1. ชื่อโครงการ : โครงการเสริมสร้างสมรรถนะบุคลากรด้วยกระบวนการ KM ครั้งที่ 1
2. ผู้รับผิดชอบโครงการ : งานศูนย์พัฒนาวิชาการเพื่อการเรียนรู้ สำนักศึกษาทั่วไป
มหาวิทยาลัยหาสารคาม
3. หลักการและเหตุผล
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ได้ให้ความหมายของการจัดการความรู้ หรือเรียกย่อๆ ว่า KM (Knowledge Management) ว่าเป็นการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์การ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์การสามารถเข้าถึงความรู้และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด
การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 3 ประการไปพร้อมๆ กัน ได้แก่ บรรลุเป้าหมายของงาน บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้[1] สำนักงาน ก.พ.ร. จึงได้กำหนดให้นำ KM มาใช้ในหน่วยงานราชการโดยบรรจุไว้เป็นหนึ่งในเกณฑ์การประเมินภายในของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แผนงานที่หลากหลายด้านการจัดการความรู้ถูกกำหนดขึ้นในหน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งการฝึกอบรมแก่บุคลากรเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและตระหนักในความสำคัญของการจัดการความรู้ การพัฒนาเครื่องมือเพื่อให้เกิดการจัดเก็บความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากร ซึ่งบางหน่วยงานประสบผลสำเร็จตามแผนงานที่ตั้งไว้ สามารถพัฒนาตนเองสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้ แต่หลายหน่วยงานที่ดำเนินการเพียงเพื่อให้ผ่านเกณฑ์การประเมินฯ ไม่ใช่การจัดการความรู้ในรูปแบบที่จะก่อให้เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ ทำให้การจัดการความรู้ในหน่วยงานล้มเหลว
ศูนย์พัฒนาวิชาการเพื่อการเรียนรู้ (CADL) จึงจัดโครงการเสริมสร้างสมรรถนะบุคลากรด้วยกระบวนการ KM ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการริเริ่มในการสร้างสังคมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เปิดโอกาสให้มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความเห็น และสร้างบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในองค์กรเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของหลักการทำงาน เห็นความสำคัญและคุณค่าของตัวบุคคล เป็นผลให้เกิดการพัฒนาและใช้ศักยภาพของบุคคลในการทำงานได้อย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพ มีการสร้างความรู้ใหม่ หรือนำความรู้ที่มีอยู่มาใช้ในการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่มีประโยชน์ต่อองค์กรมากขึ้น รวมทั้งรวบรวมความรู้ภายในองค์กร และนำเข้าความรู้จากภายนอกนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมและทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และให้มีการรวมกลุ่มกันของบุคคลในองค์กรที่มุ่งเน้นความรู้และการเรียนรู้ร่วมกัน พร้อมทั้งนำความรู้ที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในองค์กร ท้ายที่สุดเมื่อบุคลากรมีระบบและกระบวนการในการจัดการเรียนรู้เป็นอย่างดีจนเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กร บุคลากรทุกคนมีค่านิยมและเป้าหมายร่วมกันจะทำให้องค์กรนั้นเกิดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในที่สุด
4. วัตถุประสงค์
- เพื่อส่งเสริมให้สำนักศึกษาทั่วไปเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)
- เพื่อเสริมสร้างสรรถนะในการทำงานของบุคลากรสำนักศึกษาทั่วไป
- เพื่อให้ได้แนวทางหรือแนวปฏิบัติที่ดีมาปรับใช้ในการปฏิบัติงาน
5. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- ได้ร่วมกันส่งเสริมสำนักศึกษาทั่วไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)
- บุคลากรสำนักศึกษาทั่วไปมีสมรรถนะในการทำงานที่ดีขึ้น
- ได้แนวทางหรือแนวปฏิบัติที่ดีมาปรับใช้ในการปฏิบัติงาน
6. กลุ่มเป้าหมาย/ผู้เข้าร่วมโครงการ
บุคลากรสำนักศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
7. ระยะเวลาดำเนินโครงการ
4 ธันวาคม 2556
8. สถานที่ดำเนินโครงการ
ห้องประชุมสำนักศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
9. สรุปสาระสำคัญ
กิจกรรม เวลา 08.30 – 10.30 น. “KM รู้ทัน ใช้เป็น เห็นผล”
