บันทึกอนุทินครั้งที่ 8
รายวิชา การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ (102611)
ผู้สอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.อดิศร เนาวนนท์
โดย นายวัชระ เทียนทิพย์การุณย์ รหัสนักศึกษา 57D0103128 เลขที่ 28 ภาคพิเศษ หมู่ที่ 1
สาขา หลักสูตรและการสอน เบอร์โทร 088-4700094 e-mail : [email protected]
วันที่5 ตุลาคม 2557
วิทยากร นายศักดิ์เดช กองสูงเนิน (ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล4 เพาะชำ)
สถานที่ โรงเรียนเทศบาล4 (เพาะชำ)
เรื่อง การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.การเตรียมตัวล่วงหน้าในการศึกษาดูงานครั้งนี้
ได้ทบทวนเกี่ยวกับ ขั้นตอนในการจัดการความรู้ KM เครื่องมือเพื่อใชในการบรรลุเปาหมายอยางนอย 3 ประการไปพรอมๆ กัน ได้แก่บรรลุเปาหมายของงาน บรรลุเปาหมายการพัฒนาคน และบรรลุเปาหมายการพัฒนาองคกรไปสูการเปนองคกรแห่งการเรียนรู ดังนั้นการจัดการความรูจึงไมใชเปาหมายในตัวของมันเอง เมื่อไรก็ตามที่มีการเขาใจผิดเอาการจัดการความรูเปนเปาหมายความผิดพลาดก็เริ่มเดินเขามา อันตรายที่จะเกิดตามมาคือ การจัดการความรูเทียม หรือ ปลอม เปนการดำเนินการเพียงเพื่อใหไดชื่อว่ามีการจัดการความรูเทานั้นเอง ดังนั้นการจัดการความรู้ KM ต้องเป้าในการพัฒนางาน การพัฒนาคน การพัฒนาองค์กร
2.สิ่งที่คาดหวังจากการศึกษาดูงาน
สามารถมีความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการความรู้หรือการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษามากขึ้น และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงานหรือองค์ โรงเรียน ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3.ความรู้ความเข้าใจที่ได้รับ
บิลเกต
- ทรัพย์สินทางปัญญามีค่าเท่ากับการเก็บรักษากล้วยหอม
- เดิม "ความรู้เป็นพลังอำนาจอย่างมากมายแก่ผู้ที่ครอบครอง"
- ใหม่ "ยิ่งให้มากเท่าไร ยิ่งได้มากเท่านั้น"
- 1+1=3
องค์การแห่งการเรียนรู้ตาม Moldel ของ Senge
ระดับองค์กร 1 Shareed Vision มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน
ระดับกลุ่ม 2.Team Learning เรียนรู้การจักและกัน
ระดับปัจเจก 3.Personal Mastery ใฝ่รู้มุ่งมั่นพัฒนาคน
4.Mental Model ฝึกฝนสร้างแผนที่ความคิด
5.Systems Thiinking ไม่ยึดติด เห็นความเชื่อมโยง
เรื่อง KM… ต้องเห็นความแตกต่างระหว่าง "ความรู้ 2 ประ เภท"
Explicit
วิชาการ หลักวิชา ทฏษฎี (Theory) ปริยัติ มาจากการสังเคราะห์วิจัย
ใช้สมอง (Intellectual) เป็นกฎเกณฑ์วิธีการขั้นตอนที่ผ่านการพิสูจน์
Tacit
ภูมิปัญญาเคล็ดวิชาปฎิบัติ(Practice) ประสบการณ์มาจากวิจารณญาณใช้ปฎิภาณ(Intelligent)
เป็นเทคนิคเฉพาะตัวเป็นลูกเล่นของแต่ละคนความรู้ภายนอกมีอยู่มากมายเปรียบเสมือนกับน้ำในมหาสมุทรที่มีจำนวนมาก ก้อนน้ำแข็งเปรียบเสมือนความรู้ที่มีอยู่ถ้าไม่รู้จักวิธีการจัดเก็บหรือประยุกต์ใช้ความรู้ที่มีก็ไม่เกิดประโยชน์การจัดการKMส่วนใหญ่ "ไร้พลัง" และ "ไม่สมดุล" เพราะเน้นการจัดการความรู้ Expllicit Knowledge
หน้าต่างความรู้ประตูปัญญา
|
รู้อะไร |
ไม่รู้อะไร |
|
|
รู้ว่า |
1. Know Area Explicit Knowledge Implicit Knowledge |
3. Unknow |
|
ไม่รู้ว่า |
2. Hidden Area |
4. Blind Area |
|
Tacit Knowledge |
lgnorance |
การจัดการความรู้
การจัดการความรู้ของ สคส.
