kaizen
พท.ดร. โชคชัย เอกทักษิณ

"วงจรเวลาชีวิตเราสั้นนัก ควรหมั่นคอยดูแลดีๆ และสร้างสมดุลยภาพเสมอๆ"


ชีวิตนี้สั้นนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญมาก

แด่ เพื่อนร่วมโลก กัลยาณมิตร ผู้ใฝ่ดีใฝ่ชอบ ทุกๆท่าน

หากบ้านเมืองใดที่ประสบภาวะมีสงครามกลางเมืองนั่นคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในช่วงเวลานั้น เพียงแต่ในช่วงวิกฤติพวกเราควรหาโอกาส หลบมาตั้งสติ หามุมสงบ และลองหลับตานึกดู อย่างวัยพวกผมก็ย่างจะเข้าห้าแยกปากเกร็ดแล้ว ที่ผ่านมาถ้าพวกเราเคยห่างและไม่เคยเข้าวัด โบสถ์ มัสยิด สุเหร่า สถานปฎิบัติธรรม ค่ายอบรมคุณภาพชีวิต เราก็ควรหาหนังสือธรรมะ ปรัชญาชีวิต มาอ่านบ้าง และการสวดมนต์ การแผ่เมตตา ละหมาด ก็อย่าให้ขาด จะอยู่ในอิริยบถนั่ง/นอน/เดิน/ยืน ก็ควรทำสมาธิ ซึ่งทำได้ตลอดเวลา เพราะจะทำให้เรามีสติอยู่เสมอๆๆ

แม้พวกเราชาวโลกจะมาจากต่างสายเผ่าพันธุ์ DNA ต่างครอบครัว ต่างภาษา ต่างสถานที่ ต่างการดูแล ความเชื่อถือศรัทธาที่หลากหลาย จะนับถือศาสนาแตกต่างกัน  มีวัฒนธรรมข้ามชาติ (Cross Culture) แต่สิ่งที่เหมือนกันคือพวกเราควรมีอาหารทางจิตที่คอยเติมให้เต็มอย่าให้พร่อง และอาหารทางกายก็ต้องให้ครบสารอาหาร เพื่อนๆกัลยาณมิตรทุกท่านทราบไหมเพียงแค่ พวกผมกินข้าวสังข์หยดธรรมชาติ จากบ้านเกิด@พัทลุง อย่างเดียวเพียงแค่นี้ อาจจะเติมด้วยผักสดๆ ผลไม้สดๆ ธัญพืชจากธรรมชาติไม่แปรรูปมาก เราก็ไม่ขาดสารอาหารแน่นอน ครบถ้วนตามหลักโภชนาการสากล (แต่ไม่ใช่ครบ ๕ หมู่จ่า ?! อย่างที่พวกเราถูกบังคับให้เข้าใจให้ท่องให้เรียนมาแบบผิดๆ และเป็นที่ฉงนใจเพราะในหลากหลายประเทศไม่ได้สอนแบบนี้เลย)  

 

 

ด้วยเพราะ "ชีวิตนี้สั้นนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญมาก" ผมขอฝากความรักความจริงใจมายังเพื่อนรักกัลยาณมิตรทุกคนครับ ... การเกิด แก่ เจ็บ ตาย คือวัฏฏะของการเป็นคน เราทุกคนควรตระหนักใหม่ให้ดีๆๆว่า ในชาตินี้ควรภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคน เพราะชาติหน้าเราจะเกิดมาเป็นอะไรก็ไม่รู้ … และไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ แต่ด้วยที่คนต่างจากสัตว์ตรงที่ คนมีจิตวิญญาณ ที่แยกแยะผิด/ชอบ ชั่วดี และด้วยเพราะมนุษย์ต่างจากคนตรงที่ มีจิตใจที่สูงส่งกว่า

"เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง
เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน
ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน
ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา …"

(บางตอน "เป็นมนุษย์ หรือ เป็นคน" จาก พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อนฺทปญฺโญ) หรือนาม ท่านพุทธทาสภิกขุ ….)

พุทธศาสนิกชนชาวไทย ที่เป็นพุทธไทยแท้ๆ จะเข้าใจว่า หากคนที่ขาดเบญจศีล คือศีล ๕ ข้อ ที่เป็นขั้นพื้นฐานของคนไทยพุทธฯ คนเหล่านั้นก็จะเป็นได้เพียงครึ่งคน-ครึ่งสัตว์ มิใช่ฤา

ตามทะเบียนสำมะโนครัวคนไทยส่วนใหญ่ พอเราเกิดมาก็ถูกบังคับระบุว่านับถือ"ศาสนาพุทธ" ทั้งที่ๆ ทุกวันนี้คนไทยพุทธจำนวนมากมาย ประมาณร้อยละ ๙๐ ของประเทศ (ราว ๖๐ ล้านคน) ก็ยังไม่เข้าใจว่า ศาสนาพุทธคืออะไร และการจะเป็นพุทธศาสนิกชน ควรต้องปฏิบัติตนอย่างใด

พวกเรามักจะพบเห็นคุ้นเคยที่มีเอกสารที่ทำเป็นรูปเล่ม เย็บเป็นแบบหนังสือ (แต่ไม่มีผู้แต่ง/ไม่มีเลข ISBN) อยู่มากมายที่วางแจกเรียงรายในที่สาธารณะ ห้องสมุดต่างๆมากมายมหาศาล ซึ่งคนไทยก็ละเลย ที่จะหยิบจับมาอ่านเพราะคนไทยมีนิสัยพฤติกรรมพื้นฐานไม่รักการอ่าน ไม่ชอบการเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่มีระบบความคิด ที่สำคัญคนไทยที่ยังอ่านหนังสือไม่ออกมีอยู่เยอะมากๆๆ หากในกลุ่มประเทศอาเซียนเราคืออันดับหนึ่ง (แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน เพราะด้วยเหตุผลต่างๆ)

ปัจจุบัน ที่ชัดเจนความจริงคือ "แม้ในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมยังอ่านหนังสือไม่ออกเลย" ตรงนี้คุณครูที่เป็นกัลยาณมิตรยืนยันแบ่งปันข้อมูลมา  ซึ่งผมฟังแล้วอึ้งไป เลยทำให้ผมไม่แปลกใจที่ประเทศไทยเรายังถูกจัดเป็น "ประเทศด้อยพัฒนาถาวร" อยู่

ในขณะที่ชาวไทยมุสลิม กว่าร้อยละ ๑๐ ของประเทศ และชาวอาเซียนกว่า ร้อยละ ๗๐ ซึ่งหมายถึงว่าในกว่า ๖๐๑ ล้านคน คือชาวมุสลิม ซึ่งมีความศรัทธาที่ดี พวกเราเคยสังเกตไหมว่าสถานที่สาธารณะ จะมีห้องทำพิธีละหมาดด้วย แต่พวกเราชาวไทยพุทธเคยแปลกใจไหมว่าทำไมไม่มีห้องสวดมนต์สำหรับ ชาวพุทธไทยเลย …. แต่ผมแปลกใจจะทวงถามเสมอๆก็ยังหาคำตอบไม่ได้

ชาวมุสลิมทั่วโลก (กว่า ๑.๕๗ พันล้านคน) จะมีระเบียบที่เคร่งครัด และมีการสวดมนต์กันวันละ ๕ ครั้ง เช่น ผู้ละหมาดต้องเป็นมุสลิมเท่านั้น มีเจตนาแน่วแน่ (นียะหฺ) หันหน้าไปทางทิศกิบลัต (ทิศตะวันตกของประเทศไทยก็คือที่ตั้งของเมกกะ) การประกาศบอกเวลาละหมาด (อะซาน) การประกาศให้ยืนขึ้นเพื่อละหมาด (อิกอมะหฺ) การทำความสะอาดของร่างกาย-มือ-เท้า-เสื้อผ้า-สถานที่ ก่อนละหมาด เป็นต้น