1. KM คืออะไร?
- KM คืออะไรไม่สำคัญเพราะไม่ตายตัว แต่อย่างน้อยต้องมี 3 ข้อ ที่เราทำการ KM ได้แก่ 1) อยากคุย / มีแรงบันดาลใจ 2) มีเรื่องหรือหัวข้อที่จะคุย 3) มีคนคุย / มีชุมชน
- KM ทำเพื่ออะไรสำคัญกว่า เพราะคนส่วนใหญ่มักจะใช้ KM เพื่อพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพและเพื่อพัฒนาความสุขในการทำงาน
2. ปัญหาที่พบหรือช่วยกันแก้ไขเป็นประจำ
- ไม่มีภาระงานที่ชัดเจน
- ระบบอินเตอร์เน็ตล่มบ่อย มีปัญหา
- ปัญหาเรื่องเด็กสอบย้อนหลังจำนวนมาก (เด็กไม่ซื่อสัตย์)
- จัดระบบงานตนเองยังไม่ลงตัว
- เรื่องคะแนนนิสิตผิดพลาดเนื่องจาก ระบบระเบียน
- อุปกรณ์และเครื่องมือไม่เพียงพอต่อการทำงาน
- ระบบสอบ Exit Exam และ E-Testing ไม่สามารถวิเคราะห์ข้อสอบได้
- ติดตามและรวบรวมคอลัมน์ลงวารสารได้ยาก
- การแจ้งเรื่องแบบจะเอาด่วนทันที ยื่นวันนี้ขอให้ได้พรุ่งนี้
- ใช้เงินไม่ตรงตามแผน
- การดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผน
- งานทับซ้อน งานด่วน
- การดำเนินการของกองอาคารสถานทที่ โครงสร้างพื้นฐาน น้ำ ไฟฟ้า ปรับปา
- นโยบายหน้างานไม่ชัดเจน
- ปัญหางานเร่งด่วนแต่ได้เอกสารล่าช้า
- แผนการดำเนินงานไม่ชัดเจน
- ไม่เก่งกราฟฟิค ออกแบบไม่สวย แก้โดยใช้ CSS.org
- ทิศทางการดำเนินงานยังไม่ชัดเจน
- อาจารย์บางท่านไม่กรอก มคอ. 3
- สำนักพิมพ์ อาจารย์ชอบเข้ามาให้งานแบบด่วนๆ (ทั้งงานภายในและทั่วไป)
- นิสิตที่มาติดต่อไม่รู้ความต้องการของตนเอง เมื่อสอบถาม ไม่รู้ว่ามาสอบถามเรื่องอะไร
- ปัญหาเกี่ยวกับการทวงหนี้สำนักพิมพ์
- ทำอย่างไรนิสิตจะเข้าใจโครงสร้างหลักสูตร เพราะเกี่ยวข้องกับการลงทะเบียน
- การจัดซื้อคุรุภัณฑ์
- การเบิกใช้วัสดุเร่งด่วนไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า
- การจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
- โครงการใหม่ๆ นโยบายใหม่ๆ ไม่มีระเบียบรองรับ
- ปัญหาเรื่องสต็อกหนังสือ ค่าลิขสิทธิ์
- การบันทึกข้อสอบลงในคลังข้อสอบ
3. ถ้าทำได้จะทำอะไรเพื่อ GE
- ทำให้สำเร็จลุล่วงมีประสิทธิภาพ
- ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
- อยากให้การบริการที่ดีขึ้น เพื่อให้ทุกคนพอใจที่สุด
- ให้บุคลากรทุกคนได้บรรจุเป็นพนักงานทั้งหมด มีความมั่นคงในการทำงาน
- ทำให้ทุกคนมีขวัญกำลังใจที่ดี
- พัฒนาระบบสารสนเทศให้สนับสนุนทุกส่วนงาน อำนวยความสะดวกให้ทุกส่วนงาน
- ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
- ทำให้ทุกคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน
- อยากให้งานราบรื่นทุกอย่าง ไม่มีปัญหาใดๆ
- อยากให้ขึ้นเงินเดือน มีสวัสดิการที่ดี
- พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ
- สร้างตัวมาสค็อดของจีอี
- ช่วยกันแก้ไขปัญหา
- สร้างตึกใหม่ให้จีอี และพัฒนาอาคารเรียนไฮเทคด้วยระบบอิเล็คทรอนิคทั้งหมด
- อยากให้คลังข้อสอบของจีอีสามารถใช้งานได้ ได้มาตรฐาน
- จะเรียนรู้งานของเพื่อนร่วมงานให้มากขึ้น เพื่อนำมาปรับปรุงตนเอง
- พัฒนาทะเบียนพัสดุคุรุภัณฑ์ให้เป็นปัจจุบัน และสืบค้นสืบหาได้ง่าย
- ประชาสัมพันธ์จีอีให้มีชื่อเสียงต่อหน่วยงานภายนอก
- ทำให้จีอีเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
- อยากเป็นหมอเทวดา หากใครเป็นมะเร็ง ก็รักษาได้ให้กลายเป็นเนื้อดี
- อยากชวนพี่ค้อจ้อ (ปรีชา) กับพี่ญาว (บรรจง) แต่งเพลงให้จีอี
4. ประเด็นในการจัดการความรู้ คือ “การดำเนินงานตามแผน”
[1] ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ พานิช, “ บทบาทของผู้อำนวยความสะดวกในการจัดการความรู้” ( สถาบันการส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม : KMI)
อาจารย์ ดร.ฤทธิไกร ไชยงาม ได้ให้ความอนุเคราะห์เป็นกระบวนกร ในการจัดการความรู้ในครั้งนี้
หลังจากสิ้นสุดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ กระบวนกรได้สอนวิธีการเขียนบล็อกบน Gotoknow เพื่อเพิ่มช่องทางให้บุคลากรได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น