทำ แม้จะไม่เป็นที่พอใจ ไม่สะดวก หรือเป็นอันตราย

**********************************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน leadership



ความเห็น (0)