มาเพื่อบอกให้รู้ถึงใจที่เป็น


"แต่งแล่ง" เป็นชื่อที่พี่ๆ แม่ขาวน้อยเรียกน้องแตงโม... 

การมาวัดของแตงโมเด็กหญิงวัยสามขาว ที่ตามน้องพลอยมานั้น คือ สีสรร และเป็นบทเรียนที่น่าท้าทายของทุกคน เพราะเธอดูคล้ายจะเฮี้ยว...และรั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ พยายามทำความเข้าใจและทำความรู้จักเธอ กลับพบว่าเธอเป็นพลัง...อันเจิดจ้า ส่วนน้องพลอยเป็นพลังอันงดงาม


เธอเสียงดัง และไม่อยู่นิ่ง...

การสื่อสารผ่านการเคลื่อนไหว ส่วนน้องพลอยสื่อสารด้วยแววตาและรอยยิ้ม 

เด็กทั้งสอง...คือ พลังอันสดชื่นสดใสมากๆ

พลอยใสเกิดก่อนไม่กี่เดือน ส่วนแตงโม...นับอายุเดือนเป็นน้อง และทั้งสองเพิ่งจะอายุสามขวบ แต่หัวใจนั้นไม่ได้เป็นดั่งเด็กสามขวบเลย ต่างเต็มไปด้วยความใคร่รู้และเบิกบาน

การมาของเด็กๆ ข้าพเจ้ารีบถามตนเองว่า "ข้าพเจ้ากำลังเรียนรู้เรื่องอะไร"... และเด็กๆ ทั้งสองคนนี้มาเพื่อบอกอะไรต่อข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะดำเนินวิถีปฏิบัติต่อเด็กทั้งสองนี้อย่างไร

การมาเพื่อมาเรียน ...และสิ่งที่ข้าพเจ้าปรารถนาอยากให้เด็กทั้งสองได้เรียน คือ ปัญญาและหัวใจ ... ปัญญาที่นำไปสู่การเรียนรู้ต่อปัญหาและอุปสรรคของชีวิตได้อย่างเป็นเหตุและผล... หัวใจที่นอบน้อมและอ่อนโยน


เครื่องมือไม่มาก ก็ผ่านการเรียนที่เด็กๆ คุ้นเคย คือ เลขคณิตและภาษาไทย สองวิชานี้สำหรับข้าพเจ้าแล้วมองว่า คือ เครื่องมือที่มาใช้ฝึกฝนลับคมปัญญาเด็กๆ ได้ดี

และอีกเครื่องมือหนึ่งที่เหมาะมากสำหรับเด็กๆ คือ การเล่น... ธรรมชาติของเด็ก คือ การเล่น หากเราได้จัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เขาได้เรียนรู้ผ่านการเล่น นั่นถือว่าเป็นโอกาสอันดีของเขาเลย และทุกๆ อย่างไม่เพียงแค่เรียน หากแต่เราใช้เรื่องของศีลเข้ามาโอบอุ้มตระคองให้การดำเนินวิถีชีวิตในห้วงเวลาสั้นๆ ให้ดวงจิตของเขาสัมผัส

จะฉลาดแค่ไหน จะเก่งแค่ไหน...หากละเมิดจากศีลแล้ว เป็นเรื่องที่ยากต่อเส้นทางการพัฒนาต่อ

เด็กที่รู้จักศีลเพียงแค่สมอง แต่หัวใจไม่ได้ลิ้มรสถึงศีล... โอกาสที่จะเกิดปัญญานั้นยากมาก ความฉลาดที่ปรากฏจะเป็นเพียงแค่สาร(Data / Information) บางอย่างที่ไม่ใช่การหนุนจากจิตวิญญาณที่สะอาด 


วันที่ข้าพเจ้าพยายามทำความเข้าใจ...เด็กน้อยจอมพลังอันงดงามทั้งสอง สิ่งที่ได้พบคือ ... ความวางใจ

แววตาที่เต็มไปด้วยความศรัทธาของน้องพลอย ทำให้น้องพลอยเปิดที่ว่างของหัวใจได้เติมพลังความสุขบนฐานของศีลและธรรมลงไปอย่างเต็มที่ คลื่นของความสุขอันเรียบเย็นของน้องพลอยแผ่ถึงทุกๆ คน

ส่วนแตงโม...

เธอตื่นรู้กับการสำรวจ และทำความเข้าใจในมุมต่างๆ ของลานเรียนรู้ที่เราใช้เวลาในการพัฒนาปรับปรุงกันไม่นาน ลงมือทำในวันนั้นและก็สำเร็จในวันนั้นเลย

ข้าพเจ้าระลึกถึงพระคุณขององค์หลวงปู่และพระอาจารย์ต้อ ที่ท่านเมตตาสนับสนุนเส้นทางการภาวนาของผู้หญิง... ไม่ว่าจะนำพาในการสร้างกุฏิ และคอยเมตตาให้ความเชื่อเหลือเอื้อต่อการสั่งสมบุญบารมีของแต่ละคน สำหรับพระอาจารย์ต้อนั้นท่านเปรียบแล้วเป็นดั่งแขนขาแทนองค์หลวงปู่ในการลงมือลงแรงปฏิบัติในแง่มุมงานพัฒนาที่งดงาม ที่มีเกิดขึ้นตามมุมต่างๆ ในวัด

กุฏิแฝดที่พระอาจารย์ท่านเมตตาพาเด็กๆ ต้นกล้าฟื้นฟูฯ สร้างขึ้นมา เหมาะมากต่อชีวิตของแม่ขาวตัวน้อย...


น้องแตงโม...เธอเพียรเดินขึ้น เดินลง วนอ้อมบันไดไปมาเป็นที่สนุก

แรกๆ หลายคนพยายามที่ที่จะห้าม แต่ข้าพเจ้าพิจารณาว่า ณ ขณะนั้นบริเวณแถวนั้นไม่ได้มีใครมาพักปฏิบัติภาวนา และเสียงของน้องแตโมก็ไม่ได้ดังมาก เธอมาเพียงแค่วันแรก โอกาสที่เราจะได้บ่มเพาะเธอยังมี

ให้โอกาสเธอได้สำรวจโลก...และพิจารณาใคร่ครวญในตนเองก่อน

ระหว่างนั้นข้าพเจ้าก็ง่วนกับการพัฒนากุฏิน้อย ส่วนติ๋วทำสวนปลูกต้นไม้ น้องแตงโม...ก็เริ่มมาสำรวจงานของข้าพเจ้าเป็นที่สนุกสนาม แล้วสักพักติ๋ว...ก็เรียกเธอไปช่วยปลูกต้นไม้

เท่านั้นแหละ ... การเรียนรู้เกิดต่อเนื่องและเปี่ยมสุข

แววตานี่บ่งบอกว่าหนูเริ่มง่วงแล้ว...

แต่แรงกายยังเคลื่อนไหว แม่ครูถามว่านอนไหมลูก... "เธอก็ยังยืนยันว่า ไม่" ... หากเป็นการเลี้ยงดูแบบทั่วไปคงถูกบังคับให้นอน แต่มุมนี้ข้าพเจ้ามีทัศนะว่า เมื่อจิตและกายเต็มที่เธอจะนอนเอง...

และก็ใช่จริงๆ...

เมื่อแม่ครูมานั่งพักหลังงานเสร็จ...หลายคนก็เริ่มตื่น

เธอโผเข้ามากอดและซบลงที่อก แล้วก็หลับไปสักพัก


จากนั้นพี่ๆ ตัวน้อยทั้งหลายก็พาเธอไปนอนในห้อง เพราะเกรงว่ายุงจะกัด

ข้าพเจ้ามองว่า...

งานชิ้นใหญ่ ได้สำเร็จลงอีกชิ้นงานแล้ว คือ น้องแตงโมได้หลับพักอย่างสนิท การนอนเช่นนี้เธอจะตื่นมาด้วยความสดชื่น และก็เป็นดั่งที่คิด เธอนอนเต็มที่ 

ตื่นมาหน้าตาสดใสมาก ๆ...

แล้วพี่ตาลก็พาน้องเดินจงกลม (พี่สอนน้องเดินจงกลม)


ที่นี่คือ พื้นที่ว่าง...จริงๆ

พลังความสุขที่เติมเต็มและแบ่งปันกันและกัน ...แวดล้อมด้วยธรรมชาติดั่งต้นไม้ใหญ่เล็กๆ หลากชนิด และสัตว์น้อยใหญ่ ...เป็นดั่งกันและกัน...คือ กระบวนการของการขัดใจ

สักพัก...

น้องตาลมาขอว่า "หนูพาน้องไปอาบน้ำได้ไหมคะ..." ข้าพเจ้าตอบไปว่า "ได้เลยลูก"...แล้วเสียงหัวเราะผ่านความสดชื่นของสายน้ำสะท้อนถึงอะไรหลายๆ อย่างที่ปรากฏในใจ

แล้วทุกคน...รู้สึกถึงความสดชื่นทั้งกายและใจ

เตรียมของพร้อมกลับบ้าน...



...

๑๕-๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๖



หมายเลขบันทึก: 539620เขียนเมื่อ 17 มิถุนายน 2013 21:14 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 ตุลาคม 2013 06:52 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

มาเติมเต็มความสุขค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี