Mix Marketing

Mix Marketing

โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์

อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก

www.drsuthichai.com

เวลาเปลี่ยน โลกเปลี่ยน โลกในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่าในอดีต หากว่าพวกเรามองย้อนกลับไปเมื่อ 10-20 ปี ก่อน เราจะเห็นได้ว่า โลกเรามีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากๆ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้มีอยู่หลายๆด้าน เช่น เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ธุรกิจ ศาสนา เทคโนโลยี รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านการตลาดด้วย

สินค้า บริการ ผลิตภัณฑ์ มีอยู่หลายตัวที่เกิดขึ้นตั้งอยู่ และดับไป เกือบทุกๆวันในโลกธุรกิจ ศาสตร์ทางด้านการตลาดจึงเป็นศาสตร์หนึ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ศาสตร์ทางด้านการตลาดจะต้องไม่อยู่นิ่ง ต้องมีการเคลื่อนไหว และทฤษฏีการตลาดที่จะนำเอาไปใช้ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ทฤษฏีการตลาดเก่าและใหม่ อาจจะนำเอาไปใช้ได้ไม่ประสบความสำเร็จ ถ้านำเอาไปใช้ผิดจังหวะ เวลา

ตรงกันข้าม นักการตลาดคนใด สามารถนำเอาทฤษฏีการตลาดมาผสมผสานเพื่อนำเอามาใช้ให้ถูกจังหวะ เวลา สถานการณ์ นักการตลาดผู้นั้นจะประสบความสำเร็จได้ดีกว่า และยาวนานกว่า นักการตลาดที่ใช้ทฤษฏีเดียว หลักการเดียว อยู่ตลอดเวลา

ธุรกิจแข่งขันกันอย่างรุนแรง ความเร็วคือหัวใจของนักการตลาดสมัยใหม่ โลกอีก 5 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร แน่นอน โลกอีก 5 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าโลกปัจจุบัน นักการตลาดจึงต้องคิดมองหาสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็น สินค้า บริการ เทคโนโลยี ช่องทางการจัดจำหน่าย การสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้า ฯลฯ เมื่อความรวดเร็วคือหัวใจของการแข่งขัน นักการตลาดจึงต้องมีการปรับตัวให้เกิดความรวดเร็วด้วย จึงจะประสบความสำเร็จ

ครบสูตร 4 Pในยุคนี้นักวิชาการ นักการตลาดสมัยใหม่ หลายท่านคิดส่วนประสมทางการตลาดเพิ่มเป็น 5 P 6 P 7P 8P 9P แต่ส่วนใหญ่แล้ว ยังคงยึดหลักการตลาดที่มีการคิดเพิ่มเติมมาจาก 4P ฉะนั้น นักการตลาดที่จะทำการตลาดไม่ควรละเลยสูตร 4P เป็นอันขาดอันประกอบด้วย

1.สินค้า(Product) การทำการตลาดใดๆ จะต้องมีสินค้า มีบริการ ที่จะนำเสนอก่อน ซึ่งสินค้า บริการ นั้นอาจมีชนิดเดียวหรือหลายชนิดก็ได้

2.ราคา(Price) การตั้งราคามีความสำคัญไม่ใช่น้อยในการทำการตลาด เพราะถ้าตั้งราคาสูง แต่ตัวของสินค้ามีคุณภาพต่ำ ลูกค้าก็จะคิดว่าสินค้ามีราคาแพง แต่ตรงกันข้ามถ้าสินค้ามีคุณภาพดีมาก ถึงแม้ตั้งราคาสูง ลูกค้าก็ยินดีจ่ายเงิน ฉะนั้น นักการตลาดควรพิจารณาถึงราคาของสินค้ากับคุณภาพ พร้อมทั้งต้นทุนของสินค้าไปพร้อมๆกัน

3.ช่องทางการจัดจำหน่าย(Place) ต้องคำนึงถึงความสะดวก รวดเร็ว ในการส่งถึงมือของลูกค้า และคำนึงถึงประเภทของสินค้าและบริการ

4.การส่งเสริมการตลาด(Promotion) การสื่อสารทางการตลาด นักการตลาดจะต้องคำนึงถึง สารที่จะส่ง คำนึงถึง สื่อที่จะใช้ในการส่ง รวมถึงเทคโนโลยี ต่างๆที่จะใช้ในการสื่อสารถึงลูกค้า

ครบเครื่องเรื่อง 3 M เครื่องมือในการสื่อสาร ทางการตลาดสมัยใหม่ มักจะนำมาใช้กันเพื่อดึงดูดลูกค้าวัยรุ่นหรือลูกค้าที่ชอบความทันสมัย นักการตลาดมักจะใช้เครื่องมือ 3 M คือ

