ในปี พ.ศ. 2529 ผมสอบผ่านการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาและได้เรียนต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยอาจารย์ที่ปรึกษาของผมในขณะนั้นคือ ผศ.นพนิธิ สุริยะ จำได้ว่าวันแรกที่ได้พบท่าน ท่านเป็นอาจารย์ที่ดูใจดี เป็นกันเอง แต่แฝงด้วยความทันสมัย ถ้าเป็นภาษาในสมัยปัจจุบันคงต้องพูดว่า อาจารย์นพเป็นคนที่"ทัน"เด็ก และดูออกจะใช้คำพูดได้ตรงๆ กวนๆ ดี ท่านก็ให้คำแนะนำ ข้อคิดในการเรียนวิชากฎหมายเหมือนกับท่านเดาใจผมออกว่าผมไม่ค่อยอยากเรียนวิชากฎหมายสักเท่าไรในเริ่มแรก และผมก็ได้พบกับท่านอีกครั้งตอนเรียนชั้นปีที่ 4 ในวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง ตอนนั้นรู้สึกว่าชอบวิชากฎหมายระหว่างประเทศมากซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ผมเลือกสอบเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาโทในสาขากฎหมายระหว่างประเทศที่ธรรมศาสตร์ต่  ไม่ผิดหวังครับ ผมได้เรียนกับท่านอีกในวิชากฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสนธิสัญญา

     พอสำเร็จการศึกษา ด้วยคำแนะนำของท่านอาจารย์พันธุ์ทิพย์ ผมได้เข้ามาทำงานเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยเริ่มแรกก็มาช่วยอาจารย์พันธุ์ทิพย์ (อีกหนึ่งท่านที่ผมประทับใจและให้ความเคารพเสมอมา) แต่ก็ได้รับแจ้งจากคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพว่า อาจารย์นพ อยากหาคนไปสอนแทนเพราะท่านต้องการให้ม.กรุงเทพสร้างบุคลากรของตนเอง ผมจึงได้พบท่านอีกครั้ง และเป็นเรี่องที่ค่อนข้างแปลกและสร้างความประทับใจให้กับผมเป็นอย่างมากคือ อาจารย์นพจำผมได้ ซึ่งในวันที่เจอกันอีกครั้งเป็นเวลาหลายปีผ่านมา อาจารย์ย่อมมีลูกศิษย์มากมาย แต่ท่านยังจำผมได้และยังให้คำแนะนำในการเป็นอาจารย์สอนกฎหมายให้แก่ผมเป็นอย่างดี

     อีกสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจในอาจารย์นพนอกจากความรู้ความสามารถของท่านแล้วก็คือ ท่านจะเป็นคนที่รักและกตัญญูต่อคุณแม่มาก ซึ่งผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รักและกตัญญูต่อบุพการีและผู้มีพระคุณ (คงเป็นธรรมชาติของคนไทยนั่นแหละ) สาเหตุที่ทราบเพราะก่อนที่ผมจะเดินทางมาเรียนต่อปริญญาเอกที่ The University of Aberdeen ที่สก๊อตแลนด์ ท่านได้กรุณานัดผมทานข้าว ท่านได้สอนและบอกผมว่า  "สิ่งที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตคนเราคือต้องรู้จักกตัญญูต่อพ่อแม่....ทุกวันนี้ผมยังต้องให้เวลากับคุณแม่ พาท่านออกไปทานข้าว ไปเยี่ยมท่าน....."  ท่านยังบอกอีกว่า "และที่วันนี้ผมพาคุณมาเลี้ยงส่งก็เพราะคุณช่วยเหลือผมทุกอย่างเป็นอย่างดีตอนที่ผมมาสอนที่ม.กรุงเทพ" ...อาจารย์ครับ......อาจารย์เป็นอาจารย์ของผม เป็นต้นแบบของอาจารย์ของผม ถ้าผมไม่กตัญญูต่ออาจารย์ที่ผมรักและเคารพ ผมจะไปยึดอาจารย์ "ครู" สอนใครได้อีก

     ความประทับใจในอาจารย์นพมีมากครับแต่ไม่สามารถกล่าวได้หมด ณ ที่นี้ ตอนนี้คงกล่าวได้แต่เพียงว่าขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรง และขอให้มีความสุขมากๆ นะครับ

ผศ.ศิริชัย  มงคลเกียรติศรี

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