หนังสือดีที่ชวนอ่าน
ตอน1 : ดวง

           เป้าหมายของการจัดการความรู้นั้น จากเอกสารเรื่อง “การจัดการความรู้ คืออะไร : ไม่ทำไม่รู้ โดยศ.นพ.วิจารณ์ พานิช (http://www.anamai.moph.go.th/newsletter/kru/vijarn01.html)

กล่าวไว้ว่า

            การจัดการความรู้มีเป้าหมาย 3 ประการใหญ่ๆ ได้แก่
                    1. เพื่อพัฒนางาน ให้มีคุณภาพและสัมฤทธิ์ผลยิ่งขึ้น
                2. เพื่อพัฒนาคน คือพัฒนาผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งในที่นี้คือ พนักงานทุกระดับ แต่ที่จะได้ประโยชน์ที่สุด คือ พนักงานชั้นผู้น้อยและระดับกลาง
                   3. เพื่อพัฒนา “ฐานความรู้ขององค์กรหรือหน่วยงาน” เป็นการดพิ่มพูนทุนความรู้ขององค์กร ซึ่งจะช่วยให้องค์กรมีศักยภาพในการฟันฝ่า ความยากลำบาก หรือความไม่แน่นอนในอนาคตได้ดีขึ้น

             สำหรับสาระสำคัญของเรื่องเล่าวันนี้ จึงอยากหยิบเอาบทความดีดี จากหนังสือที่ได้อ่านมาเขียนบันทึกไว้ เพื่อเจตนา ...ตอกย้ำตัวเองให้เข้าใจสัจธรรมได้แจ่มชัดขึ้น ถือเป็นการพัฒนาตนเองทั้งทางสติปัญญาและทางจิตใจให้อยู่กับร่องกับลอย ผนวกกับการพัฒนาตนสู่การพัฒนางาน และนำมาเป็นของฝากสำหรับผู้อ่านบทความนี้ร่วมกัน

ตอน1 : ดวง

            ชื่อบทความเรื่อง “ดวง” เป็นส่วนหนึ่งของชาดกการเมือง เขียนโดย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ จากหนังสือ รู้ทันกังฉิน ซึ่งผู้เขียนจะหยิบยกเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อหาประทับใจ (คนจะนิยมพูดถึงดวงกันอย่างหนาหูยิ่งเทศกาลการให้ 2 ขั้น ของระบบราชการ หรือการให้โบนัส...บ้างก็ว่า ปีนี้ดวงไม่ดี ไม่ได้ 2 ขั้นบ้าง... บทความต่อไปนี้น่าจะช่วยกระตุกวิธีคิด ให้กลับสู่ปัจจุบันได้บ้าง) ความว่า ....

          ดวง ... การผูกโยงเอาเรื่องดวงให้เข้ามาเกี่ยวเนื่องกับชีวิตคนหรือสัตว์โลกนั้น ชาวพุทธทั้งหลายไม่ควรนำมายึดถือ เนื่องจากพุทธศาสนานั้นสอนให้ยึดเรื่องกฎแห่งกรรมเป็นสำคัญ คือทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับกรรมของแต่ละคน

            คำว่า ดวง ประกอบด้วยพยัญชนะ 3 ตัว 
คือ ด.เด็ก ว.แหวน และง.งู

           ด.เด็ก น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ หมายถึง ดี คุณเป็นคนดี มากน้อยแค่ไหน เคยประกอบคุณงามความดีอย่างไรบ้าง และประพฤติตนตั้งอยู่ในความดีเช่นไร เหมาะสมถูกต้องกับกิจการที่ทำหรือไม่


           ว.แหวน หมายถึง วิชาความรู้ ความสามารถในการทำงานว่าเป็นอย่างไร เหมาะสมถูกต้องกับกิจการที่ทำหรือไม่


          ง.งู หมายถึง งาน ที่ว่าทำงานเป็นหรือเปล่า ขี้เกียจหรือขยันขันแข็ง เลือกงานและไม่ยอมต่อสู้กับงาน ต่อสู้กับอุปสรรคทั้งหลาย ชอบแต่สบายเข้าว่า
 
            ถ้าทำอย่างนี้ได้ดวงดาวบนท้องฟ้าก็ทำอะไรไม่ได้


 และท้ายบทความท่านกล่าวว่า ความสุขที่แท้จริงนั้น อยู่ที่จิตใจที่สงบจากความเร่าร้อนแห่งกิเลสตัณหา มีความเยือกเย็นสบายใจภายใน ไม่จำเป็นต้องไปเสาะแสวงหาในที่อื่นใด เพราะมันอยู่ภายในของเราอยู่แล้ว เพียงแต่เราหยุดยั้งกิเลสให้ได้เท่านั้น

 สนใจอ่านรายละเอียด เรื่อง ดวง ได้จากหนังสือ “รู้ทันกังฉิน” เขียนโดย น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สำนักพิมพ์ขอคิดด้วยคน หน้า 11 - 14