การดำรงอยู่ขององค์กรขึ้นกับประกอบด้วยสองส่วน     นั่นคือ สถานภาพขององค์กรตามกฎหมายและผู้ทำงานในองค์กรนั้น 

         องค์กรที่มีชีวิต( working organization )     ต้องมีองค์ประกอบทั้งสองประการนี้ หากองค์กรที่มีแต่การจัดตั้งดำรงอยู่ตามกฎหมาย แต่ไม่มีผู้ทำงานย่อมถือว่าองค์กรนั้นตายแล้ว หรือมีผู้ทำงานที่ไม่มีประสิทธิ ภาพก็่เช่นเดียวกัน องค์กรอาจไม่ถึงกับตายแต่ก็ไม่สามารถเจริญเติบโตหรือนำพาให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการได้เลย            

         ดังนั้นการที่องค์กรจะดำรงอยู่ได้และสามารถมีพลังในการเคลื่อนตัวไปสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพจึงอยู่ที่ว่า องค์กรนั้นมีผู้มีคุณภาพอยู่ในองค์กรมากน้อยเพียงใด ผู้นำมีวิสัยทัศน์หรือไม่เพียงใด ผู้คนในองค์กรโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารระดับสูง ระดับกลางมีความคิดริเริ่มแค่ไหนอย่างไร         

          ผู้นำจึงเป็นผู้ที่สำคัญในองค์กร ผู้นำดีและเก่งจะสามารถนำพาองค์กรไปสู่ความเจริญเติบโตได้ ยกตัวอย่าง แซม วอลตัน ( Sam Walton) ผู้ก่อตั้งห้างสรรพสินค้า วอลมาร์ทในปี 1950 เป็นเพียงร้านขายของชำราวๆ 3 คูหา แต่ในปี2003 กลับกลายเป็นบริษัทธุรกิจเอกชนที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก เมื่อปี 2003 มูลค่า 263,009 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน ชั่วอายุคนเดียว แต่วอลตันก็ไม่ใช่ทำงานคนเดียวแล้วประสบผลสำเร็จ แต่เขาเลือกคนที่มีคุณภาพมาอยู่ในองค์กรมากมาย เช่นเดียวกับ บิล เกตมหาเศรษฐี ผู้ก่อตั้ง บริษัท Microsoft ที่ยิ่งใหญ่ก็ไม่ได้เก่งคนเดียวแต่เขาดึงคนเก่งจากทุกสารทิศมาร่วมงานจนทำให้บริษัททิ้งคู่แข่งไม่เห็นฝุ่น                

         ในทางปฏิบัติแล้วองค์กรทางราชการ ย่อมได้เปรียบเอกชนอยู่มากตรงที่ว่าองค์กรทางราชการผูกติดกับการบริหารงบประมาณของรัฐบาล ไม่มีทางล้มได้ถ้าราชการไม่ต้องการให้ล้มหรือออกกฎหมายให้ล้ม(พ.ร.บ.)นอกจากนี้ส่วนใหญ่องค์กรราชการไม่มีภารกิจด้านหากำไร นั่นหมายถึงว่าองค์กรทางราชการ คิดแค่สองอย่างคือ ทำให้ภาระกิจขององค์กรประสบผลสำเร็จ(ประสิทธิผล) และการบริหารองค์กรให้มีคุณภาพ(ประสิทธิภาพ)เท่านั้นดังนั้นผู้บริหารจึงมีหน้าที่ที่สำคัญยิ่งคือ

          1 . ค้นหาผู้มีคุณภาพมาร่วมงาน

          2. รักษาผู้ร่วมงานที่มีคุณภาพไว้ในองค์กรให้ได้

         ผู้บริหารและข้าราชการไม่อยู่ในลักษณะของนายจ้างและลูกจ้างแต่ควรอยู่ในลักษณะเพื่อนร่วมงาน ดังนั้นหากผู้นำหรือผู้บริหารมีลักษณะประนีประนอมสูง สามารถทำให้องค์กรเกิดความสามัคคีได้ เจ้าหน้าที่หรือข้าราชการองค์กรนั้นก็ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานเต็มความสามารถเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรได้ ตรงข้ามหากผู้นำไร้คุณธรรม จริยธรรม กลั่นแกล้งหรือปล่อยให้ผู้บริหารรองๆกลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชา เช่นพิจารณาความดีความชอบไม่เป็นธรรมหรือใช้ความชอบส่วนตัว หรือการพิจารณาเลื่อนขั้นที่มุ่งจับถูกจับผิดโดยไม่คำนึงถึงผลงานและคุณภาพของคนแล้วสุดท้ายก็ทำให้ข้าราชการเสียกำลังและยากที่จะอยู่ร่วมในองค์กรได้

           กล่าวโดยสรุปก็คือ องค์กรนั้นสำคัญที่คน ผู้นำองค์กรมาแล้วก็ไป ดังนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือการสร้างคนในองค์กรให้มีลักษณะกล้าคิด กล้าทำ กล้าต่อสู้ มีอุดมการณ์ ไม่ยอมก้มหัวให้กับสิ่งที่ผิด เพื่อให้องค์กรสามารถมีผู้นำที่เข้มแข็งสืบต่อภาระกิจไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล