การสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา(มปภ.)
........การอ่าน เป็นพื้นฐานการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา เด็กๆควรได้รับการส่งเสริมสนับสนุนในเรื่องการอ่าน การสร้างพื้นฐานการอ่านที่ถูกต้อง ใช้วิธีการสอนภาษาไทยที่ถูกต้อง จะส่งเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดกับเด็กๆ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเป็นกำลังของชาติต่อไปในบันทึกนี้ผู้เขียนขอแนะนำวิธีสอนอ่านที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งที่ประทับใจมาตลอด แม้ว่าจะเก่าไปบ้างแต่ยังคงประสิทธิภาพที่จะสร้างนักอ่านนักเขียนตัวน้อยๆ ซึ่งบางครั้งวิธีการสอนเก่าๆก็ยังมีความหมาย หากนำมาใช้พัฒนาศักยภาพของผู้เรียนได้ดี

..........การสอนภาษาไทยมีหลากหลายวิธีด้วยกันที่ส่งเสริมการอ่าน ซึ่งการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษาเป็นวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพมากวิธีหนึ่ง ที่มีความเหมาะสมกับการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๒ ช่วยพัฒนาการอ่านได้เป็นอย่างดีอีกทั้งยังพัฒนาการด้านการฟัง การพูด และการเขียนไปพร้อมๆกัน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผู้เขียนเคยเป็นครูชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๒ เคยได้ใช้วิธีสอนนี้กับนักเรียนผลที่ได้รับเด็กอ่านออก เขียนหนังสือได้

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาไทย แบบมุ่งประสบการณ์ภาษา รูปแบบที่ ๑ มี ๕ ขั้นตอน

ขั้นที่ ๑ ครูอ่านเรื่องให้นักเรียนนฟัง

ขั้นที่ ๒ นักเรียนเล่าเรื่องย้อนกลับ

ขั้นที่ ๓ ครูและนักเรียนเขียนเรื่องร่วมกัน

ขั้นที่ ๔ นักเรียนทำหนังสือเล่มใหญ่

ขั้นที่ ๕ นักเรียนฝึกทักษะทางภาษา

ข้อดี
..........๑. เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญวิธีหนึ่งที่มี ลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง เป็นกระบวนการชัดเจน นักเรียนได้ฝึกปฏิบติเป็นกลุ่ม และรายบุคคล
..........๒. การสอนวิธีนี้ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ในการใช้ภาษาระหว่างครูกับนักเรียน นักเรียนกับนักเรียนเป็นสำคัญ กระตุ้นให้นักเรียนกล้าแสดงออก ทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นได้
..........๓. นักเรียนได้เรียนจากง่ายไปหายาก จากการใช้ของจริงในชีวิตประจำวัน สื่อ และการใช้สัญลักษณ์ เพื่อฝึกทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
..........๔. หากสอนครบตามขั้นตอน จะทำให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้เป็นอย่างดี
ข้อเสีย
..........๑ การสอนวิธีนี้ค่อนข้างจะยุ่งยาก ใช้เวลาค่อนข้างมากในระยะแรกๆ ของการเรียนเล่มแรกในขณะที่สอนในแต่ละขั้นต้องสอนให้จบตามขั้นตอนก่อนค่อยทำกิจกรรมอื่น หากกำลังสอนครูหยุดทำกิจกรรมอื่นก่อนค่อยมาสอน ครูต้องเริ่มต้นในขั้นตอนนั้นใหม่ทำให้เสียเวลา
..........๒. สิ้นเปลืองวัสดุอุปกรณ์ เช่น กระดาษปรู๊ฟ สี ฯลฯ

...........๓. การสอนวิธีนี้ครูจะต้องอยู่กับเด็กตลอดเวลา หากมีภาระงานอื่นทำด้วยจะทำให้การสอนนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ
..........วิธีการสอนแม้จะเก่าไม่ทันสมัย หากแต่มีความเหมาะสมกับบริบทของเรา ช่วยพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ ก็น่าจะนำมาใช้

เสียดายวิธีการสอนนี้เลือนหายไป

(บันทึกโดย อร วรรณดา ๒๕-๑๑-๕๗ )