GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

"Burn Out"เกิด จึงจำเป็น...ต้องดูแลใจตนเอง

"Burn Out" จำเป็น...ต้องดูแลใจตนเอง

เพราะอะไร...ทำไมคนทำงานทางด้านการช่วยเหลือจำเป็นต้องดูแล...จิตใจตนเอง...นี่อาจเป็นคำถามที่ใครหลายคนมักโดนถามบ่อยๆ..บ้างว่าเหนื่อยไหม เพี้ยนตามไหม...ง่ายๆ..คือบ้าหรือเปล่า..เพราะต้องคอยรับทราบ รับฟังปัญหาของคนอื่น...
ก็นี่แหละคะ..หากเราไม่มีภูมิแห่งจิตใจที่เข้มแข็งเป็นเกราะป้องกันแล้ว..ภูมิที่มีอาจลดน้อยหายไป...กลายเป็นความเพลี่ยงพล้ำแห่งตนได้...

...
หลายครั้ง ต่อหลายครั้ง...หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นความสม่ำเสมอก็ว่าได้ที่ดิฉันต้องให้เวลาแก่ตนเองในการดูแลจิตใจของตนเอง..
ทำไม..และทำไม...
ความจำเป็นที่เราต้องเข้าใจตนเอง...อารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด
เพราะหากเราไม่เข้าใจตัวเรา..ก็เป็นการยากที่เราจะเข้าใจ...ในอารมณ์ ความรู้สึก นึกคิดของคนอื่น
และที่สำคัญอาจเกิดอาการที่เรียกว่า...ภาวะ burn out ได้

...
ทุกวันนี้..ดิฉันนอกจากการเลือกทานอาหารที่จำเป็นต่อด้านกายภาพตนเองแล้ว...
สิ่งที่ไม่ละเลย คือ การดูแลทางด้านจิตใจ...
กับการเรียนฝึกจิต...ต่อเนื่องมา...ปีนี้ย่างเข้าปีที่สิบ...กับความสม่ำเสมอ...ที่เรียนรู้เรื่องนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
และที่สำคัญ...การฝึกตนเองใน..เรื่อง "อารมณ์สุทรียะ"...
การปรับความสมดุลย์การทำงานของสมองสองซีก ซ้าย-ขวา ให้สมดุลย์กัน
กิจกรรมที่ทำเสมอ...
ฟังเพลง...เบาๆ โดยเฉพาะเพลงบรรเลง...ซึ่งเช้าๆ..จะฟังเพลง Babanum Kavalam ซึ่งใช้ในการปรับคลื่นสมอง...
อ่านหนังสือที่ชอบ...
เขียนภาพสีน้ำ...และถ่ายภาพผ่านเลนส์

และสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การออกกำลังกาย...วิ่งสลับกับการว่ายน้ำ
สำคัญยิ่ง คือ การฝึกคิด พูด และกระทำ...เชิงบวก จนเป็นนิสัย สุดท้ายก็หลอมรวมเป็นบุคลิกภาพของเรา...ได้
ทุกอย่าง คือ การฝึกฝน...

เราคนจิตเวช...มักจะมีวิถีการที่แตกต่างกัน..ตามจริตแห่งตน
รูปแบบของพี่เบิร์ด..ก็จะเป็นอีกแบบแต่ที่แน่ๆ...เรียนรู้เรื่องจิตแห่งภาวนา
พี่หน่อยน้อย...เจ้าแม่ธรรมชาติบำบัด...จนบางครั้งเราเรียกพี่แบบแซวๆ ว่า..."นาปรัง...therapy" พี่หน่อยน้อยชอบเดินเข้าหาธรรมชาติและคลุกอยู่กับธรรมชาติ..ทุ่งนา..และแปลงหญ้า...
พี่เขียว..ชอบการสนทนาและตอนนี้เดินเข้าวัด...สนทนาธรรมกับการปฏิบัติมากขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์สูญเสียลูกชาย...
น้องหนุ่ยกับน้องหนิง(คู่แฝด)...ก็จะมีความสุขกับความอบอุ่นในครอบครัว...และการทำกิจกรรมในครอบครัว...
สำหรับพี่หน่อยใหญ่ของเรา..ก็พยายามเรียนรู้สิ่งที่ตรงจริตกับตนเองมากที่สุด...