พวกเราชาวไทยพุทธไม่เคยถามตนเอง ผู้ปกครองส่วนมากไม่เคยให้ความสำคัญเรื่องนี้แก่สมาชิกในครอบครัว รวมทั้งผู้นำในชุมชน ผู้บริหารในองค์กร แล้วพวกเราจะเคยทราบไหมว่าชาวไทยพุทธสวดมนต์กันเป็นกี่คน และคนไทยพุทธสวดมนต์กันละกี่ครั้งในรอบเดือนหรือในรอบปี และมีอีกกี่หลายล้านคนที่ยังท่องบทสวดมนต์ไม่ได้เลย แม้คำว่า  "นะโม" คืออะไรก็ยังไม่รู้จัก สวดมนต์ทำไมเพื่ออะไรก็ยังไม่ทราบ

ผมมีเพื่อน/คนรู้จักที่เป็นชาวพุทธไทยเล่าในฟังว่าตั้งแต่จำความได้ สมัยเด็กพ่อแม่พาไปวัดไม่กี่ครั้ง จนตอนนี้มีครอบครัวและมีลูกโตแล้ว ก็ยังไม่เคยไปวัดอีกเลย โดยให้เหตุผลว่า ศาสนาอยู่ที่ใจ ผมพยายามหาคำตอบและวิเคราะห์ได้ว่า เพราะคนเรามักอ้างว่าไม่มีเวลา และเหตุผลลึกๆคงไม่ศรัทธาในพุทธศาสนาไทย ที่มีแต่สิ่งไม่ดีให้พบเห็น ยุคของความถดถอยศาสนาพุทธไทย (คำถามของผมในใจ สรุปว่าพวกเราสามารถเปลี่ยนศาสนา/ปฏิรูปกันได้ไหม และสำรวจประชากรแบบใหม่กันจริงๆจังกันดีไหม !?)

พวกเราชาวไทยทั้งประเทศ คุณพร้อมหรือยังที่จะเปิดประเทศให้ชาวอาเซียน และชาวทุนนิยมจากทั่วโลก ที่กำลังเข้ามาอย่างมากมาย อย่างที่เราคงคาดคิดไม่ถึงแน่นอน เพราะในอีกไม่กี่ร้อยวัน นับจากนี้ไป ….  (ซึ่งตอนนั้นประเทศไทย จะถูกแบ่งแยกกันไปกี่รัฐ กี่เขตปกครองฯ ใช้ระบบเงินสกุลใด พวกเราก็ไม่สามารถจะทำนายได้)

สิ่งที่เราสามารถสร้างความสมดุลยภาพให้กับชีวิตของพวกเรา ....คือ...

๑. การหวนกลับมาสู่สามัญ ธรรมชาติ และการมีศาสนา (หรือความเชื่อ) ประจำตน

๒. การให้ "ความรักและเมตตาผู้อื่น คือในทั้งคนและสัตว์" คือการให้ที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดของการเกิดได้เป็นคน และการเป็นมนุษย์ พวกเราควรหยุดเลิกเข่นฆ่าคนและสัตว์ร่วมโลก นั่นคือความรักที่แท้จริง และไม่เสแสร้งครับ  "เนื้อสเต็กที่กินกันโอชะ สำราญท้อง  พวกเราเคยมีจิตวิญญาณสะท้อนกลับบ้างไหมว่า

"แม่วัว" จะรู้สึกอย่างไรที่ถูกสังเวยชีวิตให้กับสิ่งมีชีวิต/อมนุษย์ ที่เรียกตนเองว่า "คน"

ค่าการไถ ถ่ายปุ๋ย ให้นมดื่ม
เสียงสะอึ้น ชื่อวัวสัตว์ เดรัจฉาน
ฆ่ามันกิน ความอยาก ใจยักษ์มาร
ขอประจาน ไอ้คนสัตว์ เนรคุณ

(… เสียงสะท้อนจากแม่วัว ... ประพันธ์โดย อำนวย เอกทักษิณ, พ.ศ. ๒๕๒๑)

