ทักษะดิจิตอลสำหรับครูศตวรรษที่ 21
เป็นผลเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ในปัจจุบันทำให้เกิดแนวคิดใหม่ทางการศึกษามากมายอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน นักเรียนต่างให้ความสนใจกับเทคโนโลยีดิจิตอลมากกว่าครั้งใดๆ ที่ผ่านมา พวกเขาใช้เวลากับสิ่งเหล่านั้นมากกว่ากับผู้ปกครองหรือคนใกล้ชิดเสียอีก ซึ่งต้องยอมรับกันว่าการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีมีผลทั้งทางบวกและทางลบต่อนักเรียน ที่ให้ผลในทางลบที่พึงใส่ใจ เช่น ขาดความเอาใจใส่ ช่วงความสนใจสั้น ใจลอย หมกมุ่น ขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เก็บตัว ซึมเศร้า และอื่นๆ อีกมาก แต่อย่างไรก็ตาม ผลในทางบวกก็มีเช่นกัน เป็นเหรียญอีกด้านหนึ่งที่ต้องยอมรับความจริงกันว่าการสอนในโลกปัจจุบันจะต้องแตกต่างไปจากศตวรรษที่ผ่านมา ดังนั้นครูในศตวรรษที่ 21 ควรมีทักษะดิจิตอล (digital skills) ดังนี้
ทักษะการใช้โปรแกรม “digital voice editor” เช่น บันทึกข้อความใน IC recorder ลงฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ หรือการบันทึกไฟล์เสียงจากคอมพิวเตอร์ลง IC recorder เล่นและตัดต่อข้อความลงคอมพิวเตอร์ หรือการส่งข้อความที่เป็นอีเมล์เสียงโดยใช้ซอฟแวร์ MAPI อีเมล์ เป็นต้น
ทักษะการจัดเก็บ URL / รายชื่อเว็บที่สนใจไว้เป็นหมวดหมู่และแลกเปลี่ยนกับผู้เรียน
ทักษะการใช้ “blog” และ “wiki” เพื่อสร้างระบบออนไลน์สำหรับนักเรียน
ทักษะการจับภาพจากสิ่งแวดล้อมหรือทำสำเนาภาพจากเอกสารให้อยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ เช่น รูปถ่าย เอกสารที่เขียนด้วยมือ หรือเอกสารพิมพ์ เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ในห้องเรียน
ทักษะการสร้างเนื้อหาวิดีโอกระตุ้นความสนใจของนักเรียน
ทักษะเกี่ยวกับ “infographics” คือ การเอาข้อมูลที่เข้าใจยากหรือข้อมูลจำนวนมากมานำเสนอในรูปแบบต่างๆ อย่างสร้างสรรค์
ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อการสื่อสารและพัฒนาวิชาชีพ
ทักษะการสร้างรูปแบบการฝึกอบรมหรือการเรียนรู้ที่ผู้สอนและผู้เรียนไม่จำเป็นต้องพบกันตามเวลาในตารางที่กำหนดไว้ (synchronous learning) แต่สามารถติดต่อกันได้ตลอดเวลา โดยใช้เครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา และสถานที่ ผู้เรียนสามารถเรียนที่ไหนเวลาใดก็ได้ (anywhere anytime)
ทักษะในการสร้างและเผยแพร่แฟ้มสะสมงาน (portfolio) ในระบบออนไลน์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต สำหรับบุคคลและองค์กรต่างๆ ที่ต้องการสะสมผลงาน เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลสำหรับการนำเสนอ ตรวจสอบการเรียนรู้หรือการทำงานว่าประสบผลสำเร็จระดับใด
มีความรู้เกี่ยวกับระบบปกป้องความปลอดภัยในระบบออนไลน์
สามารถป้องกันการลอกเลียนแบบงานที่มอบหมายให้นักเรียน
ทักษะในการทำวีดีโอสอนและแบบฝึกสอนต่างๆ
ทักษะการเขียนและเรียบเรียงบทความสำหรับเว็บไซด์เพื่อการสอน
สามารถใช้ “task management tools” เพื่อการวางแผนและการเรียนรู้
สามารถใช้ “polling software” เพื่อสำรวจชั้นเรียน
เข้าใจประเด็นเกี่ยวกับลิขสิทธิ์และกติกาที่ใช้ในออนไลน์
ใช้เกมส์คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน
สามารถใช้เครื่องมือการประเมินดิจิตอล
สามารถใช้ “collaborative tools” เพื่อจัดทำตำราหรือการปรับแก้ไขตำรา
สามารถค้นหาและประเมินเนื้อหาที่ปรากฏตามเว็บต่างๆ
สามารถใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น แท็ปเล็ต (tablet)
แนะนำแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่ดีให้นักเรียนค้นหา
สามารถใช้เครื่องดิจิตอลเพื่อการบริหารเวลา
วิธีการใช้รูปแบบต่างๆ ของ “YouTube” ในห้องเรียน
ใช้ “note taking tools” เพื่อแลกเปลี่ยนเนื้อหากับนักเรียน
สามารถใช้ “annotation” คือ การใส่ตัวอักษร ลูกศร หรือเครื่องหมายสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่อแสดงจุดสนใจบนภาพ / PDF หรือในเนื้อหา
สามารถใช้โปรแกรมจัดภาพ โปรแกรม หรือแผนภาพ และพิมพ์ออกมา
สามารถใช้ “online sticky notes” เพื่อแสดงแนวคิดที่น่าสนใจ
สามารถใช้ “screen casting tools” เพื่อการเรียนการสอน
สามารถใช้ “group text messaging tools” เพื่อจัดทำโครงงานร่วมมือออนไลน์
สามารถตั้งประเด็นเพื่อการสืบค้นโดยใช้เวลาน้อยเท่าที่จะทำได้
สามารถทำเอกสารงานวิจัยโดยเครื่องมือดิจิตอล
สามารถใช้ “file sharing tools” แลกเปลี่ยนไฟล์กับนักเรียนแบบออนไลน์
ถ้าครูรุ่นเก่าทำได้อย่างครูพันธุ์ใหม่นี้แนะนำ เด็กจะได้ประโยชน์มากครับอ. ในขณะเดียวกันครูยุคใหม่ก็ต้องเตรียมตัวและมองเห็นอนาคตใต้แว่นตนเองตลอดนะครับ มิฉะนั้น เด็กจะกลายเป็นครูแทน แทนที่จะสอนเด็ก เด็กกลับสอนแทน..ยอมรับว่าโลกเด็กสมัยนี้ไปเร็วมาก เริ่มตั้งแต่รัฐแจกแท๊บเล็ตนั่นแล เด็กกลายเป็นพันธุ์ใหม่ไปอย่างสิ้นเชิง..
ใช่ค่ะ เพราะการเปลี่ยนแปลงไปของเทคโนโลยี มีบทบาทต่อการศึกษาเป็นอย่างมาก