...
ทุกอย่าง คือ ความพยายามที่เราคนทำงานด้านนี้..จำเป็นต้องดูแลตนเอง...อยู่ตลอดเวลา
และความเพียรในการ...ใส่ใจ "ตน"...อย่างที่สุด...
ไม่งั้นเราจะเกิดอาการไม่มีความสุขในการทำงาน...
บางครั้ง บางที กฏเกณฑ์อะไรที่มีมากๆ..เราก็ฉีกออก..ไปบ้าง...กับความไม่พยายามบีบรัดตัวเอง..
ดังนั้นดิฉันและคนจิตเวชส่วนใหญ่..จึงมักได้รับ...ฉายา..แห่งการอยู่นอกกรอบ...

ความอยู่นอกกรอบนี่..มีวีรกรรมให้ต้องเล่าอีกยาวสำหรับ Ka-Poom...
ว่างๆ..อาจเขียนบันทึกไว้...เตือนตน..แห่งความ "หลุด"ๆๆ...ไปบ้างจากวิถีกระแสสังคมบ้าง...

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 54210
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

ชอบประโยคนี้ครับ ประโยคว่า... และสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การออกกำลังกาย... วิ่งสลับกับการว่ายน้ำ สำคัญยิ่ง คือ การฝึกคิด พูด และกระทำ...เชิงบวก จนเป็นนิสัย สุดท้ายก็หลอมรวมเป็นบุคลิภาพของเรา...ได้ ทุกอย่าง คือ การฝึกฝน... ของผมที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งคือ ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์ ของผม ใจเย็น เย็น เสียยิ่งกว่าเย็น เย็นจนผม ต้องฝึกให้เย็นตาม...

สวัสดีคะ...คุณมงคล..

กะปุ๋มจะถามไถ่ถึงอยู่พอดีคะว่า...เงียบหายไปนานเลยนะคะ...สภาพตอนนี้ทางบ้านใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง...

...

พ่อกับแม่ของน้องผู้สูญเสีย...เป็นอย่างไรคะ สามารถยอมรับกับทุกสิ่งที่เกิดได้มากขึ้นไหม..และคุณมงคลเป็นอย่างไรบ้าง...

และที่ว่าต้องฝึกให้เย็นตามนั้น...คุณมงคลหมายถึงอย่างไรคะ...ช่วยเล่าขยายความให้ฟังบ้างได้ไหมคะ...บางครั้งบางทีเราอาจได้ในมุมมองที่แตกต่างเพิ่มเข้ามาสู่ในชีวิตได้บ้างคะ...

(*^__^*)

แวะมาทั้งที..กะชวนคุยเลยนะเนี๊ยะ...

ขอบคุณนะคะที่แวะมา

กะปุ๋ม

ท่าน Kapoom

กะปุ๋มจะถามไถ่ถึงอยู่พอดีคะว่า...

ถาม 1.
เงียบหายไปนานเลยนะคะ...
ตอบ 1.
ครับผม ขออภัยยิ่งครับ ที่เงียบหายไปนาน เพราะเหตุอะไรหลายๆ อย่างครับ
อยากจะเขียนนะครับ แต่ก็เขียนไม่ออก เมื่อวานว่าจะเขียนที่บ้านพัก แต่คอมพิวเตอร์ผมเหมือนจะมีปัญหา
มุมล่างซ้ายของจอขึ้นว่า Done, but error  ไม่มีแถบเครื่องมือให้จัดวรรคตอน ตัวหนังสือก็เล็กเหลือเกินในช่องพิมพ์ข้อความ ฯลฯ

อยากจะเล่าอะไรยาวๆ แต่ก็มีปัญหาซะนั่น
กำลังครับ กำลังจะกลับมา  อิอิ...


ถาม 2.
สภาพตอนนี้ทางบ้านใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง..
ตอบ 2.
- สภาพแวดล้อมตอนนี้ เฉอะแฉะครับผม  แดดบ้างแล้ววันนี้
- ส่วนเรื่องคดีความ ก็ยังคงมีให้ปวดหัวอยู่ตลอดครับกับคนในบ้านใหญ่ แต่ก็ดีขึ้นบ้างแล้ว ภายหลังจากที่นักสังคมสงเคราะห์โวยวายเสียงดังเล็กน้อยถึงปานกลาง
อะไรหลายๆ อย่างก็เหมือนจะเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น เป็นทางการมากขึ้น เป็นระบบระเบียบมากขึ้น เจ้าหน้าที่หลายรายโดนสอบแล้วสอบเล่า ผู้ใช้บริการหลายรายเรียกไปสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
- วานนี้ ชุดสอบสวนมาขอรับตัวไปสอบ 1 ราย  ผมยุ่งๆ เลยให้ผู้ดูแลฯไปดูด้วย  คำบอกเล่าตอนหนึ่งภายหลังสอบเสร็จจากผู้ดูแล
"ตำรวจเขาพูดหลอกไปว่า เขารับสารภาพกันหมดแล้ว ว่าเธอเป็นคนทำ รับมาซะดีๆ ว่าทำหรือเปล่า"
"ผมไม่ได้ทำ ไอ้.... เป็นคนทำแน่ๆ เพราะมันไปป้วนเปี้ยนบ่อยๆ"
"ไปกับเขาหรือถึงรู้"
"ผมไม่ได้ไป ผมอยู่ในหอ แต่ผมรู้"
"ทำไมถึงรู้ละ"
"ผมมีตาทิพย์ ผมมีตาวิเศษ"

ราว 5 โมงเย็น ชุดสอบสวนมาอีกหน พร้อมหนังสือขอตัวผู้ใช้บริการถูกพาดพิง "ไอ้..... เป็นคนทำแน่ๆ"
บอกตำรวจไปว่า 5 โมงเย็น ถ้าสอบไปก็จะไม่ได้ความ เพราะฤทธิ์ยา  พรุ่งนี้เช้าค่อยมาใหม่

ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าอยู่อย่างนี้ ทั้งในและนอกเครื่องแบบ


ถาม 3.
พ่อกับแม่ของน้องผู้สูญเสีย...เป็นอย่างไรคะ สามารถยอมรับกับทุกสิ่งที่เกิดได้มากขึ้นไหม
ตอบ 3.
มีพัฒนาการที่ดีขึ้นโดยลำดับครับ

ความตอนหนึ่งในหนังสือที่ผมรายงานกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ไปว่า

...4. การให้ความช่วยเหลือด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจ  สถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่ ได้มอบหมายให้นักสังคมสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่ เยี่ยมครอบครัวผู้ประสบเหตุที่โรงพยาบาลขุขันธ์ เพื่อคลายความเศร้าโศกและฟื้นฟูสภาพจิตใจร่วมกับทีมจิตเวชของโรงพยาบาลขุขันธ์ ตลอดจนเพื่อสอบถามถึงความต้องการในการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ

5. การให้ความช่วยเหลือด้านที่พักอาศัย  สถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่ ได้พิจารณาถึงความวิตกกังวลและสภาพจิตใจของครอบครัวผู้ประสบเหตุภายหลังจากที่มอบให้นักสังคมสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมแล้ว เห็นว่านาย..... และนาง...... ยังไม่อาจทำใจและยังไม่พร้อมที่จะกลับเข้าพักอาศัยในบ้านของตัวเองได้ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตรวจค้นภายในบริเวณบ้านที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นสมควรอนุญาตให้นายประเสริฐ และนางรจนา เข้าพักอาศัยในบ้านพักข้าราชการของ    สถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่เป็นการชั่วคราว ภายหลังออกจากการรักษาตัวที่โรงพยาบาลขุขันธ์  ทั้งนี้ สถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่ ได้มอบหมายให้นักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่    ผู้รับการสงเคราะห์ และประสานกับผู้นำชุมชนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการซ่อมแซม ทำความสะอาด และพัฒนาภูมิทัศน์โดยรอบบ้านพักฯหลังดังกล่าว โดยมุ่งหวังให้ชุมชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมรับรู้ต่อความสูญเสียและร่วมฟื้นฟูครอบครัวผู้ประสบเหตุเมื่อวันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2549

6. การให้ความช่วยเหลือในระยะต่อไป  สถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่จะได้มอบหมายให้นักสังคมสงเคราะห์ เข้าเยี่ยมครอบครัว........