สคส. ส่งเสริมการจัดการความรู้ "ส่วนใหญ่" โดยใช้แบบจำลองที่เรียกว่า "โมเดลปลาทู"
- KV = Knowledge Vision
- M = Mind
- 3S = Share,Show,Support
- K = Knowledge
- L = Learn
- KA = Knowledge Asset
- 4 = 4 กลุ่มงาน
- 8 = 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
- 4 = 4 ช่วงชั้น
- ตัวอย่าง KM
- Ø ร่วมกันคิด
- Ø กำหนดให้สมาชิกเตรียมเรื่องเล่า
- Ø จัดกลุ่มให้เล่าเรื่อง
- Ø ได้ขุมความรู้
- Ø สังเคราะห์เป็นแก่นความรู้
- Ø ประเมินตนเอง
- Ø จับคู่แลกเปลี่ยนเรียนรู้
- Ø นำไปปฎิบัติ
- Ø จัดเวที AAR
4.การนำความรู้ไปใช้
- จากการอบรมเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาล4 ( เพาะชำ) ได้จัดการความรู้โดยใช้โมเดล ปลาทู มาจัดการความรู้ ทำให้นักเรียนของโรงเรียนมีผลงานและผลสัมฤทิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้นและได้รับรางวัลที่เป็นผลงานของนักเรียนมากขึ้น โดยโมเดลของปลาทู มีดังนี้
ส่วนที่ 1 ส่วนหัว เรียกว่า "KV" (Knowledge Vision)
ส่วนที่เป็นวิสัยทัศน์ หรือเป็นทิศทางของการจัดการความรู้
ส่วนที่ 2 ส่วนตัว เรียกว่า "KS" (Knowledge Sharing)
ซึ่งเป็นส่วนของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Share and Learn) ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่ยากลำบากที่สุดในกระบวนการทำ KM
ส่วนที่ 3 ส่วนหางปลา เรียกว่า "KA" (Knowledge Assets)
ตัวเนื้อความรู้ที่เก็บสะสมไว้เป็น "คลังความรู้" หรือ "ขุมความรู้"
- ในทั้ง 3 ส่วนนี้ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยครูและผู้อำนวยการโรงเรียนต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาแก้ไขปัญหา พร้อมกับแลกเปลี่ยนเกร็ดความรู้ในการสอนหรือปัญหาที่พบเห็นและวิธีการในการแก้ไขปัญหาที่ประสบความสำเร็จมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันจึงจะสามารถพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน
5. บรรยากาศของการศึกษาดูงาน
- ท่านผู้อำนวยการโรงเรียน และเจ้าหน้าที่โรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) ให้การต้อนรับคณะนักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน รุ่นที่ 13 แบบเป็นกันเองและดูแล อาจารย์ และ คณะนักศึกษาปริญญาเป็นดีเยี่ยม โดยมีอาหารว่าง และบริการน้ำดื่ม พร้อมกับให้คำแนะในการบริการด้านสถานที่ของโรงเรียนทำให้รู้สึกประทับใจในการอบรมเป็นอย่างยิ่ง สถานที่ในการอบรมนั้นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อม และทันสมัย มีระบบเสียงที่ชัดเจน อากาศเย็นสบาย แสงภายในห้องที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ ร่วมทั้งถาม-ตอบในประเด็นที่นักษายังไม่ชัดเจน พร้อมกับอธิบายให้นักศึกษาเข้าใจชัดเจนซึ่งเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้กับองค์หรือโรงเรียนของนักศึกษาเองได้เป็นอย่างดี
6.ความรู้สึกที่มีต่อวิทยากร
นายศักดิ์เดช กองสูงเนิน (ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 4 เพาะชำ) เป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและรู้จักการบริหารจัดการความรู้ขององค์อย่างมีระบบและประสิทธิภาพจนสามารถประสบความสำเร็จ พร้อมกับสามารถถ่ายทอดความรู้ที่มีภายในองค์กรสู่ภายนอกองค์กรให้กับนักศึกษาและผู้ที่สนใจอย่างเป็นระบบรูปแบบที่ชัดเจน พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ถาม-ตอบ ในประเด็นที่สงสัย จึงถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในการที่จะนำไปปรับใช้กับองค์หรือโรงเรียนที่ต้องการในการจัดการความรู้ได้อย่างดีเยี่ยม
7.ความรู้สึกที่มีต่อเพื่อน
เพื่อนนักศึกษามีคามสนใจในการเรียนรู้ และกล้าซักถามในประเด็นที่ตนเองสงสัย ละมีความใฝ่รู้ในการอบรมพร้อมกับจดบันทึกตลอดเวลาในการอบรม พร้อมกับยกตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาในการถาม-ตอบ และเพื่อนนักศึกทุกคนแต่งกายสุภาพเรียบร้อย สุดท้ายคณะอาจารย์และนักศึกษาได้มอบของที่ระลึกให้แก่วิทยาการเป็นการขอบคุณในการอบรมในครั้งนี้