GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คู่มือกลุ่มอำนวยการ

สิทธิประโยชน์
คำนำ                                   การให้บริการประชาชน  ถือเป็นภารกิจสำคัญของหน่วยงานราชการ  ที่ต้องให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้รับบริการ  ให้ได้รับความพึงพอใจมากที่สุด  กลุ่มอำนวยการเป็นกลุ่มซึ่งมีหน้าที่ในการให้บริการประชาชนในด้านต่าง ๆ  เช่น  การเบิกเงินค่าเบี้ยประชุมกรรมการ  การจ่ายเงินค่ารับรอง  การขอรับเงินบำเหน็จบำนาญ  เป็นต้น                                   คู่มือแนะนำการติดต่อราชการ   เป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้ที่มาติดต่อราชการได้ทราบถึงเอกสารหลักฐานที่จะต้องนำมาใช้ในการติดต่อขอรับบริการ  ในเรื่องการเบิกเงิน                      กลุ่มอำนวยการ  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือแนะนำฉบับนี้จะเป็นประโยชน์แก่ท่าน  และถ้าหากท่านมีปัญหาสงสัยหรือต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานบริการของกลุ่มอำนวยการ  สามารถติดต่อสอบถามได้ตามหมายเลขโทรศัพท์ในคู่มือฉบับนี้               กลุ่มงานประชาสัมพันธ์กลุ่มอำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา  เขต 1                                   บำเหน็จบำนาญ   สาระสำคัญ   1.       บำเหน็จ  หมายความว่า  เงินตอบแทนความชอบที่ได้รับราชการมา  ซึ่งจ่ายครั้งเดียว 2.       บำนาญ  หมายความว่า  เงินตอบแทนความชอบที่รับราชการมา  ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือน 3.       ข้าราชการมีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญปกติด้วยเหตุดังนี้ (1)          เหตุทดแทน  (ออกจากประการเพราะเลิกหรือยุบตำแหน่ง (2)       เหตุทุพพลภาพ  (แพทย์รับรองได้ตรวจและลงความเห็นว่าไม่สามารถรับราชการในตำแหน่งที่ปฏิบัติไปได้แล้ว) (3)       เหตุสูงอายุ  (อายุครบ  60  ปีบริบูรณ์  แต่ถ้าอายุครบ  50  ปีบริบูรณ์  แล้ว  ลาออก  ผู้มีอำนาจสั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเพราะเหตุสูงอายุได้) (4)       เหตุรับราชการมานาน  (มีเวลาราชการครบ  3  ปีบริบูรณ์  แต่ถ้ามีเวลาครบ  25  ปีบริบูรณ์แล้ว  ประสงค์จะลาออก  ผู้มีอำนาจให้ลาออก  เพราะเหตุรับราชการมานานได้) 4.     ข้าราชการ  ถ้ามีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญไม่ถึงสิบปีบริบูรณ์มีสิทธิได้รับบำเหน็จ  ถ้ามีเวลาราชการตั้งแต่สิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป  มีสิทธิได้รับบำนาญ 5.       ผู้มีสิทธิได้รับบำนาญ  จะยื่นขอรับบำเหน็จแทนบำนาญได้ 6.       การนับเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ (1)       ให้นับแต่จำนวนปี  เศษของปี  ถ้าถึงครึ่งให้นับเป็น  1  ปี  สำหรับเดือนหรือวันใดคำนวณตามวิธีจ่ายเงินเดือน (2)       เวลาป่วยหรือลาหรือต้องพักราชการ  ซึ่งได้รับอนุญาตให้รับเงินเดือนเต็มให้นับเหมือนเต็มเวลาราชการ  ถ้าได้รับอนุญาตให้รับเงินเดือนไม่เต็มให้นับเวลาตามส่วนแห่งเงินเดือนที่ได้รับ  และถ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ได้รับเงินเดือน  ไม่ให้นับเวลาสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญ (3)          การนับเวลาราชการให้นับแต่วันรับราชการซึ่งเงินเดือนจากเงินงบประมาณประเภทเงินเดือน (4)          ถ้ารับราชการก่อนอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์  ให้เริ่มนับแต่วันที่มีอายุ      สิบแปดปี  เป็นต้นไป             7.       วิธีคำนวณบำเหน็จบำนาญ บำเหน็จ                                 =             เงินเดือนสุดท้าย    x    จำนวนปีเวลาราชการ บำนาญ                                   (ไม่เป็นสมาชิก  กบข.) =             เงินเดือนสุดท้าย    x    จำนวนปีเวลาราชการ                                                50                                                 บำนาญ     กรณีจำนวนปีเวลาราชการ  น้อยกว่า  25  ปีบริบูรณ์ (กบข.)                   =             เงินเดือนเฉลี่ย  60  เดือนสุดท้าย    x    อายุราชการ                                                                                                                                                50 8.       ผู้รับบำนาญตายให้จ่ายบำเหน็จตกทอดให้แก่ทายาทเป็นจำนวน  30  เท่าของบำนาญรายเดือน 9.       ทายาทของผู้มีสิทธิได้รับตามเกณฑ์  ดังนี้ (1)          บุตร  ได้รับสองส่วน  ถ้าผู้ตายมีบุตรตั้งแต่  3  คนขึ้นไปให้ได้รับ  3  ส่วน (2)          สามี  หรือภรรยาให้ได้รับหนึ่งส่วน (3)          บิดา  มารดา  หรือบิดา  หรือมารดา  ที่มีชีวิตอยู่ให้ได้รับหนึ่งส่วน     เอกสารประกอบการขอรับเงินบำนาญ   1.       แบบ  5300 2.       ใบรับรองสมุดประวัติและเวลาทวีคูณข้าราชการพลเรือนและข้าราชการครู 3.       ใบรับรองเวลาราชการตอนเป็นทหาร  หรือ  กอ.รมน.  (ถ้ามี)  ฉบับจริง 4.       คำสั่งอนุญาตให้ลาออกจากราชการตาม  พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ  พ.ศ. 2539  ดังนี้มาตรา  13              เหตุสูงอายุ  ข้าราชการที่ออกตามมาตรานี้ต้องมีอายุครบ  50  ปีขึ้นไปมาตรา  14              เหตุรับราชการนาน  ข้าราชการที่ออกตามมาตรานี้ต้องมีเวลาราชการ  25  ปีขึ้นไปมาตรา  12              เหตุทุพพลภาพ  ข้าราชการที่ออกตามมาตรานี้ต้องมีอายุราชการไม่ต่ำกว่า  10  ปี  และต้องมีใบรับรองแพทย์  ตามมาตรา 12  ระบุว่า  ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ 5.       คำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งสุดท้าย 6.       คำสั่งยกฐานะ  (ถ้ามี)  ในกรณีบรรจุเป็นข้าราชการวิสามัญ 7.       คำสั่งบรรจุหรือหนังสือรับรองการบรรจุเข้ารับราชการครั้งแรก 8.       หนังสือรับรองการโอนหรือไม่ได้โอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด 9.     สำเนาบัตรเงินเดือนที่คลังจังหวัดระบุรับรองฉบับจริง  และระบุงดจ่ายเงินเดือนแล้ว  หากมีการส่งเงินคืนคลัง  ให้ส่งหลักฐานการส่งเงินคืนคลังด้วย 10.    ใบรับรองสมุดประวัติหรือแฟ้มประวัติ  (ต้องปิดที่ด้านหลังปกหน้าของสมุดหรือแฟ้มประวัติ) 11.    สมุดประวัติหรือแฟ้มประวัติที่ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว     เอกสารประกอบการขอรับเงินบำเหน็จ   1.        แบบ  5300 2.        ใบรับรองสมุดประวัติและเวลาทวีคูณข้าราชการพลเรือนและข้าราชการครู 3.        ใบรับรองเวลาราชการตอนเป็นทหาร  หรือ  กอ.รมน.  (ถ้ามี)  ฉบับจริง 4.        คำสั่งอนุญาตให้ลาออกจากราชการตาม  พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ  พ.ศ. 2539  ดังนี้มาตรา  11              เหตุทดแทน  ข้าราชการที่ออกตามมาตรานี้ต้องมีอายุราชการ  ตั้งแต่  1  ปีขึ้นไปมาตรา  12              เหตุทุพพลภาพ  ข้าราชการที่ออกตามมาตรานี้ต้องมีอายุราชการ  ตั้งแต่  1  ปีขึ้นไป  และใบรับรองแพทย์ที่ระบุความเห็นว่า  ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้   พร้อมทั้งประทับตราของสถานพยาบาลที่ออก  ฉบับจริงมาตรา  13              เหตุสูงอายุ  ข้าราชการที่ออกตามมาตรานี้ต้องมีอายุครบ  50  ปีบริบูรณ์แล้วมาตรา  14              เหตุรับราชการนาน  ข้าราชการที่ออกตามมาตรานี้ต้องมีเวลาราชการ  25  ปีขึ้นไปมาตรา  15              ข้าราชการที่ออกตามมาตรานี้  มีเวลาราชการไม่ถึง  10  ปี  แต่มีอายุครบ  50  ปีขึ้นไป 5.        คำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งสุดท้าย 6.        คำสั่งยกฐานะ  (ถ้ามี)  ในกรณีบรรจุเป็นวิสามัญไม่มีวุฒิครู  จบชั้น  ม. 6  และรับราชการไม่ต่ำกว่า  5  ปี 7.        คำสั่งบรรจุรับราชการครั้งแรก  หรือหนังสือรับรองการบรรจุ 8.        ใบรับรองสมุดประวัติหรือแฟ้มประวัติ  (ต้องปิดที่ด้านหลังปกหน้าของสมุดหรือแฟ้มประวัติ) 9.        สมุดประวัติหรือแฟ้มประวัติที่ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว 10.   สำเนาบัตรเงินเดือนที่คลังจังหวัดรับรองฉบับจริง  และระบุงดจ่ายเงินเดือนแล้ว  หากมีการส่งเงินคืนคลังให้ส่งหลักฐานการส่งเงินคืนคลังด้วย   หมายเหตุ              ข้าราชการสิ้นสภาพเรื่องจากล้มละลาย  ต้องให้ผู้พิทักษ์ทรัพย์ยื่นขอบำเหน็จ  โดยแนบคำสั่งศาล     บำเหน็จตกทอดข้าราชการประจำ   เอกสารประกอบการขอรับเงินบำเหน็จตกทอดข้าราชการประจำ   1.       แบบขอรับเงิน  5309 2.       ใบรับรองประวัติ  และเวลาทวีคูณระหว่างประจำปฏิบัติหน้าที่ในเขตที่ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกษา 3.       คำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งสุดท้าย 4.       คำสั่งหรือหนังสือรับรองการบรรจุเข้ารับราชการครั้งแรก 5.       สำเนามรณบัตรของข้าราชการผู้ถึงแก่กรรมและทายาทคนอื่น ๆ  เช่น  บิดา มารดา  คู่สมรสหรือบุตร  (ถ้ามี) 6.     