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ไปรับตัวไปเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารใกล้บ้าน พร้อมๆ กับคุณครูในโรงเรียนใกล้บ้าน
ดีขึ้นบ้างแล้วครับ ดีขึ้นในระดับที่น่าพอใจ


ถาม 4.
และคุณมงคลเป็นอย่างไรบ้าง...
ตอบ 4.
อ้วน  ดำ ครับผม
ผื่นขึ้นที่แขนทั้งสองข้าง ดำ และลอก
ไปหาหมอ ได้รับคำตอบว่า แพ้แดด
มาอยู่ก็หลายเดือน เพิ่งจะแพ้


ส่วนอื่นๆ นอกจากนี้ จะได้แจ้งเพื่อโปรดทราบในลำดับต่อไป (ฮา)


ขอบคุณท่าน Kapoom ครับผม

คุณมงคล...คะ

ขอบคุณนะคะ...สำหรับการบอกเล่าสู่กันฟัง

ถึงความเป็นไป...ทำให้มองเห็นภาพและความเป็นไปได้อย่างชัดเจนยิ่งคะ...

....

คนจิตเวช...ขอร่วมเป็นกำลังใจในการทำงานให้ทางบ้านปรือใหญ่นะคะ...

(*^__^*)

กะปุ๋ม

 

รูปแบบของพี่เบิร์ด..ก็จะเป็นอีกแบบแต่ที่แน่ๆ...เรียนรู้เรื่องจิตแห่งภาวนา อ่านแล้วก็หัวเราะหึ..หึ เพราะดูเหมือนจะแก่วัดดี ^ ^ ความจริงไม่บังอาจเรียกขานการสงบ.. นิ่งเพื่อดู " ตน " ว่าเป็นจิตตภาวนาแต่อย่างใดเพราะเป็นการ " นิ่ง " เพื่อพิจารณาและ " สงบ "เพื่อ " รู้จักเหตุ " และเกิด " สติ "  รู้ตามความจริงเท่านั้นเอง  ส่วน " การจัดสมดุลให้กับชีวิต "นั้น ด้วยความที่เป็นคนรู้น้อยเลยเลือกใช้ชีวิตแบบง่ายๆ ตั้งแต่อยู่ง่ายๆ..กินง่ายๆขอให้พอกับความต้องการของร่างกายก็พอ..มีความสุขกับสิ่งง่ายๆ..อ่านหนังสือ..ฟังเพลง( จะเป็นเพลงบรรเลงซะมากกว่า )... ถ้าอยู่บ้านก็ขับรถหรือปั่นจักรยานเที่ยวดูวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ..เขียนบันทึก..คุยกับคนที่เรารัก..ดูแลคนที่เรารัก ( รวมทั้งหมาและต้นไม้ )..ทำอาหาร + ขนมหรืองานฝีมือ.. สุดท้ายก็ดูแลตัวเองด้วยการ Sit up 100 ครั้ง / วัน , ยก Weight ( 1 Kg.) วันละ 40 ครั้ง , ปั่นจักรยานอากาศ 200 ครั้ง / วัน ,ยืดเส้นยืดสายด้วยโยคะท่าง่ายๆ ในวันว่างก็หมักผม ดูแลผิวหน้า ผิวกาย ( ^ ^ ไม่เคยบอกใครนะเนี่ย ) เท่านี้ก็ " สุข " ล้นจนเผื่อแผ่ไปถึงคนอื่นได้แล้ว หึ..หึ

น้าน!!!...ว่าแล้วพี่สาวเรา...ต้องมาต่อขยายความให้น้องๆ...ได้แอบทราบ...

ต้องอุทาน...โอ้โห!!!....อยู่ด้วยกันมาไม่ทราบขนาดนี้เลยนะคะ...พี่เบิร์ด...แหม!!...ที่ว่าหน้าละอ่อนยิ่งหนัก...กะปุ๋มว่าตัวเองละอ่อนแล้ว..ใครๆ ก็ยังว่าพี่กะปุ๋มกะน้องเบิร์ดเลย...ฮา!!

.....

ขณะที่อนุญาตให้น้องสาวขับรถมา...จ้องตากะความเหงาคลอเสียงเพลงของลานนา...พี่เบิร์ด...คนสวยของเราก็มานั่งแอบอ่านบันทึกนี้นี่เอง...อิอิ...

(*^__^*)

กะปุ๋ม