(บทความของ วัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะทำงานด้านเด็ก ลงใน นสพ.มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 25 ตุลาคม 2549)

                ขณะที่คณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ มีประเด็นจุดเน้นร่วมกันที่ชัดเจนในเชิงนโยบายคือ "ระบบเศรษฐกิจพอเพียง" ที่ต้องหยั่งลึกลงให้ได้ในสังคมไทย เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อคนส่วนใหญ่ในประเทศสามารถก้าวไปสู่การ "พึ่งพาตนเอง" ได้ในอนาคต

                เมื่อเป็นเช่นนี้ คำถามที่ต้องถามไถ่ไปยังคณะรัฐมนตรีด้านสังคมก็คือ จะมีจุดเน้นร่วมกันในเรื่องอะไรถึงจะนำพาสังคมโดยรวมไปสู่ทิศทางที่ดีงามได้ ซึ่งคำตอบคงไม่ง่ายนักเพราะมีเวลาเพียงหนึ่งปีสำหรับการทำงาน อีกทั้งงานสังคมนั้นมักจะเห็นผลได้ในระยะยาว กระนั้นก็ตามการช่วยวางรากฐานบางเรื่องร่วมกัน น่าจะยังประโยชน์สำหรับรัฐบาลชุดต่อไปได้มากเช่นกัน

                ดังนั้น จึงมีข้อเสนอในสองประการเบื้องต้น ดังนี้

             หนึ่งขอให้มีการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีด้านสังคมเพื่อหาจุดเน้นของงานร่วมกันให้ได้ โดยข้อเสนอนั้นอาจจะเป็นการพลิกฟื้นระบบคุณค่าทางจริยธรรมให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง หรือเน้นสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและครอบครัวก็ได้

                สองการทำงานร่วมกันในเรื่องเฉพาะหน้าที่สำคัญเร่งด่วน โดยเฉพาะการต่อสู้กับสิ่งที่ได้สร้างปัญหาให้แก่สังคมมาโดยตลอด นั่นคือ "อบายมุข" ทั้งหลายที่กำลังครองเมือง ซึ่งขณะนี้กระทรวงยุติธรรมได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในกรณี "หวยบนดิน" คือเลิกรางวัลแจ๊คพ็อตและเพิ่มโทษยึดทรัพย์เจ้ามือหวยใต้ดิน และกระทรวงสาธารณสุขได้ลุกขึ้นรณรงค์จัดการเรื่อง "เหล้า" โดยเน้นบังคับใช้กฎหมายห้ามโฆษณาเหล้ายี่สิบสี่ชั่วโมง ห้ามจำหน่ายเหล้าแก่คนอายุต่ำกว่า 25 ปีและเตรียมเสนอขึ้นภาษีเหล้าเพื่อให้มีราคาแพงขึ้นและนำรายได้จากภาษีนั้นไปใช้รณรงค์ให้คนไม่ดื่มเหล้า

                เมื่อบางกระทรวงได้ริเริ่มไปในแนวทางที่น่าชื่นชมเช่นนี้แล้ว มีข้อเสนอให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงได้นำไปพิจารณา ดังนี้

                                1.รัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอได้เร่งเอาจริงกับ "สถานบริการ" ที่กระทำผิดกฎหมายทั้งหลาย ตั้งแต่เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่อนุญาตให้มีสถานบริการเปิดขึ้นในที่ห้ามเปิด (เปิดใกล้สถานศึกษา ใกล้ศานสถาน ใกล้บ้านเรือนผู้คน) จัดการปิดสถานบริการที่เปิดอย่างผิดกฎหมาย จัดการตามกฎหมายกับสถานบริการที่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ บังคับใช้ระบบโซนนิ่งอย่างจริงจัง รวมไปถึงการแก้ไขกฎหมายให้สามารถยึดและทำลายแท่นพิมพ์ที่ใช้พิมพ์สื่อลามกออกเผยแพร่

                                2.รัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ขอได้เร่งดำเนินการจับกุมและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเร่งประสานงานกับทุกภาคส่วนของสังคมในการรณรงค์ป้องกันให้เด็กและเยาวชนรู้เท่าทันปัญหายาเสพติด

                                3.รัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงไอซีที ให้เร่งตรวจตราและปิดเว็บไซต์ลามกอนาจาร ที่เปิดเผยแพร่อย่างมากมายกว่าแสนเว็บในปัจจุบัน รวมทั้งดูแลบริษัทที่เปิดให้มีการตั้งกระทู้ในกระดานข่าวทั้งหลายได้รับผิดชอบและรับโทษ หากกระทู้ได้มีการกล่าวร้าย ใส่ความผู้อื่นในทางเสียหาย อีกทั้งขอได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติสืบจับผู้เผยแพร่เว็บลามกอย่างตรงไปตรงมา

                                4.รัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องเร่งส่งเสริมการทำกิจกรรมของเด็กและเยาวชนอย่างกว้างขวางลี้จริงจัง ทั้งกิจกรรมในโรงเรียนและนอกโรงเรียน เพราะการทำกิจกรรมจะนำพาให้พวกเขาห่างไกลออกจากอบายมุขไปสู่การพัฒนาจิตใจสาธารณะเพื่อสังคมส่วนร่วมเพิ่มขึ้น รวมทั้งประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นการด่วน เพื่อขอให้ยึดมั่นและตรวจตราไม่ให้มีการนำเหล้าเข้าไปในวันดหรือไปดื่มเหล้าในวัด ห้ามมีการนำฟลอร์โชว์นุ่งน้อยห่มน้อยไปเต้น (เต้นจ้ำบ๊ะ) ในงานบวชภายในวัด

                                5.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะต้องเป็นหลักในการติดตามภาวะสังคมอย่างใกล้ชิด ว่ากำลังมีสิ่งใดที่ส่อไปในทางนำพาสังคมและเด็กเยาวชนไปในทางที่เสียหาย เช่น การโฆษณาที่ผิดจริยธรรม การให้โหลดภาพโป๊เปลือยในมือถือ การเผยแพร่ การแสดง การนำเสนอที่ผ่านสื่อโทรทัศน์ในทางเสื่อมเสีย จะต้องส่งสัญญาณเตือนให้รู้และให้เลิกเสีย

                การวางรากฐานในเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง ต่อเนื่อง แม้จะดำเนินการได้เพียงหนึ่งปี ผมก็เชื่อว่าจะเป็นพื้นฐานที่ดีสืบไปในสังคมได้...หากลงมือทำแล้ว ผมเชื่อว่าอีกว่าทุกภาคส่วนของสังคมจะก้าวเข้าร่วมด้วยความเต็มใจและเป็นคลื่นพลังที่นำพาสังคมไปสู่ความผาสุก สงบได้โดยเร็ว

ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม

31 ต.ค. 49