๓. มังสวิรัติคือสันติของโลก เพราะ "แท้จริงแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์กินพืช"
" มังสวิรัติเป็นคือคำตอบและเป็นสิ่งที่ดี ชีวิตคนและสัตว์มีจิตวิญญาณเหมือนกัน ใครๆก็รักหวงแหนชีวิตตนเอง ทำไมคนเราต้องฆ่าสัตว์ด้วย"

"ผู้ที่มีญาณในการรับรู้ "มังสวิรัติ คือวิสัชนาของ การมีศีล เมตตา และมีคุณธรรมที่แท้จริง"

และในบั้นปลายวัยสุดท้ายครึ่งศตวรรษของพวกเราชีวิต นอกจากการพักผ่อนเพียงพอ การออกกำลังกายที่สม่ำเสมอแล้ว พวกเราควรหันมารักษาศีล๕อย่างจริงจัง และบริโภควิสุทธิมังสวิรัติ จะช่วยถนอมร่างกาย และจิตใจได้สงบ ปลอดโรคภัย ชะลอการกำเริบโรคร้าย เพราะ "อาหารคือโอสถ",  You are What You Eat !

๔. มากราบไหว้แบบ "ปัญจะวันทา" คือ ๑.พระพุทธ - ๒.พระธรรม - ๓.พระสงฆ์ - ๔.บุพการี - ๕.ครูบาอาจารย์ และจงมาช่วยกันเร่งสร้างกุศล คุณความดีเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินที่ให้กำเนิดพวกเรา กันเถอะครับ

ขออนุโมทนา สาธุ
ด้วยความรักและห่วงใย

๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
By... kaizen2014 「改善二◯一四」
กูรูครอบครัวนักมังสวิรัติปีที่ ๓๖


อ้างอิงที่มา

  • หลายแหล่งข้อมูลบางส่วนอาจจะไม่อัฟเดท ควรตรวจสอบเพิ่มเติมเองด้วย:
  • Population Reference Bureau, 2012-12-12
  • http://www2.ipsr.mahidol.ac.th/newsletter/index.php/2012-11-08-03-49-15/vol33-no2/82-cat-vol33-no3/95-vol33no2-12
  • http://th.wikipedia.org/wiki/ศาสนาพุทธ
  • http://th.wikipedia.org/wiki/ศาสนาในประเทศไทย
  • http://th.wikipedia.org/wiki/ศาสนาอิสลาม -
  • http://th.wikipedia.org/wiki/ศาสนาคริสต์ -
  • http://th.wikipedia.org/wiki/ศาสนาฮินดู -
  • http://www.asoke.info/ -
  • http://th.wikipedia.org/wiki/ละหมาด -
  • http://www.lib.ru.ac.th/journal/prayer1.html -
  • http://info.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=7&id=18174 -
  • http://www.ricesiam.com/ -
  • http://www.ricesiam.com/page01.php -
  • แท้จริงแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์กินพืช เรียบเรียงโดย ชนาธิป วงศ์ธิกุล ISBN ๙๗๘-๖๑๖-๗๑๑๕-๒๗-๖ -
  • http://kokoyadi.com/2012/09/vegetariananimal/ -
  • http://www.dhammathai.org/store/pray/page1.php - http://youtu.be/MZrVDYVcEgE -
  • http://en.wikipedia.org/wiki/Vegetarianism_by_country -
  • http://www.statisticbrain.com/vegetarian-statistics/ -
  • http://www.vegetariantimes.com/article/vegetarianism-in-america/ -
  • http://www.chongter.com/webboard/index.php?topic=4097.25;wap2 -
  • http://www.sereechai.com/demo/news.php?no=10211 -
  • http://www.watisan.com/showdetail.asp?boardid=1080 -
  • http://www.dhammathai.org/webboard/dbview.php?No=2800
หมายเลขบันทึก: 561812เขียนเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2014 00:01 น. ()แก้ไขเมื่อ 8 เมษายน 2014 02:06 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

฿190.00 -69.47%
฿80.00 -68.75%
฿1,380.00 -0.0%
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี