ดินหอม-ป่างาม แห่งลานเรียนรู้ ; ๒๒ มิย. ๒๕๕๖

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เสาร์ที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๖

บันทึกจากดินหอม-ป่างาม

เมื่อคืนฝนตกทั้งคืน แต่เป็นการตกไม่หนัก เสียงฝนปรอยๆมากระทบหลังคาหญ้าคาผสมผสานกับเสียงจักกระจั่น จิ้งหรีด และอีกหลากหลายเสียง 

ล้อมรอบกุฏิมู่ลี่ฯ คือ ต้นไม้ใหญ่สูงตระหง่านเวลาที่แหงนหน้ามองให้ความรู้สึกถึงความมั่นคงและเมตตา 

ความสงบอันวิเวกของสถานที่ทำให้หัวใจเราเคลื่อนเข้าสู่สภาวะของการได้พักง่ายและเร็ว จึงไม่แปลกเลย ขณะที่ผ่านมาทำงานหนักตลอด พลังจึงไม่เคยหมดเพราะค่ำคืนเช่นนี้เราได้รับอนุเคราะห์จากธรรมชาติให้ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ ของสรรพชีวิตทั้งหลายให้ได้รับการเยียวยาอย่างอ่อนโยนจากต้นไม้ และสิ่งมีชีวิตมากมาย



สืบเนื่องจากที่ฝนตกในสัปดาห์นี้เด็กๆที่มาอยู่ร่วมภาวนาด้วยมีเพียงน้ำตาลและมดแดง ส่วนครีมเป็นไข้ น้องพลอยและแตงโมเล็กเกินจะมาเผชิญกับความชื่นชุ่มและละอองฝน ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าเป็นโอกาสที่ข้าพเจ้าจะได้อยู่กับแม่ขาวน้อยทั้งสองนี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น

ก่อนจะมาที่นี้ข้าพเจ้าได้ไว้วานให้ลูกศิษย์ได้ไปรับ ก่อนหน้านั้นมดแดงโทรหาน้ำเสียงเต็มไปด้วยพลังอันสดใสและเบิกบานมาก ข้าพเจ้าบอกว่าจะให้น้าติ๋วไปรับ และแม่ครูเอายาไปให้ผู้ป่วยจิตเวชก่อน 

การเดินทางเช่นนี้ สำหรับข้าพเจ้าแล้วเป็นเรื่องที่ดีมาก ท่ามการการได้ลงมือทำบางสิ่งบางอย่างหรือหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างทำให้เราได้เกิดการเรียนรู้มากมาย และยิ่งเนิ่นนานก็จะยิ่งลึกซึ้งขึ้น ระหว่างทางขับรถจากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง ทำให้ข้าพเจ้าได้มองเห็นเข้าไปในใจตนเองว่าเคลื่อนอย่างไร การฝึกปฏิบัติแบบนี้ทำให้เราเข้าใจในหัวใจของเรามากขึ้นครบทุกขันธ์เลย ... การเคลื่อนไหวช่วยให้ข้าพเจ้าเจริญสติได้ดี แต่ถ้าเป็นนั่งหรือนอนนั่นน่ะสำหรับข้าพเจ้าแล้วคือ การพักระดับลึกได้ดีทีเดียว



เมื่อไปถึงยังผินดินหอมป่างามที่อยู่บริเวณท้ายวัด เด็กๆ วิ่งมาเจอด้วยความปิติยิ่ง เราต่างสวมกอดกันด้วยพลังแห่งความเต็มเปี่ยมที่มีอยู่เท่าในหัวใจ ณ ขณะนั้น

ติ๋วช่วยกลางกลด หนูน้อยทั้งสองอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า นับตั้งแต่ลาสึกกลับไปเรียน ในช่วงวันหยุดที่มาอยู่วัดนี้ พระอาจารย์ต้อท่านก็มักจะเมตตาอนุญาตให้เด็กๆ ได้ทานข้าวก่อนเสมอ ถือเป็นความเมตตาอันอ่อนโยนท่ามกลางภายนอกที่ดูดุเข้มงวด

ข้าพเจ้าเคยตั้งข้อสังเกตว่า

จิตใจของท่านต้องเปี่ยมด้วยเมตตาและกรุณาอย่างมากเป็นแน่แท้ท่านจึงได้ทำงานสงเคราะห์เด็กๆ ที่หลงผิดไปติดสารเสพติดและต้องคดีได้ องค์ท่านเล็กผอมท่านทำงานท่ามกลางเด็กตัวโต ล่ำ หรือบางคนก็อายุมากห้าสิบหกสิบก็มี

หากพลังเมตตาไม่มากพอ จะไม่สามารถเอาเด็กเหล่านี้อยู่ได้ เด็กๆ อยู่กับท่านเขาได้เกิดแปรเปลี่ยนถูกนำพลังด้านลบมาใช้ในเชิงสร้างสรรค์ งานกู้ใจกู้ชีวิตในลักษณะนี้สำหรับข้าพเจ้าแล้วไม่ได้ทำง่ายๆ 



เด็กๆ ทานเสร็จ...

เราร่วมทำวัตรกันในห้องเล็กๆ ที่เรียกกันว่ากุฏิแฝด มีเดินจงกลม และแยกย้ายเข้าทางแห่งการงาน เด็กๆ เข้านอน น้ำตาลและมดแดงเป็นเด็กที่มุ่งมั่นมาก อายุเพียงเก้าขวบและสิบขวบเอง แต่ดวงจิตดวงใจนี้สู้มาก

ข้าพเจ้าก็มักจะมีอุบายหากลวิธีมากมายมาเพื่อบ่มเพาะในการเกิดเรียนรู้ผ่านกิจกรรมของการใช้ชีวิตร่วมกันในช่วงเวลาดังกล่าวดังนั้นเด็กๆ จึงรับรู้ได้เสมอว่า แม่ครูมักจะพาทำอะไรไม่ซ้ำเดิม แต่ในนั้นก็มีสิ่งเดิมๆ ซ่อนอยู่ที่ต้องทำ นั่นก็คือ ข้อวัตรปฏิบัติ

การเรียนรู้ท่ามกลางธรรมชาติที่เอื้อเช่นนี้ สิ่งที่น่าจะงอกงามได้อย่างยิ่งคือ ความอ่อนโยน และมีปัญญา มองสิ่งต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้งด้วยดวงตาแห่งความเข้าใจ

ดินหอม... ก่อนหน้านี้เป็นดินอันแห้งแล้ง ป่ารกเหี่ยวเฉา แต่ร่องรอยที่สัมผัสได้คือ ความงามตามธรรม กัลยาณมิตรมาร่วมกัน พลิกฟื้นผืนดิน จนสามารถมีไส้เดือนมากมายมาอิงอาศัย จากสภาพดินที่ไม่ซ้บน้ำแปรเปลี่ยนเป็นดินดำคล้ำหอมเมื่อโดนน้ำ ต้นไม้เล็กๆ ที่เคยอิงอาศัยต้นไม้ใหญ่ต่างแข่งกันอวดบอกว่าเราอยู่ร่วมกันมานานแล้ว สมุนไพรอีกนานาที่ฝังลงไปในดินต่างชิงกันโผล่หน้าขึ้นมาทักทายกับสิ่งต่างๆ ที่อยู่เหนือดิน

ระยะเวลาในช่วงฤดูร้อนอันระอุ กับการทดลองชุบชีวิต สองเดือนผ่านไปได้น้ำฝนมาช่วยหนุนเสริม ป่าร้างดินแล้ง ก็กลายเป็น ดินหอม- ป่างามให้เราได้ร่วมอิงอาศัย ดั่งเป็นกันและกันได้อย่างลงตัว 

ดินหอม-ป่างาม แห่งลานเรียนรู้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KA PooM Life



ความเห็น (0)