สำเนาใบสำคัญการสมรสของผู้ตาย  และบิดา มารดา  ฉบับที่ชัดเจน  หากมชัดเจนให้ขอคัดสำเนาทะเบียนการสมรส  (ค.ร. 4)  จากที่ว่าการอำเภอ  และให้นายทะเบียนท้องถิ่นพร้อมทั้งประทับตราประจำตำแหน่งฉบับจริง 7.       สำเนาทะเบียนบ้านฉบับปัจจุบันของทายาทผู้มีสิทธิรับเงินทุกคน 8.       บันทึกถ้อยคำของทายาททุกคนที่มีสิทธิรับเงิน  ยกเว้นบุตรผู้เยาว์ 9.       สำเนาบัตรเงินเดือนฉบับจริงที่คลังจังหวัดรับรองและระบุงดจ่ายแล้ว 10.    กรณีถึงแก่กรรมด้วยอุบัติเหตุต้องส่งบันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือรายงานการชันสูตรพลิกศพ 11.   กรณีถึงแก่กรรมด้วยผิดธรรมชาติ  เช่น  ผูกคอตาย  ถูกยิงตาย  ตกน้ำตาย  ไฟฟ้าช๊อต  สมองได้รับการกระทบกระเทือน  หรือเลือดคลั่งในสมอง  กินยาตาย  หรือในกรณีอื่น ๆ  ต้องส่งรายงานการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สรุปผลการสอบสวนแล้ว  หรือตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าถึงแก่กรรมด้วยเหตุประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหรือไม่  พร้อมทั้งสรุปความเห็นของกรรมการ 12.    กรณีที่ผู้ตายมีบุตรเป็นผู้เยาว์  ให้คู่สมรสของผู้ตายลงชื่อขอรับเงินในแบบ  5309  แทนบุตรผู้เยาว์ด้วย 13.   กรณีที่ผู้ตายมีบุตรเป็นผู้เยาว์  และคู่สมรสของผู้ตายได้ถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว  ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยื่นเรื่องต่อศาล  ให้แต่งตั้งผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย  และให้ผู้ปกครองที่ศาลแต่งตั้งลงชื่อขอรับเงินในแบบ  5309  แทนพร้อมทั้งส่งคำสั่งศาล  บันทึกถ้อยคำและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับปัจจุบันของผู้ปกครองด้วย 14.   กรณีที่ผู้ตายจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมและยังเป็นผู้เยาว์  และคู่สมรสให้การยินยอมแต่ไม่ได้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมร่วมด้วยนั้น  ต้องขออำนาจศาลแต่งตั้งผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมายให้แก่บุตรบุญธรรม  เนื่องจากอำนาจการปกครองของบิดา มารดาเดิม  ได้หมดสิทธิในการปกครองตั้งแต่ได้ยินยอมให้บุตรไปเป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น  เมื่อศาลแต่งตั้งผู้ปกครองแล้ว  ให้ผู้ปกครองลงชื่อขอรับเงินในแบบ  5309  แทนบุตรบุญธรรม  พร้อมทั้งส่งคำสั่งศาล  ทะเบียนรับบุตรบุญธรรมที่นายทะเบียนรับรองและประทับตราฉบับจริง  สำเนาทะเบียนบ้านฉบับปัจจุบันของผู้ปกครองและบุตรบุญธรรม  บันทึกถ้อยคำของผู้ปกครอง 15.   กรณีที่ผู้ตายมีบุตรโดยการจดทะเบียนรับรองบุตร  และยังเป็นผู้เยาว์  ให้มารดาของบุตรลงชื่อขอรับเงินแทนบุตร  พร้อมทั้งส่งทะเบียนรับรองบุตรที่นายทะเบียนรับรองและประทับตราประจำตำแหน่งฉบับจริง  ทะเบียนบ้านฉบับปัจจุบันของมารดาและบุตร  บันทึกถ้อยคำของมารดา 16.   