MOBILE มือถือเป็นเครื่องมือสมัยใหม่ที่คนรุ่นใหม่มักจะนำมาใช้ติดตัวไปยังที่ต่างๆ จึงไม่แปลกใจเลยว่า สินค้า บริการ ในยุคปัจจุบันและในอนาคต จะใช้โทรศัพท์มือถือในการช่วยทำการตลาด ไม่ว่าจะใช้ส่งข่าว ไม่ว่าจะใช้ดูหนังฟังเพลง การฝากถอนเงิน

MOVIE สินค้า บริการ สมัยใหม่ มักจะใช้หนังหรือภาพยนตร์ในการดึงดูดความสนใจ เกาหลีใต้คือตัวอย่างที่ดี ประเทศเกาหลีใต้ มักทำหนังหรือละคร ออกมาฉายแล้วผสมผสานด้วยหลักทางการตลาดเพื่อขายวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ให้การสนับสนุน “ แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง” เป็นตัวอย่างที่ดีละครซึ่งแฝงด้วยสาระ แง่คิด ความรู้ วัฒนธรรมของชาวเกาหลีใต้ และเป็นที่น่าสังเกตว่า การสร้างสรรค์ภาพยนตร์ที่เน้นการสร้างแบรนด์จะสร้างความประทับใจมากกว่าภาพยนตร์ที่เน้นการขายสินค้า

MEDIA สื่อกลาง ที่นักการตลาดจะใช้ในการสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้ามีความสำคัญมาก เพราะถ้าใช้ สื่อกลางผิด ก็จะทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย เป็นจำนวนมาก เช่น หากว่ากลุ่มลูกค้าเป็นวัยรุ่น เราก็ควรใช้สื่อที่ทันสมัยหรือสื่อสมัยใหม่ ไม่ใช่ลงทุนซื้อสื่อสมัยเก่าหรือสื่อที่กลุ่มเป้าหมายไม่ได้ใช้

CRM Customer Relationship Management การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ เป็นการรักษากลุ่มลูกค้าทั้งลูกค้าปัจจุบัน การหาลูกค้าใหม่ๆ และการดึงกลุ่มลูกค้าเก่าๆ ให้คงอยู่กับบริษัท เป็นเรื่องที่นักการตลาดควรคำนึงถึง เพราะลูกค้าคือธุรกิจ และลูกค้าคือกำไร นั่นเอง

BRAND แบรนด์ การขายสินค้า การขายบริการ รวมถึงการขายสิ่งต่างๆ การสร้าง Brand มีความสำคัญในระยะยาว เพราะ Brand มีมูลค่า เช่น Brand โค้ก หรือ โคคา -โคล่า หากบริษัทใดจะซื้อหรือต้องการซื้อ Brand ของโค้ก ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล เพียงแค่ซื้อแค่ Brand โคคา-โคล่า โดยไม่ซื้อโรงงานผลิต หรือวัตถุดิบต่างๆ เฉพาะ Brand ก็มีมูลค่าเป็น 77,839 พันล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว(อ้างอิงจากเว็บไซต์อินเตอร์แบรนด์)

IDEA ไอเดียหากจะถามว่า อาวุธที่ร้ายแรงของนักการตลาดที่ทำให้นักการตลาดคนหนึ่งๆ มีชั้นเชิงเหนือกว่า นักการตลาดคนอื่นๆ สิ่งนั้นก็คือ ความคิด หากขาดซึ่งสิ่งนี้ นักการตลาดก็จะดูแต่ของเก่าๆ แล้วนำของเก่าๆมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า บริการ ทฤษฏีการตลาด แต่ถ้านักการตลาดคนใดมีมันสมอง มีไอเดีย ที่สร้างสรรค์ นักการตลาดคนนั้นก็จะประสบความสำเร็จมากกว่านักการตลาดธรรมดาทั่วๆไป จงมองหาไอเดียใหม่ๆ แล้ว คุณจะโดดเด่น และแตกต่างจากคนอื่นๆ

สรุป นักการตลาดที่ดี นักการตลาดที่ประสบความสำเร็จ ไม่ควรยึดถือทฤษฏีหรือหลักการด้านใดเพียงด้านเดียว แต่จงมองหาหลักการหรือทฤษฏีต่างๆ แล้วเรียนรู้ เพื่อนำมาผสมผสาน ให้ถูกจังหวะ ถูกกาลเวลา ถูกสถานที่ นักการตลาดผู้นั้นก็จะประสบความสำเร็จได้อย่างงดงาม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพูด การบริหาร



ความเห็น (0)