บทวิพากษ์นวยิยาย เรื่อง "โทรทัศน์" ของซะห์นูน อะหมัด
โดย เหมือนขวัญ เรณุมาศ
13/11/2013
นวนิยายเรื่อง โทรทัศน์ เป็นนวนิยายสะท้อนปัญหาสังคมของมาเลเซีย โดยนักเขียนชาวมาเลเชียชื่อ ซะห์นูน อะหมัด เผยแพร่ครั้งแรกในปี 1995 และได้รับการแปลโดย อับดุล ราซัค พิมพ์เผยแพร่ฉบับภาษาไทยในปี 2552 โดยสำนักพิมพ์บ้านหนังสือ
เมื่อพูดถึงนวนิยายเรื่องโทรทัศน์แล้ว หลายทัศนะมักจะบอกว่า โทรทัศน์ทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าถึงอารมณ์ความตกต่ำเสื่อมเสียทางด้านจริยธรรมและศีลธรรมของชาวมลายูมุสลิมที่กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “ความเป็นสมัยใหม่” ได้อย่างถึงแก่นและเห็นภาพมาก แต่ในอีกแง่หนึ่งที่ปรากฏในหนังสือโทรทัศน์และมักจะโดนมองข้ามไปคือ ประเด็นความย้อนแย้งระหว่างสิ่งที่เรียกว่า “ศาสนา” กับ “ความเป็นสมัยใหม่” ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้สะท้อนออกมาให้เห็นค่อนข้างชัดเจนจากพฤติกรรมที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปของตัวละครที่ชื่อว่า จะห์ ซึ่งเป็นตัวละครหลักของเรื่อง อาทิเช่น การตัดขาดจากการปฏิบัติศาสนกิจของศาสนาอิสามของจะห์และมะอีซาห์ {พ่อ} การแต่งกายที่สละจากการปกปิดเรือนร่างมาสู่การแต่งกายที่เข้ากับยุคสมัยใหม่ นุ่งสั้น รัดกระชับหรือแม้แต่เสื้อที่โชว์บ้าง โป๊บ้าง การร่วมประหัตประหารกามอารมณ์ระหว่างจะห์กับผู้เป็นพ่อ ฯลฯ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของจะห์นั้นเกิดขึ้นนับตั้งแต่ที่จะห์ได้เข้ามาทำงานในโรงงานผลิตสกูร์ในตัวเมือง และเสพสื่อจาก "โทรทัศน์" บ่อยครั้งจนนำมาซึ่งการลอกเลียนแบบพฤติกรรม
ทั้งนี้ผู้เขียน คือ ซะห์นูน อะหมัดจงใจจะให้ "โทรทัศน์" เป็นตัวแปรสำคัญในการทำให้ศีลธรรมและความดีตามศาสนาอิสลามของตัวละครในเรื่องต้องตกต่ำลง ตกต่ำชนิดว่า ผู้อ่านเองก็เผลอเอือมระอากับพฤติกรรมของตัวละครหลักอย่างรุนแรงก็ว่าได้ และแล้ว ในท้ายที่สุดนั้น ผู้เขียนจึงทำให้เรื่องราวจบสิ้นด้วยการให้ธรรมชาติลงโทษครอบครัวของจะห์ทั้งหมด ตัวละครหลักของเรื่องจึงต้องเสียชีวิตอย่างน่าอนาจใจ ซึ่งในแง่นี้สามารถสะท้อนได้สองแบบ (1) คือ ศาสนากับความเป็นสมัยใหม่ไม่สามารถเข้ากันได้ และ (2) คือ การละเลยศาสนาทั้งไม่ยึดมั่นในคำสอน (ศาสนาอิสลาม) และไม่ปฏิบัติศาสนกิจอย่างเป็นนิจ จะทำให้ชีวิตต้องพินาศ ซึ่งอย่างที่ 2 นี้ แน่นอนว่า คงไม่ถูกใจกลุ่มที่ลุ่มหลงในลัทธิเสรีนิยมนัก และอาจเป็นที่ถกเถียงต่างๆ นานา
แต่จะว่าไปแล้วนวนิยายเรื่อง "โทรทัศน์" ก็เปรียบเสมือนนวนิยายที่สะท้อนทั้งปัญหาสังคมของมาเลเซียและเป็นทั้งนวนิยายที่เป็นคติสอนใจคนรุ่นใหม่ให้หันกลับมาใส่ใจคุณธรรม จริยธรรมให้มากขึ้น ซึ่งการเน้นในเรื่องการทรอกแทรกคติสอนใจตรงนี้ อาจเป็นทั้งเรื่องที่ดีและเป็นผลลบของนวนิยายเรื่อง "โทรทัศน์" ให้ขาดความบันเทิง คุณค่าด้านอื่นๆ และอาจไม่เป็นที่สนใจของเยาวชน
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ใครที่ยังไม่เคยอ่านนวนิยายเล่มนี้ หรือมีความสนใจ ทั้งอาจสนใจนักเขียน เรื่องราวหรืออะไรก็ตามที่อยู่ในเรื่อง "โทรทัศน์" ก็ขอแนะนำให้อ่าน เพราะถึงแม้บางทัศนะจะบอกกล่าวว่า นวนิยายเล่มนี้ไม่ต่างอะไรกับนวนิยายเชิงคุณธรรม คติสอนใจ บลาๆ ก็ตาม แต่จริงๆแล้ว นวนิยายเล่มนี้ถ้ามองในเชิง ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม การแทรกซึมหรือผลของระบบทุนนิยม และความเป็นจารีตของชาวมลายูมุสลิมในประเทศมาเลเซีย ก็จะพบข้อมูลเหล่านี้อยู่ไม่น้อยทีเดียว หนำซ้ำภาษาเขียน (ฉบับภาษาไทย) ก็ยังอ่านง่าย คมคายและมีความเป็นวาทศิลป์อยู่ไม่น้อยด้วย
