ในรายวิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มาถึงช่วงเวลาที่ต้องฝึกให้เด็กๆ รูจักตั้งคำถาม  อภิปรายแสดงความคิดเห็น และทักษะการสื่อสาร ดังนั้นจึงได้จัดตั้งสถานการณ์โดย มีผู้จะเปิด "ร้านขายกาแฟ" จึงมาขอความคิดเห็นจากกลุ่มชาวบ้านที่ชอบนั่งคุยกัน  กลุ่มนักศึกษา  กลุ่มนักวิชาการ  และกลุ่มนักธุรกิจ
     ครูนกเปิดโอกาสให้เด็กๆ แต่ละกลุ่มได้เลือกสถานที่นั่งพูดคุยระดมความคิดในตำแหน่งที่อยากจะนั่ง หรือในทำเลที่อยากจะนั่ง  พบว่า บางกลุ่มเลือกจะนั่งล้อมวงคุยกันหน้าชั้นเรียน  และบางกลุ่มเลือกจะคุยในรูปแบบโต๊ะประชุม  ซึ่งก็บังเอิญสอดคล้องกับบทบาทสมมติของแต่ละกลุ่ม 

กลุ่มนักธุรกิจ
    ในวงสนทนาของแต่ละสาขาอาชีพจะใช้เวลา ๑๕ นาที จากนั่นสรุปแล้วมาบอกเล่าความคิดของกลุ่มตนเองให้เพื่อนๆ กลุ่มอื่นฟัง  ระหว่งที่แต่ละกลุ่มทำงานครูนกได้เดินไปทุกๆกลุ่มเพื่อให้แรงเสริมด้วยการพูดชม หรือกล่าวให้กำลังใจ หรือให้ข้อมูลขยายความคิด
     กลุ่มชาวบ้าน เป็นกลุ่มแรกนำเสนอก่อน  เด็กๆ เข้าใจการตั้งคำถามในบริบทของชาวบ้าน  หรือความสนใจของชาวบ้าน  ส่วนกลุ่มนักศึกษาเขาก็เข้าใจความต้องการหรือมุมมองของนักศึกษาซึ่งนำคำถามไปยังประเด็นการบริการเสริมของร้านขายกาแฟ เช่น มุมอ่านหนังสือ  และการบริการ Wifi ส่วนกลุ่มนักวิชาการ เด็กๆ ก็สวมบทบาทได้อย่างเหมาะสมกับวัยมีการสอบถามถึงอุณหภูมิของน้ำร้อนที่ใช้ในการชงกาแฟ  สายพันธุ์กาแฟ  ตลอดจนมุมมองแบบละเอียดมากๆ จนครูนกได้ยินคำเปรยจากเด็กๆ บางคนว่า "เลิกคิดขายกาแฟไปเลยเจอคำถามแบบนี้"  ส่วนกลุ่มนักธุรกิจ ก็ถือว่าโชคดีที่เด็กๆ ได้เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ทำให้มุมมองด้านธุรกิจของเด็กๆ ทำให้ครูนกทึ่งมาก เช่น  ในการเปิดร้านกาแฟนมีแผนกลยุทธ์รองรับตลาด AEC อย่างไร
กลุ่มนักธุรกิจนำเสนองาน
    หลังจากเด็กๆ นำเสนอครูนกเลยสรุปให้ฟังว่า การทำกิจกรรมวันนี้ครูต้องการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ในสถานการณ์  นำไปสู่การตั้งคำถาม และการอภิปรายภายในกลุ่ม พร้อมการสื่อสารและนำเสนอความคิดต่อผู้อื่น ที่สำคัญการฝึกทักษะในการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นด้วย


   เด็กๆ  น่าจะสนุกมากๆ เพราะเมื่อครูนกบอกว่า วันศุกร์นี้ครูจะไม่อยู่  เสียงเด็กๆ ก็บอกว่า ทำไมต้องเป็นวันศุกร์  หรือ ทำอย่างไรให้วิชาอื่นได้สนุกแบบนี้บ้าง  ครูนกเลยบอกว่า วิชานี้ไม่มีเนื้อหาให้สอนครูสอนแต่กระบวนการค่ะ ส่วนวิชาอื่นๆ ก็เป็นไปตามธรรมชาติของวิชา