กรณีที่ผู้ตายไม่ได้จดทะเบียนสมรสและไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร  แต่ได้มีบุตรกับหญิงอื่น  ขอให้ศาลสั่งว่าบุตรเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายภายใน  1  ปี  นับจากวันที่บิดาถึงแก่กรรม 17.   บิดาของผู้ตายที่มีสิทธิขอรับเงิน  หากไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับมารดาของผู้ตาย  และไม่ได้อยู่กินฉันท์สามีภรรยาก่อนวันที่  1  ตุลาคม  2478  และไม่ได้จดทะเบียนรับรองผู้ตายเป็นบุตรตามกฎหมาย  ถือว่าบุคคลนั้นไม่ได้เป็นบิดาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ตาย  จึงไม่มีสิทธิขอรับเงินบำเหน็จตกทอด 18.   ตรวจสอบชื่อบุคคลที่มีสิทธิขอรับเงินให้ถูกต้องตรงกันกับเอกสารทุกฉบับ  หากไม่ตรงกันให้นายทะเบียนท้องถิ่นรับรองว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน 19.   กรณีที่ผู้ตายมีคู่สมรสพร้อมกันหลายคน  ต้องให้ศาลสั่งว่าคู่สมรสคนใด  เป็นคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย  ยกเว้นบุคคลที่นับถือศาสนาอิสลาม                   บำเหน็จตกทอดข้าราชการบำนาญ   เอกสารประกอบการขอรับเงินบำเหน็จตกทอดข้าราชการบำนาญ   1.        แบบขอรับเงิน  5309 2.      สำเนามรณบัตรของข้าราชการบำนาญผู้ถึงแก่กรรมและทายาทคนอื่น ๆ  เช่น  บิดา มารดา  คู่สมรส  หรือบุตร  (ถ้ามี) 3.      สำเนาใบสำคัญการสมรสของผู้ตายและบิดา มารดา  ฉบับที่ชัดเจน  หากไม่ชัดเจนให้ขอคัดสำเนาทะเบียนการสมรส  (ค.ร. 4)  จากที่ว่าการอำเภอและให้นายทะเบียนท้องถิ่นรับรองพร้อมทั้งประทับตราประจำตำแหน่ง  ฉบับจริง 4.        สำเนาทะเบียนบ้านฉบับปัจจุบันของทายาทผู้มีสิทธิรับเงินทุกคน 5.        บันทึกถ้อยคำของทายาททุกคนที่มีสิทธิรับเงิน  ยกเว้นบุตรผู้เยาว์ 6.        สำเนาแบบแจ้งหมดสิทธิการรับเบี้ยหวัดบำนาญฉบับจริง  ที่คลังจังหวัดลงนามรับรอง   หมายเหตุ              รายละเอียดอื่น ๆ  เหมือนกับบำเหน็จตกทอดข้าราชการประจำ  ตั้งแต่ข้อ  10  ถึง  20     บำเหน็จลูกจ้างกรณีลาออก เกษียณอายุ   เอกสารประกอบการขอรับเงินบำเหน็จลูกจ้าง   1.       แบบ  5313 2.       ใบรับรองประวัติ  และเวลาทวีคูณลูกจ้างตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด 3.     คำสั่งอนุญาตให้ออกจากราชการหรือประกาศเกษียณอายุ  ต้องมีเวลาราชการไม่รวมเวลาทวีคูณไม่ต่ำกว่า  5  ปีบริบูรณ์  ยกเว้น  ออกด้วยเหตุทุพพลภาพต้องมีเวลาราชการไม่รวมเวลาทวีคูณ  ไม่ต่ำกว่า  1  ปีบริบูรณ์  (ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง  ฉบับที่  5  พ.ศ. 2537  ข้อ  7  วรรคสุดท้าย) 4.       คำสั่งเพิ่มค่าจ้างลูกจ้างครั้งสุดท้าย 5.       คำสั่งบรรจุหรือหนังสือรับรองการบรรจุ 6.       สำเนาบุตรค่า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 54183
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

       ได้รับความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์อย่างแจ่มแจ้งแล้ว  ขอบคุณมาก

มีตัวอย่างการกรอกแบบ 5300 ที่กรอกเรียบร้อย ถูกต้องแล้ว ขอดูหน่อยค่ะ