เจ้าพระยาพระสมเด็จสุเรนทราบดี ได้เรียบเรียบกิริยาที่เรียกว่า "ผู้ดี" ไว้หลายเรื่อง

              การแสดงกิริยามารยาทของมนุษย์ที่ได้ว่า "ผู้ดี" (ผู้เจริญ) มีช่องทางแสดงออก ๓ ทางคือ กิริยากาย กิริยาวาจา และกิริยาใจ

              การแสดงออกทั้งสาม ยังต้องขึ้นอยู่กับบริบทต่างๆ วันนี้ขอเสนอกิริยา "ความสง่างาม ความเรียบร้อย ความสุภาพ" ซึ่งมี ๓ ทางคือ

              ๑) ด้านกิริยากาย (ฺBodily Manner) ควรแสดงความงดงามในท่วงท่าดังนี้

                    -ไม่เยื้องกายข้ามคนอื่น โดยไม่รู้สึกเกรงใจหรือขอโทษก่อน

                    -ไม่เอื้อมสิ่งของที่สูง ที่มีคนอื่นนั่งหรือยืนอยู่ โดยไม่ได้ขออนุญาต

                    -ไม่หยอกล้อคนอื่น จนเกินงามหรือล่วงเกินด้วยการถือวิสาสะ

                    -ไม่ลุกหรือนั่งหรือเดิน อย่างพรวดพราด จนเกินงามหรือทำให้สิ่งของเสียหาย

                    -ไม่หยิบยื่นหรือส่งของในอาการเสือกไส

                    -ไม่บังหรือเดินผ่านคนอื่นที่กำลังดูอยู่ โดยไม่เคารพใดๆ

                    -ไม่แสดงอาการเริงร่าจนเกินงามในบ้านแขก

           ๒) กิริยาวาจา (Verbal Manner) ควรแสดงอาการสื่อสารอย่างผู้ดี ดังนี้

                   -ไม่สอดสวนหรือแย่งกันพูด

                   -ไม่พูดเสียงดังเกินไป

                  -ไม่พูดกระโชกกระชากหรือเสียงตวาด

                  -ไม่ใช้วาจาหักหาญดึงดันกับคนอื่น

                  -ไม่พูดคำหยาบในที่ชุมชน บุคคล สถานที่ทั่วไป

           ๓) กิริยามโน (Mental Manner) ควรแสดงออกทางใจดังนี้

                  -ไม่ปล่อยจิตจนฟุ้งซ่าน กำเริบจนเย่อหยิ่งยโส

                 -ไม่แสดงอารมณ์จนบันดาลโทสะเกินงาม

                 -ควรมีกิริยาใจที่สุภาพที่สังคมต้องการ

                 -มีคุณธรรม ประจำใจ มีจิตสาธารณ์

                 -มีจิตที่เข้มข้น อดทน ยืดหยุ่น ยิ้มแย้ม แจ่มใส

                 ในสังคมปัจจุบัน แม้จะหากิริยาเช่นนี้ยากแล้วก็ตาม  แต่หากเรียนรู้ไว้เป็นบุพกิจของการแสดงออกย่อมเป็นท่วงท่า กิริยางาม เพิ่มเสน่ห์ให้เราได้นะครับ